xs
xsm
sm
md
lg

ถอดไทม์ไลน์แฮ็ก "Binance" กว่า 2.1 แสนล้านบาท เบาะแสชี้เป้าโยงเกาหลีเหนือ ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



Binance ศูนย์ซื้อขายคริปโตรายใหญ่ที่สุดของโลก ยืนยันข้อมูลการโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้สินทรัพย์เสียหายราว 6.3 พันล้านดอลลาร์ และใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกในวงการคริปโต บริษัทวิเคราะห์ความปลอดภัยหลายแห่ง รวมถึง TRM Labs ชี้เบาะแสไปยังกลุ่มแฮกเกอร์ TraderTraitor ที่โยงกับเกาหลีเหนือ ขณะที่พันธมิตรในอุตสาหกรรมอายัดสินทรัพย์ได้แล้วราว 3 พันล้านดอลลาร์ และ Binance กันเงินของบริษัทกว่า 6.34 พันล้านดอลลาร์ไว้ชดเชยความเสียหาย

ไทม์ไลน์หายนะ โสมแดงเจาะไบแนนซ์ ฉก 2.1 แสนล้านบาท

ความผิดปกติเริ่มปรากฏเมื่อค่ำวันที่ 29 ตุลาคม ตามเวลาสากล นักวิจัยบล็อกเชนที่ใช้ชื่อ Spreek รายงานว่าสินทรัพย์จากกระเป๋าเงินบน Ethereum ที่เชื่อมกับ Binance ไหลไปยังที่อยู่ใหม่ผ่านการเรียกใช้สัญญา ซึ่งมีรายงานว่าได้เงินทุนจาก Tornado Cash ฉางเผิง จ้าว (Changpeng Zhao) ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ให้ความเห็นว่าเหตุการณ์ดูเป็นการแฮ็ก และคาดว่าเงินของผู้ใช้จะได้รับการชดเชยครบถ้วน

ตัวเลขความเสียหายยังต่างกันไปตามผู้ประเมิน Binance ระบุผลกระทบรวมราว 6.3 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.1 แสนล้านบาท (ซึ่งขณะนี้ตัวเลขยังไม่นิ่ง) ขณะที่ โจนาธาน เลวิน (Jonathan Levin) ซีอีโอ Chainalysis ให้ตัวเลข 6.4 พันล้านดอลลาร์ ส่วนประมาณการก่อนหน้านี้ของ Chainalysis อยู่ที่ 5.91 พันล้านดอลลาร์ ณ เวลาเกิดเหตุ หรือมากกว่ากรณี Bybit เมื่อปี 2568 ราว 4 เท่า

ขณะเดียวกัน TRM Labs ระบุว่าเงินไหลออกจากกระเป๋าเงินของ Binance ข้าม 10 บล็อกเชน ส่วนตัวเลข 5.84 พันล้านดอลลาร์ที่ Arkham Intelligence เคยรายงานเป็นมูลค่าสินทรัพย์ในกระเป๋าเงินที่ตั้งชื่อว่า binance-hacker-1029 ไม่ใช่ยอดความเสียหายที่ยืนยันแล้ว

ผู้ออกสเตเบิลคอยน์เป็นกลุ่มแรกที่ลงมือสกัดเงินคือ Tether โดยทำการอายัด USDT เกิน 1.567 พันล้านดอลลาร์ ส่วน Circle อายัด USDC เกิน 800 ล้านดอลลาร์ รวมกันกว่า 2.36 พันล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดกระแสข่าวที่เผยแพร่ออกไป ต่อมา Ripple อายัด RLUSD, World Liberty Financial อายัด USD1 มูลค่า 27 ล้านดอลลาร์ และ First Digital อายัด FDUSD ขณะที่ Arbitrum Security Council ย้ายทรัพย์สินมูลค่า 30.5 ล้านดอลลาร์เข้ากระเป๋าพักที่ต้องอาศัยมติของสภาหรือการลงคะแนนของ DAO จึงจะขยับได้ ยอดอายัดที่ Binance ยืนยันจึงไต่จาก 2.54 พันล้านดอลลาร์เป็น 3 พันล้านดอลลาร์ และอาจสูงขึ้นอีกเมื่อติดตามสินทรัพย์ได้เพิ่ม

ส่วนต้นตอของเหตุ Binance เบื้องต้นชี้ไปที่แล็ปท็อปของวิศวกร DevOps ซึ่งผู้โจมตีอาจเจาะเข้ามาได้ แล้วใช้เป็นประตูเข้าสู่บริการภายในเพื่อส่งคำสั่งถอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต

ด้าน ริชาร์ด เทง (Richard Teng) ผู้บริหารระดับสูงของ Binance ชี้แจงในเวลาต่อมาว่ากระบวนการโจมตีซับซ้อนกว่านั้น ไม่ใช่การกดคำสั่งครั้งเดียวจบ การสอบสวนยังไม่ระบุว่าบุคคลใดต้องรับผิดชอบ และยังไม่พบหลักฐานว่ากุญแจส่วนตัว (private key) ของกระเป๋าเงินรั่วไหล ล่าสุด Binance แจ้งว่าตรวจพบจุดเจาะระบบเพิ่มเติม

ในส่วนของมุมมองด้านเทคนิคสอดรับกับข้อสังเกตนี้ อิโด เบน-นาทัน (Ido Ben-Natan) ซีอีโอ Blockaid ประเมินเบื้องต้นว่าเป็นการใช้กุญแจโดยมิชอบ (key misuse) กล่าวคือผู้โจมตีไม่ได้ขโมยกุญแจ แต่ทำให้ระบบเซ็นธุรกรรมอนุมัติรายการที่ไม่ควรอนุมัติ เขาระบุว่าผู้โจมตีน่าจะเข้าถึงตำแหน่งที่เสนอธุรกรรมให้ตัวเซ็นซึ่งดูแลกระเป๋าเงินร้อนของ Binance ได้ และเตือนว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานการเซ็นลักษณะเดียวกันคุกคามศูนย์ซื้อขายรายอื่นด้วย โดยการจำลองธุรกรรมก่อนอนุมัติช่วยตรวจจับคำขอที่ผิดปกติได้

ในอีกด้านหนึ่ง วงการหันไปตั้งคำถามกับ EIP-7702 ซึ่ง Ethereum นำมาใช้ในอัปเกรด Pectra เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 เพื่อให้กระเป๋าเงินทั่วไปใช้ฟังก์ชันแบบสัญญาอัจฉริยะได้ เบน-นาทันชี้ว่าผู้โจมตีทำได้โดยไม่ต้องพึ่ง EIP-7702 แต่กลไกนี้อาจช่วยให้กวาดเงินในครั้งเดียวและอาจเลี่ยงด่านตรวจบางจุด

ขณะที่อีโว จอร์จีเยฟ (Ivo Georgiev) ซีอีโอ Ambire มองว่าผลต่อเหตุครั้งนี้มีไม่มาก เพราะผู้โจมตีมีอำนาจอนุมัติธุรกรรมอยู่แล้ว แต่เตือนว่าหลังกู้ระบบคืน วิศวกรอาจมองข้ามการเพิกถอนการมอบสิทธิ์ที่เป็นอันตราย ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะ Wintermute เคยรายงานในเดือนพฤษภาคม 2568 ว่าการมอบสิทธิ์ช่วงแรกส่วนใหญ่ชี้ไปยังสัญญาที่ออกแบบมาดูดเงิน และผู้ถือโทเค็น WLFI ก็รายงานความสูญเสียลักษณะเดียวกันในเดือนกันยายน 2568

การระบุตัวผู้ก่อเหตุมาจากบริษัทวิเคราะห์ความปลอดภัยเป็นหลัก เลวินประเมินว่า TraderTraitor น่าจะอยู่เบื้องหลัง โดยอ้างความเชื่อมโยงกับเหตุแฮ็กครั้งก่อน ส่วน TRM Labs ระบุด้วยความมั่นใจสูงว่าเป็นฝีมือกลุ่มนี้

ขณะที่ ZachXBT นักสืบบนเชนพบว่าเงินจากเหตุ Binance และการเจาะ Bitget ก่อนหน้านี้ไปรวมกันในที่อยู่เดียวกันหลังผ่าน THORChain จึงเชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุรายเดียวกัน

นอกจากนี้ในส่วนของเอฟบีไอ สหรัฐเคยระบุว่า TraderTraitor อยู่เบื้องหลังเหตุแฮก Bybit เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568

ด้านการรับผิดชอบความเสียหาย Binance แจ้งว่าได้มีการ กันเงินของบริษัทไว้กว่า 6.34 พันล้านดอลลาร์ โดย 5 พันล้านดอลลาร์ อยู่ในรูปโทเค็นชนิดเดียวกับที่ถูกขโมย และอยู่ในการดูแลของ Binance แล้ว ส่วนยอดอายัดราว 3 พันล้านดอลลาร์ไม่รวมอยู่ในก้อนนี้ Binance ระบุว่าสินทรัพย์เหล่านี้จะปรากฏในรายงานหลักฐานสำรอง (proof-of-reserves) ฉบับถัดไป และบริษัทรายงานเงินทุนของบริษัทให้ Financial Services Regulatory Authority (FSRA) ของตลาดการเงินอาบูดาบี (ADGM) ทุกสัปดาห์อยู่ก่อนแล้ว จนถึงขณะนี้ Binance ยังไม่เปิดเผยว่าต้องซื้อโทเค็นชนิดใดเพิ่ม ซื้อเสร็จเมื่อใด หรือกู้คืนเงินที่ถูกขโมยได้เท่าใด

ขณะเดียวกันแหล่งข่าวของ Cointelegraph ที่ทราบเรื่องระบุว่า Binance ร่วมมือกับเอฟบีไอเพื่อกู้คืนสินทรัพย์ แม้เอฟบีไอยังไม่ตอบข้อซักถาม และ Binance ไม่ระบุชื่อหน่วยงานที่ร่วมงาน กรณีเทียบเคียงที่ใกล้ที่สุดคือเหตุแฮ็ก Bitfinex ปี 2559 ซึ่งหน่วยงานสหรัฐฯ รวมทั้งเอฟบีไอยึดบิทคอยน์ 94,000 เหรียญ มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ ณ เวลานั้น ได้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 หรือหลังเกิดเหตุหลายปี ด้านการให้บริการ Binance ระบุว่าการฝากเงินเปิดตามปกติ ส่วนการถอนคาดว่าจะกลับมาภายใน 48 ชั่วโมง หลังปรับปรุงระบบความปลอดภัยของบริการถอนและที่อยู่ที่เกี่ยวข้อง

ด้านตลาดซื้อขายคริปโต ตอบสนองด้วยแรงขายทันที บิทคอยน์ลงต่ำกว่า 77,000 ดอลลาร์ ลดลง 4.9% ในรอบ 24 ชั่วโมง BNB ร่วง 8% มาอยู่ที่ราว 693 ดอลลาร์ และ Ether ลดลง 5.7% ขณะที่โทเค็น DeFi อย่าง AAVE และ UNI ปรับลง 11.3% และ 10.7% ตามลำดับ

ขณะที่ดัชนี Fear and Greed ของบิทคอยน์ตกมาที่ 30 ซึ่งเป็นโซน "กลัว" ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ส่วน Aave ระงับตลาดบนเวอร์ชัน V3 และ V4 เพื่อป้องกันความเสี่ยง หลังผู้โจมตีฝาก USDT 60 ล้านหน่วยแล้วกู้ WETH 19,762 หน่วย มูลค่าราว 44.6 ล้านดอลลาร์ Wintermute และ GSR ซึ่งเป็นผู้ดูแลสภาพคล่อง เปิดเผยว่ามีความเสี่ยงต่อ Binance ไม่เกิน 20% และ 5% ของส่วนของผู้ถือหุ้นตามลำดับ และไม่คาดว่าธุรกิจจะสะดุด

สิ่งที่น่าสนใจคือผลระยะยาวต่อโครงสร้างตลาด เจฟฟรีย์ เคนดริก (Geoffrey Kendrick) หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกของ Standard Chartered มองว่าเหตุครั้งนี้อาจเร่งการย้ายการซื้อขายไปสู่ศูนย์ซื้อขายแบบกระจายศูนย์ (DEX) และเป็นผลดีต่อ Uniswap ในระยะยาว โดยข้อมูลของ CoinGecko ชี้ว่าสัดส่วนปริมาณซื้อขาย DEX ต่อศูนย์ซื้อขายรวมศูนย์ (CEX) ของ 10 อันดับแรกอยู่ที่ 23.5% ในไตรมาส 2 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 2.1 จุดจากไตรมาสแรก

สำหรับตลาดไทยและอาเซียน เหตุนี้ย้ำว่าความเสี่ยงด้านการเก็บรักษาสินทรัพย์ไม่ได้หมดไปแม้เป็นศูนย์ซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดของโลกและมีสินทรัพย์รวม 134 พันล้านดอลลาร์ นักลงทุนที่ฝากสินทรัพย์ไว้กับแพลตฟอร์มต่างประเทศควรตรวจสอบว่าผู้ให้บริการมีใบอนุญาตและมีมาตรการแยกทรัพย์สินลูกค้าอย่างไร ขณะเดียวกัน ประเด็นที่ต้องจับตาในระยะสั้นคือ Binance จะเปิดถอนได้ตามกรอบ 48 ชั่วโมงหรือไม่ รายงานผลสอบฉบับเต็มจะชี้ช่องโหว่ใดบ้าง ยอดอายัดและกู้คืนจะไปถึงระดับใด และหน่วยงานสหรัฐฯ จะยืนยันการระบุตัว TraderTraitor อย่างเป็นทางการหรือไม่