xs
xsm
sm
md
lg

สกัดต่างด้าวสวมสิทธิ์รับส่วนลดค่า GP 3 แพลตฟอร์มดัง “พาณิชย์”ดัน SME รายย่อย จดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เป็นที่รู้กันแล้วว่า 3 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดัง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ ในการปรับลดค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (Mandatory Fees) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ค่า GP ที่เรียกเก็บจากผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าในแพลตฟอร์ม โดยจะย้อนกลับไปคิดค่า GP ที่เคยเรียกเก็บ ณ วันที่ 1 ม.ค.2569 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2569 เป็นต้นไป เป็นระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค.2570

ทั้งนี้ การได้รับสิทธิ์ดังกล่าว ไม่ใช่จะได้รับสิทธิ์ในทันที แต่มีเงื่อนไขกำหนดให้ผู้ประกอบการที่ขายสินค้า ต้องปฏิบัติก่อน ถึงจะได้รับสิทธิ์

โดยการรับสิทธิ์ กรมการค้าภายในได้กำหนดคุณสมบัติสำคัญไว้ 3 ข้อ ได้แก่ 1.ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยืนยันตัวตนความเป็นคนไทย โดยนิติบุคคลยื่นจดผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด บุคคลธรรมดายื่นจดผ่าน อบต. อบจ. และสำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร หรือจะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เพื่อเป็นการคัดกรองเฉพาะผู้ขายชาวไทย ป้องกันต่างชาติมาสวมสิทธิ์

2.กำหนดเพดานรายได้ต่อแพลตฟอร์ม โดยบุคคลธรรมดามีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และนิติบุคคลไม่เกิน 3.5 ล้านบาทต่อปี เพื่อเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการรายเล็กที่มีสัดส่วนกว่า 80% บนแพลตฟอร์ม หากใครรายได้เกินจะไม่ได้ส่วนลดนี้ โดยโดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการไทยได้รับสิทธิประโยชน์รวมกว่า 1,200,000 ราย แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา 1,020,000 ราย และนิติบุคคล 180,000 ราย และรายได้ที่กำหนด จะกำหนดไว้แต่ละแพลตฟอร์ม คือ บุคคลธรรมดา รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ถ้าเกิน ก็ไม่จะไม่ได้รับสิทธิ์ในแพลตฟอร์มนั้น ๆ แต่ถ้ายอดขายในแพลตฟอร์มที่เหลือ ยังไม่เกิน ก็จะยังคงได้สิทธิ์ต่อไป สำหรับนิติบุคคล ก็มีหลักเช่นเดียวกัน


3.สินค้าที่ได้รับสิทธิ์ครอบคลุมทุกประเภท เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าแฟชัน สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้า OTOP ยกเว้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากยากแก่การแยกแยะสินค้าไทยและต่างชาติ ประกอบกับไทยมีการผลิตสินค้านี้จำนวนน้อย จึงได้ยกเว้นไม่ให้ได้รับสิทธิ์ในการลดค่า GP

นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ขั้นตอนการเข้าร่วม เริ่มต้นในวันที่ 1 พ.ย.2569 แพลตฟอร์มจะส่งการแจ้งเตือน ไปยังผู้ประกอบการ จากนั้นผู้ขายสามารถกดตรวจสอบคุณสมบัติและยื่นขอรับสิทธิ์ผ่านแพลตฟอร์มได้ทันที หากมีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว ให้กรอกเลขทะเบียนเพื่อยื่นขอรับสิทธิ์ได้เลย แต่หากยังไม่ได้จดทะเบียน ผู้ประกอบการจะต้องไปดำเนินการจดทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนจึงจะกลับมายื่นขอสิทธิ์ได้

เมื่อผู้ประกอบการยื่นเรื่องแล้ว แพลตฟอร์มจะส่งข้อมูลให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบคุณสมบัติและความถูกต้อง ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 10 วันทำการ หลังจากผ่านการตรวจสอบเรียบร้อย ร้านค้าจะเริ่มได้รับสิทธิ์ใช้อัตราค่าธรรมเนียม GP ใหม่ ซึ่งมีส่วนลดสูงสุดถึง 42.9% ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2569 เป็นต้นไป

สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (GP) ทั้ง 3 แพลตฟอร์ม ที่ปรับลดกลับไปใช้อัตรา ณ วันที่ 1 ม.ค.2569 เป็นระยะเวลา 6 เดือน มีดังนี้ Lazada ปรับลดจาก 9.00–17.50% เหลือ 7.50–11.60% ลดลงสูงสุด 42.90% TikTok Shop ปรับลดจาก 13.38–21.94% เหลือ 11.24–17.66% ลดลงสูงสุด 35.00% และ Shopee ปรับลดจาก 8.03–19.26% เหลือ 8.03–13.91% ลดลงสูงสุด 33.30%


“การออกเกณฑ์คัดกรองในครั้งนี้ นับเป็นมาตรการสำคัญในการปกป้องผู้ประกอบการ SME ไทย และผู้ค้ารายเล็กที่ขายสินค้าไทยกว่า 1.2 ล้านรายได้อย่างตรงจุด และยังจะช่วยลดต้นทุนการจำหน่ายสินค้าบนตลาดออนไลน์ได้กว่าเกือบ 2 พันล้านบาท รวมทั้งยังกระตุ้นให้ผู้ค้าไทยเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้อง เพื่อสร้างการมีตัวตน สร้สงความน่าเชื่อถือในการซื้อขายออนไลน์ ตลอดจนช่วยปิดช่องว่างไม่ให้ทุนต่างชาติเข้ามาฉวยโอกาสสวมสิทธิ์อันเป็นประโยชน์ของผู้ค้าไทย”นายฉันทพัทธ์กล่าว

นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเสริมว่า ความสำเร็จในการผลักดันให้แพลตฟอร์มทั้ง 3 ราย ปรับลดค่า GP ลงมา เป็นไปตามนโยบายที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้เข้าไปช่วยดูแลผู้ประกอบการ SME และผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่า GP ของแพลตฟอร์ม ซึ่งขั้นแรก สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ได้สั่งให้ 3 แพลตฟอร์มชะลอการปรับขึ้น GP ออกไป 6 เดือน นับตั้งแต่ ส.ค.2569 และกรมได้เข้าไปดูว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง จึงได้เชิญผู้ประกอบการมาหารือ และได้ข้อสรุปในการย้อนเวลาการคิดค่า GP ดังกล่าว

ส่วนในระยะต่อไป กรมจะร่วมกับคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) สภาและสมาคมที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ SME ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและแพลตฟอร์มดิจิทัล ในการรับฟังปัญหาและหารือแนวทางแก้ไขร่วมกับแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมพิจารณาขยายมาตรการไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมในการค้าออนไลน์ ให้ผู้ประกอบการแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม และผู้บริโภคได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม