xs
xsm
sm
md
lg

"เอกนัฏ" มอบสิทธิสำรวจแปลงบนบกใหม่ L1/66–L3/66 ติดสินภูฮ่อม ช่วยลดการนำเข้าก๊าซฯตปท.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กระทรวงพลังงานมอบสิทธิสำรวจ 2 แปลงบนบก L1/66 และ L3/66 ติดแหล่งสินภูฮ่อม เพื่อเร่งสำรวจและพัฒนาก๊าซราคาถูกในประเทศให้คนไทย คาดสร้างรายได้รัฐตลอดโครงการกว่า 60,000 ล้านบาท ลดพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า

จากวิกฤติพลังงานโลกยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 8 และเชื้อเพลิงนำเข้ายังมีราคาสูงและผันผวน รัฐบาลจึงเร่งสร้างความมั่นคงจากพลังงานที่ผลิตได้เองในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ B20 และ E20 ที่ยอดใช้ขยับเป็นกว่า 9 ล้านลิตร/วัน ช่วงสิ้นเดือนตุลาคม ช่วยหนุนราคาผลปาล์มเกษตรกรไทยให้ขยับขึ้นแตะ 8.50 บาท/กก. และโครงการโซลาร์ภาคประชาชน วันนี้กระทรวงพลังงานขยายแนวทางนี้ลงไปถึง "ใต้แผ่นดิน" ด้วยการเร่งเปิดแหล่งก๊าซธรรมชาติบนบกแห่งใหม่ในภาคอีสาน


นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงพลังงานและกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เดินทางเป็นประธานในงานประกาศผู้ได้รับสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียม แปลงสำรวจบนบกหมายเลข L1/66 และ L3/66 แก่บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฐานหลุมผลิต ดี ของแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม บนภูฝอยลม จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นแหล่งปิโตรเลียมบนบกสำคัญของภาคอีสาน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ในภาวะที่โลกแย่งกันซื้อพลังงาน ก๊าซทุกลูกบาศก์ฟุตที่เราผลิตได้จากแผ่นดินอีสาน คือก๊าซที่ประเทศไม่ต้องไปแข่งซื้อในตลาดโลกที่ราคาผันผวน รัฐบาลจะไม่รอให้วิกฤติผ่านไปเอง แต่จะเร่งเปิดทุกแหล่งพลังงานในประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งบนดิน ใต้ดิน และบนหลังคาบ้านประชาชน

ทั้งนี้ แปลง L1/66 และ L3/66 อยู่ติดกับโครงการสินภูฮ่อม หากพบแหล่งก๊าซเชิงพาณิชย์ จะเชื่อมเข้าโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้ทันที ไม่ต้องสร้างใหม่ทั้งหมด จึงลดทั้งเวลาและต้นทุนพัฒนาแหล่ง


ระยะแรกจะสำรวจด้วยการวัดคลื่นไหวสะเทือน (Seismic Acquisition) และเจาะหลุมสำรวจ ใช้เวลาประมาณ 3 ปี ขณะที่ฐานหลุมผลิต ดี เพิ่งเริ่มผลิตเมื่อ 12 สิงหาคม 2569 ก๊าซจะส่งผ่านท่อไปยังสถานีผลิตกลางที่จังหวัดขอนแก่น ก่อนป้อนเป็นเชื้อเพลิงหลักให้โรงไฟฟ้าน้ำพอง

3 มิติที่ประเทศได้รับ คือ ความมั่นคง: เพิ่มก๊าซในประเทศป้อนโรงไฟฟ้าน้ำพอง รองรับความต้องการไฟฟ้าของภาคอีสานต่อเนื่องอีก 25 ปี

รายได้รัฐ: หากสำรวจพบแหล่งที่พัฒนาได้ ทั้งโครงการ L1/66, L3/66 และสินภูฮ่อม คาดสร้างรายได้ให้รัฐกว่า 60,000 ล้านบาท ผ่านค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียม โดยก้อนแรกรัฐได้รับแล้ววันนี้ คือเงินตอบแทนการลงนามสัมปทาน (Signature Bonus) 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 100 ล้านบาท (แปลงละราว 50 ล้านบาท) นำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

เศรษฐกิจ: ดึงการลงทุนสำรวจราว 2,000 ล้านบาท สร้างงานและรายได้ในพื้นที่และธุรกิจต่อเนื่อง

หากการสำรวจประสบความสำเร็จ แหล่งก๊าซใหม่นี้จะเป็นฐานพลังงานที่หล่อเลี้ยงไฟฟ้าของภาคอีสานไปอย่างน้อยอีก 25 ปี