xs
xsm
sm
md
lg

โรบินสันทุ่ม 2.6 หมื่นล. ลุยแผน 4 ปี ผุด “Ploen-Riva” 2 โมเดลใหม่เสริมกำลัง ปั้น Retail Ecosystem ชิงทำเล–ดึงทราฟฟิก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน - โรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ประกาศทุ่มงบกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท จัดเต็มปี 70-73 เดินหน้าขยายสาขาและพัฒนาโครงการใหม่ หวังยกระดับพอร์ตธุรกิจสู่ “Complete Retail Ecosystem” ด้วย 3 โมเดลค้าปลีก ทั้งศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าโรบินสัน พร้อมเปิดตัว 2 โมเดลใหม่ “Ploen” (เพลิน) คอมมูนิตี้มอลล์ และ “Riva” (รีว่า) ไลฟ์สไตล์เดสติเนชัน หวังเจาะตลาดตามศักยภาพทำเล และตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป


นายเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าโรบินสันไม่ได้มีการขยายสาขาเพิ่ม แต่จะเน้นการรีโนเวต และปรับพื้นที่ใหม่ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งตั้งแต่ในปี 68-69 นี้ มีการรีโนเวตทั้งหมด 11 สาขา ใช้งบลงทุนรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนแผนธุรกิจระยะ 4 ปี (2570-2573) บริษัทพร้อมเดินหน้าขยายสาขาใหม่ การรีโนเวตสาขาเดิม และการพัฒนาโมเดลค้าปลีก ซึ่งหลังจากนี้การพัฒนาธุรกิจโรบินสันจะมุ่งสร้างความแข็งแกร่งผ่านพอร์ตค้าปลีกที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด “Different Formats Connected by People’s Lives” โดยใช้ความเข้าใจผู้บริโภคและศักยภาพของแต่ละพื้นที่เป็นโจทย์หลักในการพัฒนา


3 โมเดลรีเทล เชื่อมทุกไลฟ์สไตล์

ปัจจุบันโรบินสันมีศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้ารวม 46 สาขา ครอบคลุม 38 จังหวัด มีพื้นที่ให้เช่ารวมกว่า 1 ล้านตารางเมตร รองรับผู้ใช้บริการมากกว่า 350,000 คนต่อวัน มีอัตราการต่อสัญญาร้านค้าเดิม (Retention Rate) สูงกว่า 90% และสร้างการจ้างงานได้สูงสุดถึง 40,000 อัตรา

อย่างไรก็ตาม จากการที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การเข้าถึงข้อมูลที่มากขึ้น และความคาดหวังต่อประสบการณ์การใช้บริการที่สูงขึ้น ทำให้การพัฒนาศูนย์การค้าไม่สามารถพึ่งพาการเป็นพื้นที่ซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้เวลาและกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง


โรบินสันจึงวางยุทธศาสตร์ 3 โมเดล ได้แก่

1. Robinson ยกระดับศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเดิม พร้อมขยายสาขาใหม่และเชื่อมประสบการณ์การช้อปปิ้งให้ครบทุกมิติ
2. Ploen คอมมูนิตี้มอลล์รูปแบบใหม่ เน้นการตอบโจทย์ชีวิตประจำวันและความต้องการของชุมชนโดยรอบ
3. Riva ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันที่ให้การพักผ่อน กิจกรรม อาหาร และเวลเนสเป็นแม่เหล็กหลัก โดยมีพื้นที่รีเทลเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์


โรบินสันรีแบรนด์ ปรับ 6 Destinations รีโนเวต 19 สาขา

สำหรับธุรกิจศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เดินหน้าปรับภาพลักษณ์แบรนด์และโลโก้ใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์ภายใต้แนวคิด “6 Destinations, 1 Integrated Experience” จัดพื้นที่เป็น 6 จุดหมายปลายทาง ประกอบด้วย

* Food Destination รวมร้านอาหาร คาเฟ่ ศูนย์อาหาร Food Haven ซูเปอร์มาร์เก็ต และตลาดกลางแจ้ง
* Fashion Destination รวมแบรนด์แฟชั่นชั้นนำและแบรนด์ยอดนิยมจากโลกออนไลน์
* Home Living & Tech Destination สินค้าและโซลูชันสำหรับบ้านและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
* Health & Wellness Destination ครอบคลุมความงาม สุขภาพ และเวลเนส
* Kids & Education Destination พื้นที่เรียนรู้และกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว
* Entertainment Destination โรงภาพยนตร์ ฟิตเนส และกิจกรรมบันเทิง

ทั้ง 6 จุดหมายจะเชื่อมต่อเป็นประสบการณ์เดียวผ่านกิจกรรม เทศกาล พื้นที่ชุมชน และบริการต่างๆ โดยมีตัวอย่างความสำเร็จจากโรบินสัน สมุทรปราการ ซึ่งใช้งบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ปรับโฉมศูนย์การค้าและห้าง เพิ่มร้านค้าใหม่กว่า 250 แบรนด์ ส่งผลให้ยอดผู้มาเยือนเพิ่มขึ้น 30%

ทั้งนี้ที่ผ่านมาในปี 2568-2569 โรบินสันรีโนเวตไปแล้ว 11 สาขา เตรียมเดินหน้าปรับปรุงอีก 7 สาขาในปี 2570 ได้แก่ ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เพชรบุรี ราชพฤกษ์ ปราจีนบุรี สกลนคร และพะเยา ก่อนเพิ่มอีก 12 สาขาในปี 2571-2572 รวมเป็น 19 สาขาในแผนระยะถัดไป

ด้านการขยายสาขาใหม่ เตรียมเปิดโรบินสัน หนองคาย ในไตรมาส 3 ปี 2570 มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 33 ไร่ มีร้านค้ากว่า 300 แบรนด์ รองรับโอกาสจากภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะทำเลเชื่อมต่อไทย-สปป.ลาว-จีน ปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าเกือบ 40%

นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายโรบินสันเพิ่มอีกปีละ 1 สาขาในปี 2571 และ 2572 รวมถึงปรับรูปแบบ Tops Plaza บางแห่งให้เป็นโรบินสัน โดยมีแผนเปลี่ยน Tops Plaza พะเยาในปี 2570 และทยอยพิจารณาสาขาพิจิตรในลำดับต่อไป


Ploen บุก Community Mall ปักหมุดรังสิต

อีกหนึ่งหมากสำคัญคือการเปิดตัว “Ploen” (เพลิน) โมเดลคอมมูนิตี้มอลล์ที่ใช้แนวคิด Community-Centric Development ยึดชุมชนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา ภายใต้แนวคิด “From Everyday Essentials to Everyday Experiences” เปลี่ยนพื้นที่จับจ่ายสินค้าในชีวิตประจำวันให้เป็นพื้นที่ใช้ชีวิตของคนในชุมชน

นายเลิศวิทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันตลาด Community Mall ในกรุงเทพฯ มีพื้นที่รวมกว่า 2 ล้านตารางเมตร จำนวนมากกว่า 300 โครงการ สะท้อนการแข่งขันของตลาดที่มีผู้ประกอบการจำนวนมาก แต่ละโครงการต้องสร้างจุดแตกต่างเพื่อดึงดูดผู้บริโภคและรักษาทราฟฟิก

โรบินสันมองปัจจัยความสำเร็จของคอมมูนิตี้มอลล์ไว้ 6 ด้าน ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ตเป็น Anchor Store ดึงลูกค้าเข้าพื้นที่ การมีตลาดอาหารและ Street Food ที่รวบรวมร้านดังมากกว่า 200 ร้าน การเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง การมีสินค้าและบริการครบตลอดวัน การสร้างประสบการณ์และกิจกรรมใหม่ๆ รวมถึงพื้นที่ Co-Creation สำหรับคนทุกวัย ครอบครัว เด็ก และสัตว์เลี้ยง

Ploen โครงการแรก คือ Ploen รังสิต เตรียมเปิดให้บริการไตรมาส 3 ปี 2570 ตั้งอยู่บนถนนรังสิต-นครนายก เชื่อมต่อวงแหวนรอบนอก มีพื้นที่มาสเตอร์แพลนรวม 322 ไร่ มูลค่าโครงการเฟสแรก 1,500 ล้านบาท ใช้พื้นที่พัฒนา Community Mall 24 ไร่ มีพื้นที่อาคารรวม 16,000 ตารางเมตร ทำเลดังกล่าวมีฐานประชากรโดยรอบกว่า 879,000 คน รายได้เฉลี่ยครัวเรือนประมาณ 39,646 บาทต่อเดือน โดยเฟสแรกประกอบด้วยร้านค้ากว่า 70 ร้าน ครอบคลุม Health & Wellness, IT และบริการเฉพาะทาง มี Tops ซูเปอร์มาร์เก็ต และ Sunday Playland เป็นแม่เหล็กดึงดูดครอบครัว

ขณะที่จุดขายสำคัญคือ Food Destination ที่รวบรวมร้านค้าในตลาดกว่า 220 ร้าน และร้านอาหารแบบ Dine-in มากกว่า 30 ร้าน ทั้งบุฟเฟต์ ร้านอาหารยอดนิยม และร้านดังในพื้นที่ รวมถึงโซนอาหารที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รองรับทั้งมื้อประจำวัน มื้อดึก และการสังสรรค์

นอกจากนี้ ยังจัดสรรพื้นที่ Co-Creation อีกกว่า 10 ไร่ สำหรับลานกิจกรรม ตลาดต้นไม้ พื้นที่วิ่ง และกิจกรรมร่วมกันของคนในชุมชน เพื่อเพิ่มความถี่ในการเข้ามาใช้บริการ ไม่จำกัดเฉพาะการซื้อสินค้าและรับประทานอาหาร

สำหรับแผนขยาย Ploen ตั้งเป้าเปิดเพิ่มปีละ 3 แห่งในปี 2571 และ 2572 รวมเป็น 7 แห่งภายในปี 2572 โดยวางรูปแบบให้สามารถนำไปพัฒนาได้ทั้งในกรุงเทพฯ หัวเมืองใหญ่ และเมืองท่องเที่ยว


Riva ปั้นเป็น Recreation-Led Retail

ส่วนโมเดลใหม่อีกแบรนด์ คือ “Riva” (รีว่า) ใช้แนวคิด Recreation-Led Retail Destination เปลี่ยนบทบาทพื้นที่รีเทลให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการพักผ่อนและกิจกรรมไลฟ์สไตล์ ภายใต้คอนเซปต์ “From Shopping to Leisure Living” ผสานธรรมชาติ อาหาร กิจกรรม เวลเนส และคอมมูนิตี้

รีว่าโครงการแรก คือ Riva รามคำแหง เตรียมเปิดไตรมาส 1 ปี 2571 บนพื้นที่ 24 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 2,500 ล้านบาท มีพื้นที่อาคารรวม 54,000 ตารางเมตร พื้นที่ให้เช่ารวม 21,000 ตารางเมตร และร้านค้ากว่า 200 ร้าน โครงการวางตำแหน่งเป็น Future Gateway of East Bangkok รองรับการเติบโตของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยมีองค์ประกอบด้านธรรมชาติและพื้นที่กิจกรรมเป็นจุดขาย ทั้งพื้นที่เชื่อมโยงกับคลองแสนแสบ พื้นที่สีเขียว และพื้นที่พักผ่อน ตลอดจนการคัดสรรร้านอาหารแบรนด์ดัง ร้านอาหารท้องถิ่น และคอนเซปต์อาหารใหม่ๆ และการสร้าง Longevity Destination เชื่อมการดูแลสุขภาพทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณเข้ากับกิจกรรมไลฟ์สไตล์ พร้อมแนวคิด “Every Brand, A Destination” เปิดโอกาสให้แบรนด์พัฒนาร้านค้าในรูปแบบ Story-Driven Concept Store ที่มีเอกลักษณ์และสร้างประสบการณ์เฉพาะตัว

ทั้งนี้เตรียมขยาย Riva เพิ่มอีก 1 แห่งในปี 2572 และอีก 1 แห่งในปี 2573 รวมเป็น 3 แห่งภายในปี 2573


เร่งเพิ่มพื้นที่รีเทล รับเกมแข่งขันทำเลใหม่

นายเลิศวิทย์ กล่าวต่อว่า จากแผนขยายธุรกิจทั้ง 3 โมเดล สรุปแล้วในปี 2570-2573 โรบินสันเตรียมเพิ่มโครงการใหม่ต่อเนื่อง โดยปี 2570 มีแผนเปิดโรบินสัน หนองคาย และ Ploen รังสิต ส่วนในปี 2571 มีแผนเปิดโรบินสันอีก 1 สาขา Ploen 3 แห่ง และ Riva รามคำแหง 1 แห่ง ส่วนปี 2572 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 5 โครงการ ประกอบด้วย โรบินสัน 1 สาขา Ploen 3 แห่ง และ Riva อีก 1 แห่ง และปี 2573 มีแผนเปิด Riva อีก 1 แห่ง

แผนดังกล่าวยังมาพร้อมการรีโนเวตสาขาเดิมและปรับปรุงพื้นที่เช่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่และสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแต่ละทำเล โดยตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่รีเทลรวมประมาณ 300,000 ตารางเมตร หรือเติบโตประมาณ 30% เมื่อดำเนินการตามแผนครบถ้วน

ทั้งนี้คาดการณ์ว่า ตลอด 4 ปีนี้ (2570-2573) บริษัทจะใช้งบลงทุนรวมประมาณ 26,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. งบรีโนเวต 2,000 ล้านบาท เฉลี่ยปีละ 1,000 ล้านบาท 2. ขยายโรบินสัน 3 สาขา 6,000 ล้านบาท เฉลี่ยสาขาละ 2,000 ล้านบาท 3. Ploen 7 สาขา 10,500 ล้านบาท เฉลี่ยลงทุนสาขาละ 1,500 ล้านบาท และ 4. Riva 3 สาขา 7,500 ล้านบาท เฉลี่ยลงทุนสาขาละ 2,500 ล้านบาท


นายเลิศวิทย์ กล่าวต่อถึงการบริหารความเสี่ยงด้วยว่า โรบินสันใช้กลยุทธ์ Localized Marketing โดยมีทีม Asset Team ประจำแต่ละพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลและอินไซต์ของผู้บริโภคมาปรับกิจกรรม โปรโมชั่น และรูปแบบการบริหารให้เหมาะกับกำลังซื้อและสถานการณ์เฉพาะหน้า ทั้งเงินเฟ้อและภัยธรรมชาติ พร้อมติดตามทราฟฟิกและกำลังซื้อในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ โรบินสันยังเตรียมต่อยอด Future Retail Experience ด้วยเทคโนโลยี Humanoid Robotics และ AI เปิดพื้นที่ศูนย์การค้าเป็น Living Lab ทดลองบริการและปฏิสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างลูกค้ากับเทคโนโลยี รวมถึงเดินหน้าด้านความยั่งยืนผ่าน Solar Rooftop ที่ติดตั้งแล้ว 25 สาขา ระบบ AI Chiller Plant Management การจัดการน้ำและขยะ ตลอดจนจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า

“การขยับครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนสาขา แต่เป็นการกระจายพอร์ตธุรกิจไปสู่รูปแบบรีเทลที่มีบทบาทแตกต่างกัน ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ คอมมูนิตี้มอลล์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน ไปจนถึงไลฟ์สไตล์เดสติเนชันที่ขายประสบการณ์และการพักผ่อน” นายเลิศวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย.