เงินเฟ้อ ต.ค.69 เพิ่ม 3.90% เพิ่ม 7 เดือนติด สูงสุดรอบ 45 เดือน น้ำมันปัจจัยหลัก ดันเงินเฟ้อถึง 2.18% มีสัดส่วน 56% ของเงินเฟ้อรวม ส่วนอาหารสำเร็จรูป ดันเงินเฟ้อ 0.68% ผักดัน 0.40% รวม 3 กลุ่มดันเงินเฟ้อ 3.26% รวม 10 เดือน เพิ่ม 1.77% ส่วนแนวโน้ม เงินเฟ้อจะยังทรงตัวสูง แม้น้ำมันโลกจะลด แต่จะถ่ายถึงต้นทุนไม่น่าเร็วนัก ทั้งปี ยังคาด 1.8-2.2% ค่ากลาง 2%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน ต.ค.2569 เท่ากับ 103.90 เทียบกับเดือน ต.ค.2568 เพิ่มขึ้น 3.90% สูงขึ้น ติดต่อกัน 7 เดือน และทำสถิติสูงสุดในรอบ 45 เดือน นับจาก ม.ค.2566 โดยมีปัจจัยหลักจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น 29.18% (เดือน ต.ค.2568 ราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 31.35 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 32.27 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 31.68 บาท และ ต.ค.2569 ราคาน้ำมันดีเซล ลิตรละ 42.70 บาท แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 41.47 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 40.92 บาท) ซึ่งมีส่วนผลักดันเงินเฟ้อ 2.18% หรือสัดส่วน 56% ของอัตราเงินเฟ้อทั้งหมด ส่วนอาหารสำเร็จรูป เพิ่ม 4.06% ผลักดันเงินเฟ้อ 0.68% หรือสัดส่วน 17.44% ผักสด เพิ่ม 17.34% ผลักดันเงินเฟ้อ 0.40% สัดส่วน 10.26% รวม 3 กลุ่มหลัก ผลักดันเงินเฟ้อ 3.26% สัดส่วน 83.59% ของอัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค.2569 ที่ 3.90% และรวม 10 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-ต.ค.) เพิ่มขึ้น 1.77%
“เงินเฟ้อเดือน ต.ค.2569 ที่สูงขึ้น 3.90% และสูงสุดในรอบ 45 เดือน มีปัจจัยหลักเกินครึ่ง มาจากราคาน้ำมัน และเมื่อเทียบกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือน ก.พ.2565 อัตราเงินเฟ้อไทยอยู่ที่ 5.28% และเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 4.65–7.86% ตลอดปี 2565 ตอนนี้ ถือว่าดีกว่ามาก ระดับเงินเฟ้อยังต่ำกว่าชัดเจน”นายนันทพงษ์กล่าว
โดยรายละเอียดเงินเฟ้อเดือน ต.ค.2569 ที่เพิ่มขึ้น 3.90% มาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เพิ่ม 4.26% โดยสินค้าสำคัญที่สูงขึ้น อาทิ กลุ่มอาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ข้าวราดผัดกะเพรา ข้าวผัด) เพิ่ม 4.06% ผักสด (ผักบุ้ง มะนาว ใบกะเพรา ผักคะน้า มะเขือ ต้นหอม ถั่วฝักยาว ผักกวางตุ้ง) เพิ่ม 17.34% เนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ (เนื้อสุกร ไก่สด ปลาทูสด กุ้งขาว ปลาทูนึ่ง ปลาหมึกกล้วย) เพิ่ม 2.85% ข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง (ข้าวสารเจ้า ข้าวสารเหนียว ขนมปังปอนด์) เพิ่ม 4.79% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (น้ำดื่มบริสุทธิ์ น้ำอัดลม กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟร้อน/เย็น) เพิ่ม 1.94% ผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน ไอศกรีม น้ำตาลทรายแดง) เพิ่ม 2.48% เครื่องประกอบอาหาร (น้ำปลา กะปิ น้ำมันพืช ผงชูรส เครื่องปรุงรส ซีอิ๊ว) เพิ่ม 0.85% ไข่และผลิตภัณฑ์นม (ไข่ไก่ ไข่เป็ด นมถั่วเหลือง นมเปรี้ยว) เพิ่ม 6.90% ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง ได้แก่ ผลไม้สด (ลองกอง มะม่วง แก้วมังกร กล้วยน้ำว้า) ลด 0.15%
ส่วนหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่ม 3.66% จากการสูงขึ้นของหมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร (น้ำมันเชื้อเพลิง ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสาร รถตู้วิ่งระหว่างจังหวัด ค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศ ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง ค่าโดยสารรถเมล์เล็ก/รถสองแถว) เพิ่ม 10.93% หมวดการบันเทิง การอ่าน การศึกษา และการศาสนา (ค่าทัศนาจรต่างประเทศและในประเทศ ค่าเดินทางไปเยี่ยมญาติและทำบุญ อาหารสัตว์เลี้ยง) เพิ่ม 1.51% ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ (เบียร์ ไวน์) เพิ่ม 0.04% ส่วนสินค้าที่ราคาลดลง ได้แก่ หมวดเคหสถาน (ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าจ้างเหมาซ่อมแซมบ้าน (ค่าแรงพร้อมวัสดุก่อสร้าง) ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาถูพื้น ผ้าเช็ดตัว เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ) ลด 0.94% หมวดการตรวจรักษา และบริการส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว ครีมนวดผม น้ำหอม สบู่ถูตัว แป้งผัดหน้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า (คลีนซิ่ง) ยาสีฟัน) ลด 0.35% หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า (เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษและสตรี รองเท้าผ้าใบบุรุษ เสื้อยืดเด็ก) ลด 0.46%
เมื่อแยกเงินเฟ้อตามรายภาค พบว่า ภาคใต้สูงขึ้นสูงสุด 4.50% รองลงมา คือ ภาคกลาง 4.21% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3.77% ภาคเหนือ 3.66% กรุงเทพฯ และปริมณฑล 3.60%
ทางด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) เดือน ต.ค.2569 สูงขึ้น 1.58% เร่งตัวขึ้นจากเดือน ก.ย.2569 ที่สูงขึ้น 1.50% รวม 10 เดือน ปี 2569 เพิ่มขึ้น 1.06%
นายนันทพงษ์กล่าวว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ย.2569 คาดว่าจะยังคงเป็นบวก โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ราคาพลังงานโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ต้นทุนอาหารสำเร็จรูปและค่าขนส่ง รวมถึงสภาพอากาศที่อาจส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรบางชนิด ขณะที่มาตรการด้านพลังงานของรัฐบาล การดูแลราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ และสถานการณ์น้ำท่วมที่คลี่คลาย จะมีส่วนช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านราคาและดูแลค่าครองชีพของประชาชน ส่วนอีก 2 เดือนที่เหลือ เงินเฟ้อจะอยู่ในระดับสูงหรือไม่ ตอบได้ครึ่งเดียว อีกครึ่งต้องตามดูต่อ เพราะหลังเลือกตั้งสหรัฐฯ น้ำมันลดลงทีเดียวเกือบ 10% และต้องดูนโยบายสหรัฐฯ ว่าจะเอายังไงต่อ โดยน้ำมันที่ลดลง การถ่ายถึงต้นทุนจะยังไม่เร็ว ดังนั้น เงินเฟ้ออีก 3 เดือนสุดท้าย ก็จะยังทรง ๆ ในระดับนี้ โดยกระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 อยู่ในช่วง 1.8-2.2% ค่ากลาง 2.0%