1. ภาพรวมผลการดำเนินงาน
ในไตรมาส 3 ปี 2026 โอกาสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับหุ้นได้รับความสนใจและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดโทเคนใหม่บน On-chain และบริการซื้อขาย TradFi ของ MEXC โดย Memecoin ที่มีธีมเกี่ยวข้องกับหุ้นกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดของไตรมาส ขณะที่ Robinhood Chain มีโทเคนติดอันดับ 5 จาก 10 อันดับแรก
ณ สิ้นเดือนกันยายน MEXC มีสัญญา Futures ที่อ้างอิงกับหุ้น ดัชนี และ ETF มากกว่า 460 รายการ ครอบคลุมตลาด 6 แห่ง รวมถึงหุ้นไต้หวันที่เพิ่มเข้ามาใหม่ นอกจากนี้ จำนวนผู้ใช้งานที่ซื้อขาย RealStocksในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม เพิ่มขึ้น 608% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน ขณะที่แคมเปญ 0808 Stock Season มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 86,000 ราย และสร้างปริมาณการซื้อขายรวมกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกเหนือจากบริการซื้อขายแล้ว MEXC AI ยังมีจำนวนผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 87,000 รายในไตรมาส 3 และมีจำนวนผู้ใช้งานสะสมทะลุ 1.25 ล้านราย พร้อมเปิดตัว MEXC CLI ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อ AI Agent ของตนเองเข้ากับบริการซื้อขายของ MEXC ได้โดยตรง
นอกจากนี้ MEXC ยังเปิดตัว MEXC Global Card เพื่อขยายบริการสินทรัพย์ดิจิทัลสู่การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และในเดือนกันยายน MEXC ได้เพิ่ม Bitcoin (BTC) อีก 1,000 BTC เข้าสู่ Guardian Fund ส่งผลให้ยอดถือครองรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 BTC
2. การเปิดตัวสินทรัพย์ใหม่
ภาพรวมตลาด Spot (Spot Market Recap)
ในไตรมาส 3 โทเคนใหม่ 10 อันดับแรกของ MEXC เมื่อพิจารณาจากปริมาณการซื้อขาย Spot มีอัตราการปรับตัวขึ้นสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 3,246% เพิ่มขึ้น 51% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดย Memecoin มีจำนวนติดอันดับถึง 6 รายการ เพิ่มขึ้นจาก 3 รายการในไตรมาสก่อนหน้า
เมื่อจำแนกตามระบบนิเวศของบล็อกเชน (Blockchain Ecosystem) พบว่า BNB Chain มีโทเคนติดอันดับ 4 รายการ ตามด้วย Solana จำนวน 3 รายการ, Robinhood Chain จำนวน 2 รายการ และ Base จำนวน 1 รายการ
แม้ว่ากิจกรรมการซื้อขายจะเปลี่ยนจากธีม AI และโครงสร้างพื้นฐานในไตรมาส 2 มาให้ความสนใจกับ Memecoin มากขึ้น แต่โครงการในกลุ่มอื่น ๆ ยังคงได้รับความสนใจเช่นกัน ได้แก่ EMBER แพลตฟอร์มเปิดตัวโทเคน, DGAI โครงการด้าน AI/DePIN, KII โครงการด้าน RWA และ On-chain FX รวมถึง PAID โครงการด้าน SocialFi ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอย่างต่อเนื่องต่อแอปพลิเคชันและนวัตกรรมใหม่ ๆ บน On-chain
สินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนโดดเด่นในไตรมาส 3 โทเคนที่มีผลตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก มีอัตราการปรับตัวขึ้นสูงสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 5,010% ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ที่มีค่าเฉลี่ย 4,956%
Robinhood Chain ครองอันดับสูงสุดด้วยจำนวนโทเคนติดอันดับ 5 รายการ ตามด้วย Solana จำนวน 3 รายการ และ BNB Chain จำนวน 2 รายการ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากไตรมาส 2 ที่ BNB Chain เป็นระบบนิเวศหลักที่ครองอันดับ
โทเคนที่โดดเด่นบน Robinhood Chain ครอบคลุมหลากหลายกลุ่ม ได้แก่ Memecoin ที่มีธีมหุ้น เช่น MEMEROBINHOOD และ STONKBROKER, แอปพลิเคชัน AI อย่าง ORBIO, โครงการบริหารสภาพคล่องอย่าง DELTA และบริการเปิดตัวโทเคนอย่าง PONS
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงการเติบโตของกระแส Memecoin ที่เกี่ยวข้องกับหุ้น ควบคู่ไปกับการขยายตัวของแอปพลิเคชันและโครงสร้างพื้นฐานบน On-chain ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ มีเพียง 2 โครงการเท่านั้นที่ปรากฏอยู่ในอันดับของทั้งไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีจำนวน 4 โครงการ
3. การพัฒนาองค์กรและระบบนิเวศการลดข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดการเงินแบบดั้งเดิม
MEXC เดินหน้าลดข้อจำกัดในการเข้าถึงการลงทุนในตลาดการเงินแบบดั้งเดิม (TradFi) โดยมุ่งทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
ในปีนี้ MEXC ได้จัดกิจกรรมซื้อขายประจำปี 0808 เป็นครั้งแรก ภายใต้ธีม “Stock Season” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมมากกว่า 86,000 ราย สร้างปริมาณการซื้อขายรวมกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดค่าธรรมเนียมได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ MEXC ยังดำเนินแคมเปญ “Trade Wall Street, Without Walls” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมในตลาดการเงินระดับโลกได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น
นอกเหนือจากการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาด MEXC ยังเปิดตัว Opportunity Compass โครงการให้ความรู้ด้านการลงทุนที่ประกอบด้วยเนื้อหา 5 ซีซัน รวมทั้งหมด 30 ตอน โดยร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจตลาดการเงินทั่วโลก สามารถมองหาโอกาสในการลงทุน ประเมินความเสี่ยง และตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีข้อมูลประกอบมากยิ่งขึ้น
ความร่วมมือกับ Yuma
MEXC เสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศผ่านความร่วมมือในด้าน Decentralized AI และโครงสร้างพื้นฐานด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
หนึ่งในความร่วมมือสำคัญคือการร่วมมือกับ Yuma เพื่อเปิดให้บริการ Staking ของ Bittensor (TAO) ในรูปแบบที่ใช้งานง่ายขึ้น ช่วยลดความซับซ้อนและเพิ่มความสะดวกในการเข้าร่วมเครือข่าย AI แบบกระจายศูนย์
ความร่วมมือกับ Kaito
ในช่วงแคมเปญ 0808 Stock Season MEXC ได้ร่วมมือกับ Kaito ดำเนินโครงการให้ความรู้เกี่ยวกับหุ้นและตลาดการเงิน มูลค่ารางวัลรวม 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ
โครงการดังกล่าวมุ่งสนับสนุนให้ครีเอเตอร์และ KOL สร้างสรรค์เนื้อหาความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หุ้นและตลาดการเงิน ผ่านการให้สิทธิประโยชน์จากการสร้างเนื้อหาและกิจกรรมแนะนำผู้ใช้งาน
การผสานระบบ LSEG World-Check
MEXC ได้นำระบบ World-Check ของ LSEG มาใช้งาน เพื่อยกระดับกระบวนการตรวจสอบและคัดกรองบุคคลหรือหน่วยงานที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร การระบุบุคคลที่มีสถานะทางการเมือง (Politically Exposed Persons: PEPs) รวมถึงการติดตามข่าวสารเชิงลบที่เกี่ยวข้อง
การผสานระบบดังกล่าวช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับมาตรการป้องกันการฟอกเงิน (AML) และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (CTF) ของ MEXC
การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ “WE SEE YOU”
MEXC เปิดตัวการปรับโฉมภาพลักษณ์แบรนด์ภายใต้แนวคิด “WE SEE YOU” โดยให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานที่อยู่เบื้องหลังทุกบัญชี และนำเสนอเรื่องราวของผู้คนให้เป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารแบรนด์
การออกแบบภาพลักษณ์ใหม่นี้ต่อยอดจากแนวคิดของโลโก้ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ Infinity โดยนำเสนอภาพของผู้คนจริงและเรื่องราวส่วนบุคคล พร้อมภาพยนตร์โฆษณาแบรนด์ชุดใหม่ และการมีส่วนร่วมจากชุมชน เพื่อสะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์ของผู้ใช้งานที่มากกว่ากิจกรรมการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
โครงการความรับผิดชอบต่อสังคมของ MEXC
ในไตรมาส 3 ปี 2026 MEXC Foundation ยังคงเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านโครงการพัฒนาชุมชน การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนในประเทศเวียดนาม
โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น อาสาสมัคร และองค์กรชุมชน เพื่อสนับสนุนโครงการที่มุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้แก่เด็กและเยาวชน
โครงการสำคัญประกอบด้วย
- Green Summer 2026 (เวียดนาม): ร่วมมือกับอาสาสมัครจาก National Economics University เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนชายแดนที่ขาดแคลน ผ่านการปรับปรุงระบบน้ำสะอาด การติดตั้งระบบไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ การปลูกต้นไม้ และกิจกรรมให้ความรู้ โดยมีอาสาสมัครเข้าร่วม 70 คน พร้อมมอบของขวัญจำนวน 200 ชิ้นให้แก่นักเรียนและครอบครัวผู้ด้อยโอกาส ผ่านความร่วมมือระหว่าง MEXC Foundation และ National Economics University
- Community Kitchen (เวียดนาม): ร่วมมือกับอาสาสมัครจาก Caritas ในการจัดเตรียมและแจกจ่ายอาหารมากกว่า 680 มื้อ ให้แก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลและเด็ก ๆ ในสถานสงเคราะห์บริเวณเมืองเบียนฮวา เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่สมาชิกในชุมชนที่ต้องการความช่วยเหลือ
- Mid-Autumn at Dieu Phap Shelter (เวียดนาม): จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ให้แก่เด็กจำนวน 98 คน ณ สถานสงเคราะห์ Dieu Phap โดยมีกิจกรรมระบายสีโคมไฟ กิจกรรมเฉลิมฉลอง และขบวนแห่โคมไฟ เพื่อส่งเสริมความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและสร้างบรรยากาศแห่งการแบ่งปันและดูแลซึ่งกันและกัน
4. ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม
แคมเปญ Airdrop+
ในไตรมาส 3 MEXC ได้จัดแคมเปญ Airdrop+ ทั้งหมด 44 แคมเปญ เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีมูลค่ารางวัลรวมมากกว่า 2.5 ล้าน USDT
เมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้เข้าร่วมในแต่ละเดือน พบว่ามีผู้เข้าร่วมรวมประมาณ 189,000 รายตลอดไตรมาส โดยเดือนกันยายนมีจำนวนผู้เข้าร่วมสูงที่สุดของไตรมาส อยู่ที่เกือบ 86,000 ราย
นอกเหนือจากการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานเข้าร่วมกิจกรรมกับโทเคนใหม่แล้ว Airdrop+ ยังขยายไปสู่สินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับความนิยมและมีการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง เช่น BONK, ETH และ BTC
แคมเปญที่โดดเด่น ได้แก่ MCAT ซึ่งมีมูลค่ารางวัลรวม 440,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมรายงานสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ใช้งานใหม่มูลค่า 300 ดอลลาร์สหรัฐ และ CT ซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 28,000 ราย
แคมเปญไฮไลต์
ในไตรมาส 3 MEXC ขยายแคมเปญส่งเสริมการซื้อขายครอบคลุมสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้ง TradFi, Tokenized Stocks และสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซี
แคมเปญ TradFi Gala ได้รับยอดลงทะเบียนมากกว่า 174,000 ราย และสร้างปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 4,200 ล้าน USDT พร้อมมอบเงินรางวัลรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่แคมเปญ xStocks Gala มียอดลงทะเบียนเกือบ 100,000 ราย และสร้างปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 3,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่ารางวัลในรูปแบบโทเคนรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสิทธิประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ Earn ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 20% APR
MEXC AI
ในไตรมาส 3 ปี 2026 MEXC AI เดินหน้าพัฒนาจากเครื่องมือสำหรับให้ข้อมูล ไปสู่การเป็นผู้ช่วยด้านการซื้อขายที่เชื่อมโยงข้อมูลเชิงลึกเข้ากับการดำเนินการซื้อขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อวันที่ 17 กันยายน MEXC เปิดตัวการอัปเกรดครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “Intelligence for Every Opportunity” โดย AI Assistant สามารถนำข้อมูลตลาดแบบเรียลไทม์ สถานะการถือครองสินทรัพย์ และกิจกรรมการซื้อขายของผู้ใช้งานมาใช้ประกอบการสนทนา เพื่อให้คำแนะนำและข้อมูลที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงหน้าจอการใช้งานใหม่ในรูปแบบ Half-Screen Interface
นอกจากนี้ AI Radar ยังได้รับการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ 3 รายการ ได้แก่
● AI Visual: เปลี่ยนข่าวสารทางการเงินที่มีความซับซ้อนให้กลายเป็นเนื้อหาภาพที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น
● AI Video Brief: นำเสนอภาพรวมข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญของตลาดการเงินทั่วโลกประจำวัน ผ่านวิดีโอสรุปที่ดำเนินรายการโดย AI
● Trending Stock Insights: รวบรวมข้อมูลหุ้นสหรัฐฯ ที่กำลังได้รับความสนใจ พร้อมข้อมูลกิจกรรมในตลาดและเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาในวันที่ 28 กันยายน MEXC ได้เปิดตัว MEXC CLI เครื่องมือ Command-Line Interface ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อ AI Agent ของตนเองเข้ากับแพลตฟอร์ม MEXC ได้โดยตรง
ผู้ใช้งานสามารถใช้ AI Environment ที่ตนเองคุ้นเคยเพื่อเรียกดูข้อมูลตลาด ตรวจสอบข้อมูลบัญชี ตรวจสอบประวัติการซื้อขาย ตลอดจนเตรียมและดำเนินการซื้อขายด้วยคำสั่งภาษาธรรมชาติ ครอบคลุมบริการ Spot, Futures, Wealth Management และกิจกรรมต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ การดำเนินการซื้อขายที่สำคัญยังคงต้องได้รับการยืนยันจากผู้ใช้งานก่อนเสมอ
เมื่อผสานการทำงานร่วมกับฟีเจอร์ AI Rankings, AI Trends, Smart Chart, AI Strategy และ AI Model Copy Trade ทำให้ MEXC AI สามารถรองรับประสบการณ์การใช้งานได้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การทำความเข้าใจตลาด ไปจนถึงการดำเนินการซื้อขาย
ในไตรมาส 3 ฟีเจอร์ MEXC AI มีจำนวนผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อวันมากกว่า 87,000 ราย และมีจำนวนผู้ใช้งานสะสมทะลุ 1.25 ล้านราย
MEXC Card
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม MEXC เปิดตัว MEXC Global Card เพื่อต่อยอดแนวคิดการซื้อขายแบบไม่มีค่าธรรมเนียม (0-Fee) ไปสู่การชำระเงินและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
MEXC Global Card เป็นบัตรเสมือนจริง Visa Platinum ที่รองรับการเติมเงินและใช้จ่ายด้วย USDT พร้อมรองรับการชำระเงินผ่าน Apple Pay และ Google Pay
ผู้ถือบัตรสามารถรับเงินคืน (Cashback) ในรูปแบบ USDT ตั้งแต่ 4%–10% ตามระดับ VVIP ของผู้ใช้งาน และยังสามารถรับผลตอบแทนสูงสุด 7% APR ผ่านผลิตภัณฑ์ USDT Earn ที่ให้สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ถือบัตร
นอกจากนี้ บัตรยังไม่มีค่าบวกเพิ่มจาก MEXC สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนของ Visa (No MEXC Markup) โดยรองรับวงเงินการใช้จ่ายสูงสุด 80,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อธุรกรรม และวงเงินสูงสุด 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน จึงรองรับทั้งการใช้จ่ายทั่วไปและการชำระเงินที่มีมูลค่าสูง
MEXC Card ช่วยเชื่อมโยงประสบการณ์การถือครองสินทรัพย์ การออมและสร้างผลตอบแทน เข้ากับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างไร้รอยต่อ
TradFi
Tokenized Stocks
ในไตรมาส 3 Tokenized Stocks ยังคงมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในตลาด TradFi Spot ของ MEXC
ในเดือนสิงหาคม ปริมาณการซื้อขาย Spot ของหุ้นและ ETF ในรูปแบบ Tokenized เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และคิดเป็น 73% ของปริมาณการซื้อขาย TradFi Spot ทั้งหมด ขณะที่ในเดือนกันยายน ปริมาณการซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ในรูปแบบ Tokenized เพิ่มขึ้น 81% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ในด้านการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน จำนวนผู้ซื้อขาย Tokenized Stocks และผู้ที่เริ่มซื้อขายเป็นครั้งแรกเพิ่มขึ้น 35% และ 47% ตามลำดับ ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน
นอกจากนี้ 49.20% ของปริมาณการซื้อขาย Tokenized Stocks ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม เกิดขึ้นในช่วง Pre-Market, After-Hours และ Overnight ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการในการเข้าถึงโอกาสการซื้อขายที่นอกเหนือจากเวลาทำการปกติของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
MEXC RealStocks
นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน MEXC RealStocks มีการเติบโตด้านจำนวนผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม จำนวนผู้ใช้งานที่ซื้อขาย RealStocks เพิ่มขึ้น 608% ขณะที่จำนวนผู้เริ่มซื้อขายเป็นครั้งแรกเพิ่มขึ้น 561% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน
ณ สิ้นเดือนสิงหาคม จำนวนผู้ใช้งานที่ถือครองสินทรัพย์ RealStocks เพิ่มขึ้น 105.2% เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนมิถุนายน
ในช่วงเวลาเดียวกัน ปริมาณการซื้อขายดัชนีและ ETF เพิ่มขึ้น 333.7% ส่งผลให้สัดส่วนปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์ประเภทดังกล่าวต่อปริมาณการซื้อขาย RealStocks ทั้งหมดเพิ่มขึ้นจาก 12.6% เป็น 24.3%
การเติบโตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของฐานผู้ใช้งาน ควบคู่ไปกับกิจกรรมการซื้อขายที่หลากหลายมากขึ้น จากหุ้นรายตัวไปสู่การลงทุนในดัชนีและ ETF
Stock Futures
ในไตรมาส 3 ปี 2026 MEXC ยังคงขยายบริการ Stock Futures ครอบคลุมตลาดและเครื่องมือการลงทุนในระดับสากล โดยได้เพิ่มหุ้นไต้หวันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ในเดือนกันยายน
ณ สิ้นเดือนกันยายน แพลตฟอร์มมีสัญญา Futures ที่อ้างอิงกับหุ้น ดัชนี และ ETF มากกว่า 460 รายการ ครอบคลุมตลาดสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่
การขยายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวช่วยเพิ่มทางเลือกในการซื้อขายให้แก่ผู้ใช้งาน ตั้งแต่หุ้นรายตัว ETF ที่อ้างอิงกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ETF ที่ครอบคลุมตลาดระดับภูมิภาค ไปจนถึงดัชนีหุ้น
ในด้านกิจกรรมการซื้อขาย ปริมาณการซื้อขาย Stock Futures รายตัวเพิ่มขึ้น 179% ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน ขณะที่ปริมาณการซื้อขาย Index Futures และ ETF Futures เพิ่มขึ้น 288% และ 483% ตามลำดับ
ในช่วงเวลาเดียวกัน กิจกรรมการซื้อขายยังขยายตัวจากหุ้นรายตัวของสหรัฐฯ ไปสู่ตลาดเอเชีย รวมถึงเกาหลีใต้ และครอบคลุมเครื่องมือการลงทุนที่หลากหลายขึ้น เช่น ETF กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ สะท้อนถึงความต้องการของผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นในการเข้าถึงโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกผ่านตลาดและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย
5. ความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐาน
การเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเงินสำรองและกองทุนคุ้มครอง
ในไตรมาส 3 MEXC ยังคงเดินหน้าเสริมสร้างมาตรการคุ้มครองสินทรัพย์ของผู้ใช้งานและเพิ่มความโปร่งใสของแพลตฟอร์ม ผ่านการพัฒนาและยกระดับกรอบการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- Proof of Reserves (PoR): MEXC ยังคงเผยแพร่รายงาน Proof of Reserves เป็นประจำทุกเดือนตลอดไตรมาส 3 ปี 2026 โดยผ่านการตรวจสอบอย่างอิสระจาก Hacken บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยบล็อกเชน
อัตราส่วนเงินสำรองของ BTC เพิ่มขึ้นจาก 281% ในเดือนกรกฎาคม เป็น 297% ในเดือนกันยายน นอกจากนี้ อัตราส่วนเงินสำรองของ USDT, USDC และ ETH ยังคงสูงกว่า 100% ในรายงานประจำเดือนทุกฉบับตลอดไตรมาส ยืนยันว่าเงินสำรองของสินทรัพย์หลักเหล่านี้มีมูลค่าครอบคลุมภาระสินทรัพย์ที่เป็นของผู้ใช้งานทั้งหมด
- Futures Insurance Fund: กองทุนประกันความเสี่ยงสำหรับการซื้อขาย Futures ของ MEXC มีหน้าที่ช่วยรองรับยอดคงเหลือติดลบที่เกิดจากกระบวนการ Liquidation และลดโอกาสในการเกิด Auto-Deleveraging (ADL)
ตามข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 กองทุนดังกล่าวมีสินทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 798 ล้าน USDT เพิ่มขึ้นประมาณ 6.3% จากยอด 750.85 ล้าน USDT ณ สิ้นเดือนมิถุนายน
- Guardian Fund: กองทุน Guardian Fund จัดตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรง เช่น การโจมตีหรือเจาะระบบในวงกว้าง การโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย และช่องโหว่ของระบบที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้
ท่ามกลางเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมตลอดไตรมาส 3 MEXC ได้เพิ่มเงินสำรองอีก 1,000 BTC เข้าสู่กองทุนในเดือนกันยายน นับเป็นการจัดสรร BTC ครั้งสำคัญครั้งที่สองของปี หลังจากการจัดสรรครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม
ณ สิ้นเดือนกันยายน 2026 Guardian Fund มีสินทรัพย์รวม 2,000 BTC และมากกว่า 100 ล้าน USDT โดย MEXC มีแผนขยายมูลค่ากองทุนให้เพิ่มขึ้นเป็น 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในระยะเวลา 2 ปี
ระบบข่าวกรองและการป้องกันการฉ้อโกง
ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม MEXC สามารถตรวจพบและจำกัดการใช้งานบัญชีที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงจำนวน 20,752 บัญชี เพิ่มขึ้น 118.03% เมื่อเทียบกับรอบรายงานก่อนหน้า
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังตรวจพบกลุ่มที่มีความเสี่ยงจำนวน 5,288 กลุ่ม เพิ่มขึ้น 20.35% โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในภูมิภาค CIS จำนวน 1,803 กลุ่ม ไนจีเรีย 1,099 กลุ่ม และอินโดนีเซีย 976 กลุ่ม
การดำเนินงานดังกล่าวช่วยสนับสนุนกระบวนการตรวจจับและตรวจสอบกิจกรรมของบัญชีที่น่าสงสัย รวมถึงเส้นทางการเคลื่อนย้ายเงินทุน เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม
การสกัดกั้นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย
ในช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม MEXC สามารถสกัดกั้นกรณีที่มีการรายงานเกี่ยวกับเงินทุนที่ถูกขโมยหรือเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง ซึ่งมีการโอนเข้าสู่แพลตฟอร์มได้ครบทั้ง 215 กรณี คิดเป็นมูลค่าสินทรัพย์รวมประมาณ 38.66 ล้าน USDT
ในจำนวนนี้ มี 42 กรณีที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือในการอายัดสินทรัพย์ตามกระบวนการทางกฎหมาย
ผ่านการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่น่าสงสัย การติดตามเส้นทางการเคลื่อนย้ายเงินทุน และความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย MEXC ยังคงเดินหน้าเสริมสร้างประสิทธิภาพในการตรวจสอบและรับมือกับเงินทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง
6. ชุมชนและกิจกรรม (Community & Events)
ในไตรมาส 3 ปี 2026 MEXC ยังคงเดินหน้าขยายการมีส่วนร่วมกับชุมชนทั่วโลก ผ่านการจัดกิจกรรมพบปะ เวิร์กช็อป และการสนับสนุนการจัดประชุมในหลายประเทศ ได้แก่ เปรู ตุรกี ไนจีเรีย เวียดนาม ศรีลังกา ปากีสถาน และไต้หวัน
โดยในช่วงท้ายของไตรมาส MEXC ได้ยกระดับการดำเนินกิจกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างโดดเด่น ผ่านการเข้าร่วมงาน Indonesia Blockchain Week และแคมเปญ Alpha Arena x Coinfest Asia ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี
Alpha Arena และ Coinfest Asia Takeover
Alpha Arena นำคณะ KOL ระดับแนวหน้าจากอุตสาหกรรมจำนวน 100 ราย เข้าร่วมทริปพิเศษที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เป็นระยะเวลา 4 วัน 3 คืน พร้อมนำเสนอรูปแบบกิจกรรมใหม่ที่ผสานระหว่าง Esports และประสบการณ์การต้อนรับระดับพรีเมียม (Luxury Hospitality) ซึ่งถือเป็นแนวทางการดำเนินกิจกรรมรูปแบบใหม่ในภูมิภาค APAC
กิจกรรมดังกล่าวได้รับการออกแบบให้เป็นแคมเปญต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการแข่งขันคริปโทเคอร์เรนซีออนไลน์ระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม–2 สิงหาคม ก่อนเข้าสู่กิจกรรมหลักภายในงาน Coinfest Asia ที่บาหลี ระหว่างวันที่ 20–21 สิงหาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลคริปโทเคอร์เรนซีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาค พร้อมจัดเป็นกิจกรรม Side Event อย่างเป็นทางการ และปิดท้ายด้วยประสบการณ์การต้อนรับสุดพิเศษสำหรับแขก VIP
การสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านผู้บริหารในงาน Coinfest Asia
MEXC ยกระดับบทบาทและการแสดงวิสัยทัศน์ขององค์กรบนเวทีระดับภูมิภาค โดย Vugar Usi Zade ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ MEXC ได้ขึ้นกล่าว Keynote ในหัวข้อ
“From Fragmented Finance to Infinite Opportunities: The Rise of an Onchain Economy”
หรือ “จากระบบการเงินที่แยกส่วน สู่โอกาสที่ไร้ขีดจำกัด: การเติบโตของเศรษฐกิจ On-chain”
เนื้อหาการบรรยายมุ่งเน้นถึงการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายมูลค่าในระบบเศรษฐกิจ พร้อมชี้ให้เห็นว่าการขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้งาน
Taipei FUTUREMODE (TBW2026)
MEXC มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศคริปโทเคอร์เรนซีที่กำลังเติบโตของไต้หวัน ผ่านการเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลัก (Key Sponsor) ในงาน Taipei FUTUREMODE
ภายในงาน MEXC ได้จัดกิจกรรม Coffee Booth เพื่อสร้างพื้นที่พบปะและปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วมงานกับทีมงาน MEXC ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถพูดคุย ทำความรู้จักกับทีมงาน และสำรวจผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ของ MEXC ได้อย่างใกล้ชิด
ความเป็นผู้นำด้านระบบนิเวศและการสร้างความร่วมมือในระดับท้องถิ่น
MEXC เดินหน้าเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศผ่านกลยุทธ์สองด้าน ได้แก่ การสร้างความร่วมมือและการเชื่อมโยงกับชุมชนในระดับท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาค
ในภูมิภาค APAC การสนับสนุนเชิงกลยุทธ์ผ่านงาน Taipei FUTUREMODE (TBW) รวมถึงกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนในศรีลังกาและเวียดนาม ช่วยขยายการดำเนินงานและเสริมสร้างการรับรู้ของ MEXC ในตลาดท้องถิ่นได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน MEXC ยังอาศัยความแข็งแกร่งและอิทธิพลของพันธมิตรในประเทศอินโดนีเซียอย่าง TRIV เพื่อขยายโอกาสด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งาน และการสร้างการรับรู้แบรนด์ พร้อมเสริมสร้างเครือข่ายด้านกฎระเบียบ KOL และสื่อมวลชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เกี่ยวกับ MEXC
MEXC คือแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี (cryptocurrency exchange) ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานมากกว่า 40 ล้านคน ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศทั่วโลก ด้วยแนวคิดที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (user-first) MEXC นำเสนอการเทรดแบบ 0 Fee ชั้นนำของอุตสาหกรรม พร้อมการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 3,000 รายการ
ในฐานะ Gateway to Infinite Opportunities, MEXC มอบแพลตฟอร์มแบบครบวงจรที่ผู้ใช้งานสามารถเทรดคริปโต (crypto trading) ได้อย่างง่ายดาย ควบคู่กับสินทรัพย์ในรูปแบบโทเคน (tokenized assets) รวมถึงหุ้น (stocks), ETF, สินค้าโภคภัณฑ์ (commodities) และโลหะมีค่า (precious metals)
เว็บไซต์ทางการ MEXC| X | Telegram |วิธีสมัครใช้งาน MEXC| สมัคร MEXC Card