xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์”ขยายผลอิสราเอลได้สัญชาติไทย พบโยง 84 บริษัท มี 36 บริษัทเสี่ยงนอมินี อีก 2 ทำธุรกิจไม่ขอ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขยายผลสอบเชิงลึกชาวอิสราเอลได้สัญชาติไทย หลังร่วมปฏิบัติการ “ยุทธรัฐ” ตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย 3 จุดในกรุงเทพฯ พบข้อมูลเชื่อมโยง 84 บริษัท เป็นนิติบุคคลที่เข้าข่ายธุรกิจนอมินี 36 บริษัท และเข้าข่ายคนต่างด้าวทำธุรกิจไม่ได้รับอนุญาต 2 บริษัท เรียกหนังสือให้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว บางรายมา บางรายขอยืดเวลา บางรายเฉย

นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมได้มอบหมายให้นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทีมปราบนอมินีเข้าร่วมประชุมติดตามผลปฏิบัติการ “ยุทธรัฐ” ณ ห้องประชุมกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นการทำงานต่อเนื่อง เพื่อเร่งรัดการตรวจสอบและขยายผลเครือข่ายนอมินีภายหลังเจ้าหน้าที่จาก 10 หน่วยงานได้ลงพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด ในกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบการใช้บุคคลหรือนิติบุคคลอำพรางการประกอบธุรกิจและถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อช่วงเดือน ต.ค.2569 ที่ผ่านมา

โดยหลังจากการลงพื้นที่ กรมได้ตรวจสอบเชิงลึก พบนิติบุคคลที่เข้าข่ายการหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยการตรวจสอบกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการแปลงสัญชาติไทยจำนวน 5 ราย พบเป็นผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลรวม 84 บริษัท ซึ่งกรมได้ขยายผลการตรวจสอบเชิงลึกไปยังสัญชาติของผู้ถือหุ้นและกรรมการทั้ง 84 บริษัท แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.นิติบุคคลไทยที่มีคนไทยเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมด 42 ราย โดยจำนวนนี้มีนิติบุคคลสถานะเลิก/ร้างแล้ว 4 ราย 2.นิติบุคคลที่มีคนไทยร่วมถือหุ้นกับคนต่างด้าว 36 ราย และ 3.นิติบุคคลต่างด้าว 2 ราย


ทั้งนี้ กรมได้ออกหนังสือเรียกนิติบุคคลใน 2 กลุ่ม 38 บริษัท คือ 1.นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายธุรกิจนอมินี 36 ราย โดยมีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้นในสัดส่วนไม่ถึง 50% เพื่อให้กรรมการและผู้ถือหุ้นเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและการลงทุน พร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าหน้าที่กรม และ 2.นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต 2 ราย เพื่อให้ธุรกิจชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ โดยมีนิติบุคคลได้เข้าชี้แจงและนำส่งเอกสารแล้ว 7 ราย พร้อมมีนิติบุคคลที่ขอขยายเวลาชี้แจงออกไปอีก 1 เดือน 20 ราย และยังไม่ได้จัดส่งเอกสารจำนวน 11 ราย ซึ่งกรมจะเร่งรัดและติดตามนิติบุคคลกลุ่มดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับปฏิบัติการยุทธรัฐ เป็นการบูรณาการจาก 10 หน่วยงานภาครัฐ เพื่อตรวจสอบกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการแปลงสัญชาติจากอิสราเอลเป็นสัญชาติไทย และได้กระทำการที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม และหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร โดยได้มุ่งตรวจสอบและขยายผลทั้งด้านการถือครองที่ดิน การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เส้นทางการเงินและภาษีอากร โดยเฉพาะเงินบริจาคจากต่างประเทศ การโอนเงินระหว่างองค์กรและบริษัท รวมถึงการนำเงินไปลงทุนหรือซื้อทรัพย์สิน การตรวจสอบข้อมูลสัญชาติ การเข้าเมือง และการแปลงสัญชาติ การป้องกันการโยกย้ายหรือถ่ายโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด รวมถึงการพำนักและการอยู่เกินกำหนดอนุญาตของคนต่างด้าวที่อาจเชื่อมโยงกับการกระทำผิด

3 จุดที่ได้ไปตรวจสอบก่อนหน้านี้ ได้แก่ 1.มูลนิธิชาบาดกรุงเทพ บริเวณเขตพระนคร พบคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 3 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และดำเนินคดีนายจ้าง 1 ราย ในข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน 2.บริษัท กาน ชาบาด จำกัด บริเวณเขตบางรัก พบพยานหลักฐานที่สำคัญ อาทิ เอกสารการจดทะเบียนมูลนิธิ สมาคม เอกสารการรับบริจาคเงิน บัญชีรายชื่อสมาชิก เอกสารการซื้อขายที่ดิน การก่อสร้างอาคาร การยื่นเสียภาษี การดำเนินกิจการของชาบาดเฮ้าส์ ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร กิจการโรงแรมหรือที่พักแรม รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับนิติบุคคลที่มีการจดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานแห่งเดียวกันกว่า 61 บริษัท ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า มีบุคคลกลุ่มเดียวกันปรากฏชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลหลายแห่ง ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวมีบุคคลที่ได้รับสัญชาติไทยจากการแปลงสัญชาติ และ 3.ยิวสมาคมแห่งประเทศไทย บริเวณเขตคลองเตย พบต่างด้าวสัญชาติลาว จำนวน 2 ราย ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และดำเนินคดีนายจ้าง 1 ราย ในข้อหารับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน