xs
xsm
sm
md
lg

UNILEVER ใช้ AI ปั้นเอนไซม์อัจฉริยะ ปฏิวัติสูตรน้ำยาซักผ้า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน-UNILEVER ยักษ์ใหญ่ FMCG โลก เดินเกมนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี AI จับมือ Arzeda บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบโปรตีน พัฒนาเอนไซม์อัจฉริยะสำหรับผลิตภัณฑ์ซักผ้า สามารถทำงานได้ 3 คุณสมบัติในหนึ่งเดียว ทั้งขจัดคราบ ดูแลเนื้อผ้า และช่วยให้กลิ่นหอมติดทนนาน เตรียมนำมาใช้ใน Surf Excel Matic Liquid บุกตลาดอินเดีย หวังยกระดับประสิทธิภาพสินค้า ลดความซับซ้อนในการพัฒนาสูตร พร้อมเปิดเกมใหม่ FMCG ใช้ AI เปลี่ยนกระบวนการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์

AI ขยับจาก Marketing สู่ Product Innovation

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเปิดเผยโดย Unilever เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ว่า บริษัทได้ร่วมมือกับ Arzeda บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพและการออกแบบโปรตีน พัฒนาเอนไซม์ที่ออกแบบด้วย AI (AI-designed Enzyme) เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์น้ำยาซักผ้าสูตรใหม่ Surf Excel Matic Liquid ซึ่งเตรียมเปิดตัวในประเทศอินเดีย

จุดเด่นของนวัตกรรมนี้อยู่ที่การออกแบบเอนไซม์ให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ 3 ด้านพร้อมกัน ได้แก่ การทำความสะอาดและขจัดคราบ (Cleaning) การดูแลรักษาเนื้อผ้า (Fabric Care) และการช่วยให้กลิ่นหอมติดทนนาน (Lasting Fragrance)

Unilever ให้ข้อมูลว่า โดยทั่วไปการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ให้ได้คุณสมบัติเหล่านี้อาจต้องใช้เอนไซม์สำหรับขจัดคราบ เอนไซม์สำหรับดูแลเนื้อผ้า และเทคโนโลยีแยกต่างหากสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการคงอยู่ของกลิ่นหอม ส่งผลให้สูตรผลิตภัณฑ์มีความซับซ้อน ต้นทุนสูงขึ้น และเพิ่มความยุ่งยากในการบริหารจัดการซัพพลายเชน แต่การใช้ AI ช่วยออกแบบเอนไซม์ใหม่ ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาเทคโนโลยีหนึ่งเดียวที่ตอบโจทย์ทั้ง 3 คุณสมบัติได้ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่านการทดสอบผู้บริโภคเบื้องต้น และทำคะแนนได้ดีที่สุดในรอบ 5 ปีของบริษัท

Neil Parry หัวหน้าฝ่าย Biotechnology ของ Unilever เปิดเผยว่า นวัตกรรมดังกล่าวเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถรวมคุณประโยชน์ 3 ด้านไว้ในเทคโนโลยีเดียว และจะมีบทบาทเปลี่ยนแปลงวิธีการพัฒนาสูตรน้ำยาซักผ้าของบริษัทในอนาคต


AI ช่วยออกแบบโปรตีน เร่งกระบวนการ R&D

เบื้องหลังนวัตกรรมนี้คือการนำ AI และเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เข้ามาช่วยแก้ข้อจำกัดของการค้นหาและพัฒนาเอนไซม์แบบเดิม โดยเอนไซม์เป็นโปรตีนที่มีบทบาทสำคัญในการเร่งปฏิกิริยาทางชีวภาพ และถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมาเป็นเวลานาน เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยสลายคราบประเภทต่าง ๆ ทั้งคราบไขมัน น้ำมัน และคราบโปรตีน

อย่างไรก็ตามการค้นหาเอนไซม์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับสูตรผลิตภัณฑ์และสภาพการซักจริงเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน เพราะมีความเป็นไปได้ของโครงสร้างเอนไซม์จำนวนมหาศาล วิธีการแบบเดิมต้องสร้างโครงสร้างเอนไซม์จำนวนมาก ก่อนนำไปทดสอบและคัดเลือกตัวที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานและมีข้อจำกัดในการทดลอง แต่ความร่วมมือกับ Arzeda ทำให้ Unilever สามารถนำ AI มาช่วยออกแบบและคัดเลือกโครงสร้างโปรตีนที่มีแนวโน้มตอบโจทย์การใช้งาน จากนั้นจึงนำตัวเลือกไปสร้างและทดสอบในห้องปฏิบัติการจริง

บริษัทระบุว่า กระบวนการออกแบบและคัดเลือกเอนไซม์รูปแบบใหม่นี้ทำได้เร็วกว่าแนวทางพัฒนาเอนไซม์แบบเดิมหลายสิบถึงหลายร้อยเท่า โดย AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่การทดสอบทางวิทยาศาสตร์ แต่ช่วยให้นักวิจัยเลือกสิ่งที่ควรนำไปทดลองได้แม่นยำขึ้น ทั้งนี้ Surf Excel Matic Liquid จะเป็นผลิตภัณฑ์แรกในธุรกิจ Home Care ของ Unilever ที่นำเอนไซม์ซึ่งออกแบบด้วย AI ไปใช้ในระดับการผลิตเชิงพาณิชย์

เจาะอินเดีย ตลาดน้ำยาซักผ้าโตเลขสองหลัก

การเลือกอินเดียเป็นตลาดเปิดตัวนวัตกรรมครั้งนี้ สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้า ซึ่งกำลังได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของครัวเรือนที่มีเครื่องซักผ้า และการขยับขึ้นไปซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติและราคาสูงขึ้น

Unilever เปิดเผยข้อมูลตลาดอินเดียว่า สัดส่วนครัวเรือนที่เป็นเจ้าของเครื่องซักผ้าทั้งในเขตเมืองและชนบทเพิ่มขึ้นจาก 16% ในปี 2561 เป็น 29% ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 37% ภายในปี 2573 ขณะที่ตลาดน้ำยาซักผ้าในอินเดียเติบโตในระดับตัวเลขสองหลักต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สูงกว่าการเติบโตของตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าโดยรวม โดย Unilever เป็นหนึ่งในผู้นำตลาดน้ำยาซักผ้าในประเทศ

อีกหนึ่งอินไซต์สำคัญ คือ ผลสำรวจผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าในอินเดียมากกว่า 90% ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการทำความสะอาด พร้อมกลิ่นหอมติดทนนาน จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้ การนำเอนไซม์อัจฉริยะมาใช้จึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพของสูตรผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นกลยุทธ์ยกระดับสินค้าไปสู่กลุ่มพรีเมียม (Premiumisation) รองรับกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป


วางเกม AI-Biotechnology พลิกอนาคต FMCG

ความร่วมมือระหว่าง Unilever และ Arzeda ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้น โดยทั้งสองบริษัทประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 เพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Digital Biology และ AI ในการออกแบบเอนไซม์สำหรับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและซักผ้า ครอบคลุมแบรนด์สำคัญอย่าง OMO, Persil, Sunlight และ Surf ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2566 ทั้งสองบริษัทเปิดเผยความสำเร็จในการพัฒนาเอนไซม์สำหรับขจัดคราบที่อุณหภูมิต่ำ โดยใช้เวลาพัฒนาเพียง 18 เดือน เร็วกว่ากระบวนการเดิม 5 เท่า และมีศักยภาพลดจำนวนส่วนผสมในสูตรผลิตภัณฑ์ลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง โดยยังคงประสิทธิภาพการทำความสะอาด

นอกจากนี้ Unilever ยังมีเป้าหมายใช้เทคโนโลยีเอนไซม์และ AI เพื่อพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ที่ลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากฟอสซิล ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผลิตภัณฑ์ในสภาพการซักที่แตกต่างกัน

อีกความเคลื่อนไหวที่สะท้อนทิศทางดังกล่าวคือ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 Unilever ประกาศลงทุนหลายล้านยูโรเพื่อยกระดับศูนย์วิจัยและพัฒนาในเมืองมุมไบและบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย ให้เป็นระบบนิเวศด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยุคใหม่

การลงทุนดังกล่าวสะท้อนว่าบริษัทกำลังให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเร่งการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก

สำหรับอุตสาหกรรม FMCG การเคลื่อนไหวของ Unilever ถือเป็นอีกตัวอย่างของการนำ AI ออกจากบทบาทการตลาดและการวิเคราะห์ข้อมูล ไปสู่การเป็นเครื่องมือสำคัญในกระบวนการคิดค้นผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างโปรตีน การพัฒนาส่วนประกอบ ไปจนถึงการสร้างคุณสมบัติใหม่ให้กับสินค้า

ทิศทางดังกล่าวอาจกลายเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิการแข่งขันของผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก ที่ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เร็วขึ้น พร้อมสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาว.