xs
xsm
sm
md
lg

“วราวุธ”คิกออฟ!ส่งทีมไล่ตรวจรง.กากพิษ 3พันโรง ชี้ผิดกม.ขู่ยึดทรัพย์-เนรเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“วราวุธ”คิกออฟปฏิบัติการตรวจโรงงานกำจัดกากอุตฯประเภท 105,106 ทั้ง 3,049โรงงาน แย้มส่ง 50ทีมลุยตรวจ5จังหวัดเสี่ยงที่มีโรงงานดังกล่าวถึง50% ลั่นบังคับใช้กฎหมายเด็ดขสดโรงงานทำผิดกฎหมายขู่ยึดทรัพย์และเนรเทศต่างชาติ พร้อมเร่งแก้พรบ.โรงงาน เพิ่มบทลงโทษ คาดแล้วเสร็จ2-3เดือนนี้

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดปฏิบัติการ ตรวจ กำกับ และบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด สำหรับการประกอบกิจการโรงงานประเภท 105 เกี่ยวข้องกับการคัดแยกหรือฝังกลบสิ่งปฏิกูลและวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว โรงงานประเภท 106 เกี่ยวข้องกับการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์หรือรีไซเคิล ให้กับเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศวันนี้ ( 1 พ.ย.)ว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่กรมโรงงานฯ และอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ทำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดในการตรวจจับดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดหากตรวจพบโรงงานทำผิดกฎหมาย ไม่ใช่แค่จับแล้วก็เปรียบเทียบปรับเท่านั้น หรือทำแบบไฟไหม้ฟาง

“กระทรวงอุตฯได้ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแม้แต่กระทรวงยุติธรรม เป็นการจัดการขั้นเด็ดขาด ไม่ใช่แค่ไปจับแล้วเปรียบเทียบปรับ แล้วแยกย้ายกันไป ไม่มีแล้ว ต้องดำเนินการให้จนถึงที่สุด ทั้งการฟ้องร้องดำเนินคดีทางอาญา หรือแม้แต่ถ้าทำเป็นคดีทางการเงินไปจนถึงการยึดทรัพย์ ผมจะไล่ไปให้ถึงว่าตัวการ หรือผู้ถือหุ้นของผู้ประกอบการในแต่ละบริษัทนั้นถ้าทำความผิดถึงขนาดจะต้องเนรเทศออกนอกประเทศเราก็จะทำ”

ทั้งนี้ กระทรวงอุตฯ ได้ตั้ง 50 ทีม ลุย 5 จังหวัดกลุ่มเสี่ยงเรดโซนก่อน ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ปราจีนบุรี สมุทรปราการ ซึ่งมีโรงงานประเภท 105 และประเภท 106 รวมกว่า 1,500 โรงงาน มีสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด 3,049 โรงงาน แต่ก็ไม่ใช่ว่า จะตรวจแค่ 5 จังหวัดอีก 72 จังหวัด เราก็ให้ความสำคัญเช่นกันเรามีทีมปฏิบัติงานทั้งหมด โดยในวันพรุ่งนี้ (วันที่ 2 พ.ย. ) ตนสั่งให้ทุกทีมรายงานผลการปฏิบัติเบื้องต้นเข้ามา เพื่อรายงานให้ครม.ได้รับทราบและต้อไปจะรายงานก่อนการประชุมครม.ทุกครั้ง


“ ขอให้ข้าราชการทำงานกันอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวว่า ใครจะมีอิทธิพลมากลั่นแกล้งโยกย้าย เนื่องจากข้าราชการ มีแค่ปลัดกระทรวงเท่านั้น ที่โยกย้ายได้ ขนาดผมยังย้ายไม่ได้เลย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นประชาชน หลังจากโดนปรามาสว่า ไม่สามารถทำได้จริง โดยพร้อมเป็นแบคอัพให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องกลัว เพราะคนที่ใหญ่กว่าผม มีแค่ 2 คนเท่านั้น คือ คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ที่กำกับดูแลกระทรวงอุตฯ “

ส่วนการแก้ปัญหาสกัดประเทศไทยไม่ให้เป็นถังขยะพิษของโลกในอดีต แต่จนถึงปัจจุบัน ปัญหาขยะพิษกลับยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง และสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งประชาชนกังวลว่าจะเป็นเหมือนในอดีตว่า เราจะทำทุกอย่างขั้นเด็ดขาด แก้ไขให้ถึงต้นตอของปัญหา ซึ่งการแก้ปัญหาครั้งนี้ต่างจากอดีต ครั้งนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นทีมเดียวกันทั้งหมด และกระทรวงอุตฯ กำลังแก้กฎหมายพ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 เพิ่มบทลงโทษ และยึดทรัพย์ได้ คาดว่า 2-3 เดือนจะแล้วเสร็จ รวมถึงการจัดทำร่างพ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม คาดว่า จะนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรเร็วๆ นี้