OR โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 3/69 แตะ 5,138 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% จากไตรมาสก่อน และมี EBITDA 7,508 ล้านบาท โตขึ้นกว่า 100% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่วนงวด9เดือนปี 69 มีกำไรสุทธิ 5,778ล้านบาท ลด 37.4% โดยไตรมาส3นี้ บริษัทได้รับแรงหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Global พร้อมเดินหน้าผนึกกำลังพันธมิตรระดับแนวหน้า ขยายเครือข่ายกลุ่มธุรกิจ Lifestyle และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ OR ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 มีรายได้ขายและบริการ 184,425 ล้านบาท ลดลง 21,242 ล้านบาท หรือลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มี EBITDA จำนวน 7,508 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,455 ล้านบาท หรือมากกว่า 100% จากไตรมาสก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มธุรกิจ Mobility ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรเพิ่มขึ้นจากดีเซลและเบนซิน และกลุ่มธุรกิจ Global ที่มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นในฟิลิปปินส์ สปป.ลาว และกัมพูชา ขณะที่ผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ปรับตัวลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานปรับตัวลดลง ส่งผลให้ในไตรมาสนี้ OR มีกำไรสุทธิ 5,138 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,912 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.43 บาท สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลก
สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2569 OR มีรายได้ขายและบริการ 566,217 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63,029 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ หลัก ๆ มาจากกลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Global ที่เพิ่มขึ้น 11.6% และ 22.5% ตามลำดับ ตามราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อลิตรที่สูงขึ้นสอดคล้องกับราคาน้ำมันในตลาดโลก เป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ปริมาณจำหน่ายโดยรวมจะลดลง ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีรายได้เพิ่มขึ้น 4.5% จากการขยายสาขาของธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง และมี EBITDA อยู่ที่ 14,661 ล้านบาท ลดลง 1,253 ล้านบาท หรือลดลง 7.9% มีกำไรสุทธิ 5,778ล้านบาท ลดลง37.4%เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน
โดยหลักจากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรของน้ำมันอากาศยานที่ลดลงในกลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Global จากกำไรขั้นต้นที่ลดลงในกัมพูชาเป็นหลักจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ยังเติบโตแข็งแกร่ง โดย Café Amazon มีปริมาณจำหน่ายในไตรมาสนี้ 116 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 6.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายสาขา กิจกรรมส่งเสริมการขาย
บริษัทยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักควบคู่กับการสร้างการเติบโตระยะยาว ทั้งการขยาย PTT Station เพิ่มอีก 12 แห่งในไตรมาสนี้ และการขยายเครือข่าย EV Station PluZ ซึ่งเปิดให้บริการสะสม 1,373 แห่ง (3,110 หัวชาร์จ DC Fast Charge) พร้อม EV HUB 34 แห่ง และนวัตกรรม Ultra-Fast Charge กำลังไฟสูงสุด 480 กิโลวัตต์ เพื่อรองรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้านธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม ณ สิ้นไตรมาส 3 มีเครือข่ายรวม 5,108 สาขา ประกอบด้วย Café Amazon 5,015 สาขา และร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่นอีก 93 สาขา ส่วนร้านค้าปลีกสินค้าสุขภาพและความงาม found & found ขยายเป็น 31 สาขา และล่าสุด บริษัท ฟู้ดเดลลัส จำกัด (FDL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OR ได้ลงนามความร่วมมือกับ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายร้านอาหาร 4 แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ The Pizza Company, Dairy Queen, The Steak & More และ CHIHO Ramen ตั้งเป้ากว่า 150 สาขาภายในปี 2573 เพื่อยกระดับสถานีบริการน้ำมันและพื้นที่เชิงพาณิชย์สู่การเป็น Food & Lifestyle Destination
นอกจากนี้ยังขยาย Café Amazonสู่ตลาดเอเชียใต้ร่วมกับบาชุนดารากรุ๊ป (Bashundhara Group)โดยเปิดสาขาแรกที่กรุงธากาประเทศบังกลาเทศตั้งเป้า 8สาขาภายในปี 2569และกว่า 100สาขาในอนาคต
ORยังเดินหน้า Digital & AI Transformationโดยมีแอปพลิเคชัน blueplus+ซึ่งมีสมาชิกกว่า 10.5ล้านรายเป็นศูนย์กลางของ OR Ecosystemที่เชื่อมโยงข้อมูลบริการและสิทธิประโยชน์จากทุกแบรนด์ในเครือเพื่อเข้าใจลูกค้าได้แม่นยำขึ้นและพัฒนาบริการเฉพาะบุคคลเช่น Café Amazon Rewards, Instant Redeemและบริการเติมน้ำมันเอง (Self-Serve)ที่ PTT Stationพร้อมต่อยอดสู่ธุรกิจบริการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Energy as a Service: EaaS)ผ่านความร่วมมือกับกองบัญชาการกองทัพไทยในการศึกษาการติดตั้งโซลาร์รูฟระบบบริหารจัดการความเย็นและสถานีชาร์จ EV Station PluZและกับกระทรวงสาธารณสุขในการนำ EaaSมาใช้กับโรงพยาบาลนำร่อง 4แห่งเพื่อมุ่งสู่ระบบสุขภาพคาร์บอนต่ำควบคู่กับการสร้างโอกาสให้สังคมผ่านร้าน Café Amazon for Chance 643สาขาและร้านไทยเด็ดที่สนับสนุนสินค้าวิสาหกิจชุมชน 574สาขาทั่วประเทศ