โครงการระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 925V ที่นำโดย Nio คว้ารางวัลที่หนึ่งจาก China-SAE หลังพัฒนามอเตอร์ขนาดกะทัดรัด รองรับการผลิตจำนวนมาก และใช้ฮาร์ดแวร์ของระบบขับเคลื่อนช่วยเพิ่มแรงดันขณะชาร์จได้
ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 925V คว้ารางวัลที่หนึ่ง
โครงการระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าขดลวดคลื่นต่อเนื่อง 925V ของ Nio ได้รับรางวัลที่หนึ่งด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2026 จากสมาคมวิศวกรยานยนต์แห่งประเทศจีน หรือ China-SAE เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569
โครงการนี้พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยถงจี้ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาร์บิน และบริษัท Baoshan Iron & Steel โดยได้รับเลือกจากโครงการที่เข้าร่วมมากกว่า 200 รายการ
ตัวเลขสำคัญประกอบด้วย
- ความหนาแน่นกำลังของมอเตอร์ 19.06 kW/kg
- ความหนาแน่นกำลังของชุดควบคุม 226.92 kW/L
- กำลังสูงสุดของระบบเพิ่มแรงดันขณะชาร์จ 202.78 kW
ตัวเลขความหนาแน่นกำลังดังกล่าวเป็นค่าของมอเตอร์และชุดควบคุมแยกส่วน ไม่ควรนำไปเปรียบเทียบโดยตรงกับชุดขับเคลื่อนสำเร็จรูปที่รวมเกียร์ทด เฟืองท้าย อินเวอร์เตอร์ และตัวเรือนทั้งหมด
ขดลวด W-Pin ลดจุดเชื่อมต่อภายในมอเตอร์
Nio ใช้โครงสร้างขดลวดแบบ W-Pin ซึ่งนำตัวนำทองแดงทรงแบนมาดัดขึ้นรูปเป็นขดลวดต่อเนื่อง ต่างจากขดลวด Hairpin ทั่วไปที่ใช้ทองแดงหลายชิ้นเชื่อมต่อกัน
ระบบนี้ใช้ลวดทองแดงแบนจำนวน 12 เส้น แต่ละเส้นยาว 5 เมตร และต้องดัดขึ้นรูปอย่างแม่นยำถึง 24 จุด ข้อดีคือช่วยลดรอยต่อทางไฟฟ้าภายในมอเตอร์ แต่ต้องควบคุมรูปทรงและป้องกันฉนวนเสียหายระหว่างการผลิต
Nio จึงพัฒนากระบวนการดัดขึ้นรูปบนระนาบเดียว ควบคุมความหนาของฉนวนไว้ที่ 0.14 มม. และควบคุมความคลาดเคลื่อนในการประกอบไม่เกิน 0.02 มม. เพื่อให้สามารถผลิตในปริมาณมากได้อย่างสม่ำเสมอ
ใช้ระบบขับเคลื่อนช่วยเพิ่มแรงดันขณะชาร์จ
จุดเด่นอีกด้านคือการนำขดลวดของมอเตอร์และอุปกรณ์ภายในอินเวอร์เตอร์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบเพิ่มแรงดันไฟฟ้าขณะชาร์จ ทำให้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งชุด Boost Converter ขนาดใหญ่แยกต่างหาก
เมื่อเชื่อมต่อกับตู้ชาร์จ DC ที่มีแรงดันต่ำกว่าระบบแบตเตอรี่ 925V ตัวรถสามารถเพิ่มแรงดันไฟฟ้าให้เหมาะสมก่อนส่งเข้าสู่แบตเตอรี่ โดยทำกำลังในกระบวนการบูสต์ได้สูงสุด 202.78 kW
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ใช่กำลังชาร์จสูงสุดทั้งหมดของรถ แต่เป็นกำลังสูงสุดของระบบเพิ่มแรงดัน ส่วนความเร็วในการชาร์จจริงยังขึ้นอยู่กับตู้ชาร์จ แบตเตอรี่ อุณหภูมิ และสภาพการทำงานของรถ
ผ่านการทดสอบทั้งอุณหภูมิสูงและพื้นที่สูง
ระบบขับเคลื่อนผ่านการทดสอบทำงานต่อเนื่องในอุณหภูมิสูงเป็นเวลา 1,300 ชั่วโมงโดยไม่เกิดความเสียหาย พร้อมการทดสอบจำลองการใช้งานบนพื้นที่สูง 5,500 เมตร นานกว่า 500 ชั่วโมง
การทดสอบยังครอบคลุมการสลับกระแสไฟสูงสุด 15,000 ครั้งต่อวินาที แรงสั่นสะเทือนแบบสามแกนสูงสุด 5.5g และอุณหภูมิตั้งแต่ -40 ถึง 85 องศาเซลเซียสเป็นเวลานานกว่าสองเดือน
การทดสอบในพื้นที่สูงมีความสำคัญ เพราะความกดอากาศที่ลดลงอาจทำให้ความสามารถในการเป็นฉนวนของช่องอากาศภายในระบบไฟฟ้าลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่อการรั่วไหลหรือการอาร์กของกระแสไฟฟ้า
เริ่มผลิตจริงและติดตั้งในรถหลายรุ่น
เทคโนโลยีขดลวดคลื่นต่อเนื่องเข้าสู่การผลิตตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 และปัจจุบันติดตั้งในรถ Nio รุ่น ET9, ES8 และ ES9 รวมถึง Onvo รุ่น L90 และ L80
Nio ระบุว่าระบบขับเคลื่อนที่เกี่ยวข้องเข้าสู่การผลิตระดับล้านชุดแล้ว พร้อมได้รับสิทธิบัตรด้านระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 146 รายการ และมีส่วนร่วมจัดทำมาตรฐานยานยนต์ระดับประเทศของจีนอีก 6 ฉบับ
ความสำคัญของโครงการนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขกำลังเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการนำเทคโนโลยีมอเตอร์แรงดันสูงที่ซับซ้อนเข้าสู่การผลิตจำนวนมาก และลดจำนวนอุปกรณ์ด้วยการใช้ฮาร์ดแวร์ชุดเดียวทำหน้าที่ทั้งขับเคลื่อนและช่วยเพิ่มแรงดันขณะชาร์จ
ที่มา: CarNewsChina, Nio