xs
xsm
sm
md
lg

สหรัฐคว่ำบาตรบริษัทแคนาดา 8 ราย ฐานช่วยอิหร่านแปลงเงินเป็นคริปโตหลบมาตรการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กระทรวงการคลังสหรัฐเดินหมากใหม่ในสมรภูมิการเงินอิหร่าน ด้วยการคว่ำบาตรธุรกิจให้บริการเงินตราของแคนาดา 8 ราย โดยระบุว่าธุรกิจเหล่านี้อำนวยความสะดวกให้การแลกเงินเรียลอิหร่านและสกุลเงินอื่นเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล และทำธุรกรรมกับแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนของอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร รวมถึงที่อยู่ดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เป้าหมายที่ปรากฏจึงไม่ใช่ตัวคริปโต แต่เป็นจุดแลกเปลี่ยนที่เงินตราจริงเปลี่ยนรูปเป็นโทเคนดิจิทัล ซ้ำร้ายกระทรวงการคลังระบุว่าบางรายในรายชื่อเปลี่ยนชื่อและที่อยู่เพื่อเลี่ยงการตรวจจับ 

เมื่อวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 กระทรวงการคลังสหรัฐแถลงว่าได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินต่อบริษัทให้บริการเงินตราสัญชาติแคนาดา 8 ราย ซึ่งกระทรวงระบุว่าทำธุรกิจกับหน่วยงานอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรอยู่แล้ว คำแถลงชี้ว่าบริษัทเหล่านี้อำนวยความสะดวกให้การแลกเงินเรียลอิหร่านและสกุลเงินอื่นเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล จนเกิดธุรกรรมข้ามพรมแดนได้

อย่างไรก็ตามธุรกรรมที่คำแถลงอ้างถึงมี 2 ทาง คือกับแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลของอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตร และกับที่อยู่สินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับ IRGC ผลของมาตรการตามรายงานคือการแยกบริษัทเหล่านี้ออกจากระบบการเงินที่อิงดอลลาร์ และเป็นการเคลื่อนไหวล่าสุดในชุดมาตรการของกระทรวงการคลังต่อบริษัทนอกสหรัฐ ประเมินได้ว่าสัญญาณที่ส่งออกไปคือ บริษัทที่ไม่มีสัญชาติอเมริกันก็ไม่พ้นรัศมีของดอลลาร์

ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่าแคนาดา “ไม่อาจเป็นที่หลบภัย” ของผู้อำนวยความสะดวกทางการเงินที่ผิดกฎหมาย ซึ่งให้บริการหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรแก่รัฐบาลอิหร่านและเครือข่ายที่หนุนหลัง และเขายืนยันว่ากระทรวงจะไล่ตามและขัดขวางช่องทางการเงินของรัฐบาลอิหร่านไม่ว่าอยู่ที่ใดในโลก ถ้อยคำฟังแข็งกร้าวเมื่ออ่านเดี่ยวๆ แต่คำแถลงฉบับเดียวกันระบุว่าการดำเนินการนี้ประสานกับ FINTRAC หน่วยข่าวกรองทางการเงินของแคนาดา ภาพที่ปรากฏจึงเป็นแรงกดดันที่พูดถึงประเทศในระดับถ้อยคำ แต่ลงมือกับธุรกิจรายตัวโดยมีหน่วยงานของแคนาดาร่วมประสานงาน

ย้อนไปเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 Cointelegraph รายงานว่าสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐเล็งแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่อำนวยการโอนเงินไปยัง IRGC เบสเซนต์กล่าวในครั้งนั้นว่าสหรัฐจะ “เพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ” ต่ออิหร่าน โดยมุ่งเครือข่ายการเงินที่หล่อเลี้ยงระบอบ “ไม่ว่าเป็นดอลลาร์ เรียล หรือคริปโต” คำแถลงรอบนี้จัดมาตรการว่าเป็นความต่อเนื่องของการรณรงค์สกัดการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลของระบอบอิหร่านระดมทุนให้การก่อการร้าย การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการโจมตีบุคลากรและพันธมิตรของสหรัฐ ทั้งหมดเป็นการให้เหตุผลของกระทรวงการคลัง และรายงานข่าวไม่ได้ระบุว่าธุรกรรมของแต่ละรายในทั้ง 8 รายเชื่อมตรงกับวัตถุประสงค์เหล่านั้น

จุดที่เปิดช่องให้ตั้งคำถามเชิงโครงสร้างคือรายละเอียดที่คำแถลงให้ไว้ว่า บางหน่วยงานที่ตกเป็นเป้าหมายเปลี่ยนชื่อและที่อยู่เพื่อหลบการตรวจจับ ประเมินได้ว่าการคว่ำบาตรที่อิงรายชื่อมีจุดอ่อนอยู่ที่ตรงนี้ เพราะชื่อเปลี่ยนได้ในวันเดียว ขณะที่ที่อยู่ดิจิทัลที่คำแถลงอ้างถึงเป็นร่องรอยที่ตามได้ยากกว่าที่จะลบทิ้ง

อีกด้านหนึ่ง ในการดำเนินการแยกต่างหากวันเดียวกัน โครงการ Rewards for Justice ของสหรัฐเสนอเงินสูงสุด 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมความเป็นไปได้ในการย้ายถิ่นฐาน แลกกับข้อมูลโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทั้งสถานที่ อุปกรณ์ และบุคลากร คำแถลงระบุว่าการที่อิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านมาตรการป้องกันของสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ทำให้หน่วยงานสูญเสียความต่อเนื่องของความรู้เกี่ยวกับการผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะและส่วนประกอบอย่างเครื่องหมุนเหวี่ยง มาตรการหนึ่งไล่ตามเงิน อีกมาตรการหนึ่งซื้อข้อมูล แต่ทั้งสองเป็นคนละการดำเนินการ และรายงานข่าวไม่ได้ผูกเป็นปฏิบัติการเดียว

สำหรับผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราและสินทรัพย์ดิจิทัลนอกสหรัฐ รวมถึงในภูมิภาคนี้ ประเมินได้ว่าสัญญาณจากรอบนี้คือ การเข้าถึงระบบดอลลาร์ผูกกับธุรกรรมที่อยู่ในมือ มากกว่าที่ตั้งของบริษัท