วันนี้ ชื่อของ "เลิฟซ่า (Loveza)" น้ำโซดาผลไม้ผสมวิตามิน กลายเป็นไวรัลจนหลายคนรู้สึกว่า ต้องไปหามาดื่มสักครั้ง และจากการได้เข้าไปส่อง ในเพจของ "น้องเอลฟ์เกี๊ยวเด้งจัมโบ้" ซึ่งนำเลิฟซ่า มาขายเป็นเมนูสเลอปี้ และกลายเป็นไวรัล สินค้าขายดีของงานวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม ที่มีคนไปต่อคิวกันเป็นจำนวนมาก จนเครื่องปั่นเกือบพัง ซึ่งหลายคนก็ต่างความคิด บางคนก็ชื่นชอบ บางคนรู้สึกเฉย ๆ แต่สุดท้ายจะดีหรือไม่ ผู้บริโภคก็จะเป็นคนตัดสินใจ
ตลาดพี่ญา 3 พันลัง ใน 20 นาที
และล่าสุด อะไรที่เป็นกระแส บนโลกออนไลน์ จ้าวแม่คอนเท็นต์ และกลายเป็นอินฟูล ฯ ชื่อดังไปแล้วจากการที่มีผู้ติดตามหน้าเพจ กว่า 2 ล้าน อย่างเจ้าของตลาด อย่าง “พี่ญาคนรุม” หยิบจับอะไรขึ้นมาเวลานี้ ก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด ล่าสุด พี่ญาก็ไม่พลาด ขอเกาะกระแสไวรัล เลิฟซ่า โดยพี่ญา ได้นำเลิฟซ่า ไปวางขายที่ตลาด และ อย่างพี่ญาจะขายธรรมดาได้อย่างไร ในฐานะ จ้าวแม่คอนเท็นต์ “พี่ญา” โชว์รถพ่วง 18 ล้อ ที่ขนเลิฟซ่า มาเต็มคันรถ และพี่ญา ออกมาประกาศว่า ตอนนี้เลิฟซ่าอยู่ที่ตลาดพี่ญาหมดแล้ว ใครอยากซื้อต้องมาซื้อที่ พี่ญาเท่านั้น จนเกิดปรากฎการณ์ เลิฟซ่า 3,000 ลังที่ลงตลาดพี่ญา ขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที พ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่สนใจต้องไปต่อคิวและแย่งกันเหมาเพื่อนำไปขายต่อ
สเลอปี้เลิฟซ่า วัดไร่ขิง 5พันแก้วต่อวัน
นอกจากนี้ ยังมีกระแส เลิฟซ่า ออกมาเป็นระยะๆ ไม่ว่าการไปต่อคิว เพื่อซื้อสเลอปี้ “เลิฟซ่า” ที่วัดไร่ขิง สร้างปรากฎการณ์ไวรัลเครื่องดื่มขายดีที่สุดที่งานวัดไร่ขิง ขายดีจนทำน้ำไม่ทัน เครื่องปั่นเกือบพังเพราะยอดสั่งซื้อถล่มทลายทะลุหลัก 5,000 แก้วต่อวัน จนมาถึงตลาดพี่ญาคนรุม ก็ต้องมาดูว่า ต่อจากนี้ เลิฟซ่าจะสร้างปรากฎการณ์อะไรให้คนบนโลกออนไลน์ อยากรู้จัก และต้องไปหาดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้กันนี้
ประวัติความเป็นมาของเครื่องดื่มเลิฟซ่า
เลิฟซ่า (Loveza) น้ำโซดาผลไม้ 0% น้ำตาล ผสมวิตามิน B3, B6, B12 มีรสชาติอย่าง องุ่นเคียวโฮ ฮันนี่เลมอน และลิ้นจี่ ซึ่งเจ้าของ เลิฟซ่า คือ ซุง “ศตาวิน นาราทองเพชร” กับ ซ้อก้าด “ณัฐชยานันท์ สุขวัฒนพร”
ก่อนจะมาเป็นเลิฟซ่า ทั้งสองได้ผ่านการทำธุรกิจมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เจ้าของแบรนด์ Love Potion ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้า สกินแคร์ และเครื่องสำอาง ที่วัยรุ่นรู้จักกันดี และก่อนจะมาเป็นเลิฟซ่าเครื่องดื่ม น้ำโซดาผลไม้ ได้เคยทำแบรนด์น้ำเปล่าแต่งกลิ่นผลไม้ ภายใต้แบรนด์ LOVELY DRINK ซึ่งครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้ขาดทุนไปกว่า 15 ล้านบาท ก่อนจะปิดตัวลงภายในเวลาแค่ 4 เดือน
โดยไอเดียการทำน้ำเปล่าแต่งกลิ่นผลไม้ในครั้งนั้น มาจากทั้งสองเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และไปเจอน้ำดื่มแต่งกลิ่นผลไม้ ซึ่งขายดีมากที่ญี่ปุ่น และรู้สึกประทับใจ พอกลับมาประเทศไทยก็นำแนวคิดดังกล่าวกลับมาทำที่ประเทศไทย แต่ไลฟ์สไตล์ หรือ ความชอบของคนไทย ไม่เหมือนกับญี่ปุ่น และรูปแบบการนำเสนอเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และช่องทางการขาย การบริหารจัดการสต็อก รวมถึงการผลิต ทำให้ครั้งนั้น เป็นบทเรียนราคาแพงที่นำกลับมาปรับใช้กับการเลิฟซ่า ในวันนี้
แผนการตลาดของเลิฟซ่า
เจาะกลุ่ม กลุ่ม Gen Z และ Millennial (อายุ 15–35 ปี) ที่ชอบดื่มเครื่องดื่มมีรสชาติ แต่ใส่ใจสุขภาพ ไม่อยากดื่มน้ำอัดลมน้ำตาลสูง สร้างกระแสด้วยการปล่อยวิดีโอสั้นเน้นความสดชื่นและเสียงเปิดกระป๋อง "ซ่า" สุดฟิน และ แจกสินค้าตัวอย่าง (Sampling) ให้กับ Influencer ระดับ Micro-Influencer เพื่อเกิด User Generated Content (UGC) เปิดตัวแคมเปญ TikTok Dance / Audio Challenge ร่วมกับ Creator ตัวท็อป
ส่วนตลาดออฟไลน์ ร่วมกับ CJ MORE ในด้านช่องทางการจัดจำหน่าย พร้อมควบคุมราคาขายปลีกให้เข้าถึงง่าย และด้วยกำลังการผลิตที่จำกัด และนอกจากจะขายตามร้านสะดวกซื้อแล้ว พวกเขายังลงทุนนำ Loveza ไปเปิดตลาดที่ต่างจังหวัด ด้วยการ ศึกษาตลาดตามร้านโชห่วยต่างๆด้วยตัวเอง จนทำให้สามารถขยายตลาดไปต่างจังหวัดได้ง่ายขึ้น และการร่วมกับตลาดพี่ญาคนรุ่ม ส่วนหนึ่ง เพื่อจะเข้าถึงร้านโชห่วยให้มากขึ้น
ทั้งนี้ การวางแผนอย่างรัดกุม และการนำประสบการณ์ จากความล้มเหลวที่เคยผิดพลาดมาปรับใช้ และการบุกตลาดออนไลน์ รวมถึงการสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ ร่วมกับอินฟลูฯ ทำให้ เลิฟซ่า ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา จนเกิดกระแสไวรัล ตามหา เลิฟซ่า ในกลุ่ม Gen Z ทำให้ตั้งแต่เปิดตัวมา ไม่ถึง 1 ปี กวาดรายได้ไปมากกว่า 3 ล้านบาท ถูกจับตาในวงการเครื่องดื่มอีกแบรนด์