มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศไทยเป็นปีที่ 2 จากการเปรียบเทียบอันดับในกลุ่มหาวิทยาลัยเอกชนขนาดใหญ่ (Size L ขึ้นไป) ที่มีจำนวนนักศึกษามากกว่า
12,000 คน ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย โดย QS World University Rankings
สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยชื่อดังระดับโลก ได้ทำการประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย QS World University Rankings: Asia 2027 ซึ่งประกาศผลวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 โดยมีมหาวิทยาลัยต่างๆ ในเอเชียที่ได้รับการจัดอันดับกว่า 1,725 แห่ง
การจัดอันดับ QS World University Rankings: Asia เป็นการประเมินและจัดอันดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย โดยอาศัยเกณฑ์ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance Indicators) ทั้งหมด 11 ตัวชี้วัด
ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดมีสัดส่วนการให้น้ำหนักคะแนนแตกต่างกันตามความสำคัญในแต่ละด้านครอบคลุมทั้งชื่อเสียงและการยอมรับทางวิชาการ
ผลงานด้านการวิจัยและการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ คุณภาพการสอนและบุคลากร ตลอดจนความเป็นนานาชาติและการแลกเปลี่ยน
โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่หลัก ดังนี้
หมวดชื่อเสียงและการยอมรับ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการประเมินคุณภาพและภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วยตัวชี้วัด 2 ประการ ได้แก่ Academic Reputation (ความน่าเชื่อถือทางวิชาการ)
ซึ่งมีน้ำหนักคะแนนร้อยละ 30 โดยประเมินจากการสำรวจความคิดเห็นของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก และ Employer Reputation (การยอมรับจากนายจ้าง/ผู้ประกอบการ) ซึ่งมีน้ำหนักคะแนนร้อยละ 20
โดยพิจารณาจากการสำรวจผู้จัดการและฝ่ายสรรหาบุคลากรเกี่ยวกับคุณภาพของบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย
หมวดการวิจัยและผลงานทางวิชาการ มุ่งสะท้อนศักยภาพและคุณภาพของการสร้างสรรค์ผลงานวิจัย ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นในแวดวงวิชาการ โดยประกอบด้วย International Research Network
(เครือข่ายความร่วมมือวิจัยนานาชาติ) มีน้ำหนักคะแนนร้อยละ 10
ซึ่งวัดระดับความหลากหลายของความร่วมมือด้านการวิจัยกับต่างประเทศ Citations per Paper (จำนวนการอ้างอิงต่อผลงานวิจัย) มีน้ำหนักคะแนนร้อยละ 10 ใช้วัดคุณภาพและผลกระทบของงานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงในฐานข้อมูล Scopus และ Papers per Faculty (จำนวนผลงานวิจัยต่ออาจารย์) มีน้ำหนักคะแนนร้อยละ 5 ซึ่งสะท้อนอัตราความสร้างสรรค์และการผลิตผลงานทางวิชาการของอาจารย์
หมวดคุณภาพการสอนและบุคลากร เป็นการพิจารณาถึงความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนและคุณวุฒิทางวิชาการของคณาจารย์ โดยมีตัวชี้วัด 2 ประการ ได้แก่ Faculty / Student Ratio (สัดส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษา) ซึ่งมีน้ำหนักคะแนนร้อยละ 10 ใช้ประเมินความพร้อมในการดูแลนักศึกษาและอัตราส่วนการสอนต่อนักศึกษา อีกทั้ง Staff with a PhD (สัดส่วนอาจารย์ที่จบปริญญาเอก) มีน้ำหนักคะแนนร้อยละ 5
เพื่อวัดระดับคุณวุฒิทางวิชาการของคณาจารย์ อันเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนความพร้อมด้านบุคลากรของมหาวิทยาลัย
หมวดความเป็นนานาชาติและการแลกเปลี่ยน มุ่งประเมินความสามารถของมหาวิทยาลัยในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ โดยประกอบด้วยตัวชี้วัด 4 ประการ ซึ่งมีน้ำหนักคะแนนเท่ากัน ตัวชี้วัดละร้อยละ 2.5 ได้แก่ International Faculty Ratio (สัดส่วนอาจารย์ชาวต่างชาติ) ซึ่งสะท้อนสัดส่วนของบุคลากรจากต่างประเทศ International Student Ratio (สัดส่วนนักศึกษาชาวต่างชาติ) ซึ่งแสดงถึงสัดส่วนของนักศึกษาจากต่างประเทศ Inbound Exchange Students (สัดส่วนนักศึกษาแลกเปลี่ยนขาเข้า) ซึ่งพิจารณาสัดส่วนของนักศึกษาที่เดินทางเข้ามาแลกเปลี่ยน และ Outbound Exchange Students (สัดส่วนนักศึกษาแลกเปลี่ยนขาออก) ซึ่งพิจารณาสัดส่วนของนักศึกษาที่เดินทางออกไปแลกเปลี่ยนยังต่างประเทศ
สำหรับการจัดอันดับ QS World University Rankings: Asia 2027
เป็นการประเมินมหาวิทยาลัยในหลากหลายมิติ ทั้งด้านชื่อเสียงทางวิชาการและการยอมรับจากภาคผู้ประกอบการ ด้านศักยภาพการวิจัยและการเผยแพร่ผลงาน ด้านคุณภาพการจัดการเรียนการสอนและบุคลากร
ตลอดจนด้านความเป็นนานาชาติและการแลกเปลี่ยน ซึ่งแต่ละตัวชี้วัดมีสัดส่วนคะแนนที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินและจัดอันดับมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย./