xs
xsm
sm
md
lg

กรุงศรี และ MUFG ร่วมสนับสนุนการประชุม IIF Annual Membership Meeting ที่กรุงเทพฯ 
ตอกย้ำบทบาทของเอเชียบนแผนที่การเงินโลกใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้บริหารระดับสูงร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองบนเวทีระดับโลก ชี้โอกาสการเติบโตของเอเชียและประเทศไทย ท่ามกลางการปรับเปลี่ยนเส้นทางการค้า ห่วงโซ่อุปทาน และการไหลของเงินทุน

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) และมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ร่วมสนับสนุนการจัดงานInstitute of International Finance (IIF) Annual Membership Meeting ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ งานประชุมดังกล่าวเป็นเวทีที่รวมผู้นำและผู้บริหารจากภาคการเงินและการธนาคารทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางของภาคการเงินในหลากหลายมิติ 
การประชุมของ IIF จัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings สำหรับปีนี้จัดขึ้นที่ประเทศไทย จึงเป็นโอกาสสำคัญที่กรุงศรี และ MUFG จะร่วมกันสนับสนุนการจัดงาน และนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อแวดวงการเงินระดับนานาชาติ ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Growth, Risk, and the New Map of Global Finance” สะท้อนความสำคัญของเอเชียที่เพิ่มมากขึ้นในแวดวงการเงินโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางการค้า ห่วงโซ่อุปทาน และการไหลของเงินทุน โดยมีวิทยากรทั้งจากประเทศไทยและนานาประเทศร่วมบรรยาย 
ในจำนวนนี้ ผู้บริหารระดับสูงของกรุงศรี และ MUFG ได้เข้าร่วมการเสวนา ได้แก่ นายฮิโระโนริ คาเมะซาวา ประธานกรรมการมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป และ นายประกอบ เพียรเจริญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และวาณิชธนกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารของ MUFG อีกหลายท่านที่เดินทางมาร่วมการหารือในประเด็นต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนการประชุมหลัก 

เอเชีย: “ตลาดหลักแห่งที่สอง” ของ MUFG
นายฮิโระโนริ คาเมะซาวา ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Views from the C-Suite: Asia's New Horizons – Growth, Fragmentation and Opportunity” โดยกล่าวถึงโอกาสและความสำคัญของภูมิภาคเอเชีย ซึ่ง MUFG ให้ความสำคัญในฐานะ “Second mother market” หรือตลาดหลักแห่งที่สองรองจากญี่ปุ่น ปัจจุบันกำไรราว 20% ของ MUFG มาจากภูมิภาคเอเชีย มียอดสินเชื่อในเอเชียราว 200,000ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง MUFG ได้วางรากฐานและลงทุนต่อเนื่องมากว่า 10 ปี 

ประธานกรรมการ MUFG ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเอเชียต่อญี่ปุ่น โดยชี้ว่าเอเชียมีศักยภาพการเติบโตสูงโดยมีปัจจัยหลักมาจากเรื่อง การลดการปล่อยคาร์บอน (decarbonization) การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (digitalization) และการยกระดับภาคอุตสาหกรรม (industrial upgrading) พร้อมระบุว่าการทำงานร่วมเป็นทีมและการผสานความร่วมมือ(teamwork & co-creation) ระหว่างภาคส่วนต่างๆ เป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในธุรกิจที่กำลังมีการขยายตัว เช่น พลังงาน ดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค

ประเทศไทยกับโอกาสจากการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน


ขณะที่นายประกอบ เพียรเจริญ ร่วมเสวนาในหัวข้อ “Asia in a Changing World: Capital Flows, Trade and Connectivity with Other Regions” โดยชี้ว่าความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ได้ผลักดันให้บรรษัทข้ามชาติปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และกระจายฐานการผลิต เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่อุปทาน (supply chain resilience) แนวโน้มดังกล่าวเปิดโอกาสให้ประเทศไทยในหลายอุตสาหกรรม อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องมาพร้อมกับโอกาสคือความพร้อมในการรองรับ ทั้งการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า และมาตรการที่ช่วยสนับสนุนการลงทุน ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกัน สถาบันการเงินเองก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและความยืดหยุ่นของภาคธุรกิจ 

ทั้งนี้ การร่วมสนับสนุนงาน IIF Annual Membership Meeting ในครั้งนี้ สะท้อนความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกรุงศรีและ MUFG ในการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับเครือข่ายการเงินระดับโลก และการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของภาคการเงินในเอเชียในระยะต่อไป