ก.ล.ต.กางโรดแมป ตลาดทุนดิจิทัล ดัน พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ฉบับใหม่ผ่าน ครม. ปูทาง Tokenization-ไฟเขียวเกณฑ์ Crypto ETF นำร่อง BTC/ETH โดยการพัฒนาตลาดทุนดิจิทัลไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนรูปแบบใหม่ แต่คือการวางระบบตั้งแต่กฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน การดูแลรักษาสินทรัพย์ ไปจนถึงการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้ตลาดทุนไทยสามารถรองรับนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างโอกาสแก่ผู้ระดมทุนและผู้ลงทุน พร้อมรักษาความน่าเชื่อถือและคุ้มครองผู้ลงทุนในระยะยาว
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยแพร่บทความเรื่อง ตลาดทุนดิจิทัล วางรากฐานรองรับนวัตกรรมทางการเงิน โดยระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทและกำลังเปลี่ยนรูปแบบการระดมทุน การซื้อขาย ผลิตภัณฑ์การลงทุนรูปแบบใหม่ และการลงทุนทั่วโลก การเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุนไทยให้รองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ ถือเป็นภารกิจที่สำคัญประการหนึ่งของ ก.ล.ต. ทั้งด้านการผลักดันกฎหมายหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ การออกหลักเกณฑ์รองรับ Crypto ETF และการยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตลาดทุน
พื้นฐานสำคัญประการหนึ่งของตลาดทุนดิจิทัลคือ การมีกฎหมายรองรับการออกและทำธุรกรรมเกี่ยวกับหลักทรัพย์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร ก.ล.ต. จึงผลักดันร่างพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. เพื่อรองรับการออก การถือครอง การโอน และการใช้สิทธิในหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกว่า หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ (Digital Securities)
หลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ในที่นี้ หมายถึง หลักทรัพย์ที่ออกในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถบันทึกข้อมูล โอน และวางเป็นหลักประกันผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ที่ไม่จำเป็นต้องออกใบหลักทรัพย์ตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ ไม่ใช่การสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใหม่ แต่เป็นการปรับรูปแบบการออกและทำธุรกรรมของหลักทรัพย์ที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย เช่น หุ้น ตราสารหนี้ และหน่วยลงทุน ให้ดำเนินการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์และระบบการกำกับดูแลของตลาดทุนเช่นเดิม
การเปลี่ยนผ่านสู่รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยให้กระบวนการออกหลักทรัพย์ การซื้อขาย การโอนเปลี่ยนมือ และการชำระราคาทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ตลอดจนลดต้นทุนและภาระในการจัดเก็บเอกสารของผู้ออกหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจ ขณะเดียวกัน ยังเอื้อให้สามารถพัฒนารูปแบบการเสนอขายที่ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงการลงทุนได้สะดวกขึ้น รวมถึงเพิ่มโอกาสให้ผู้ระดมทุน โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถเข้าถึงตลาดทุนได้มากขึ้น
นอกจากนี้ การทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ยังช่วยลดความเสี่ยงจากเอกสารสูญหายหรือถูกปลอมแปลง และทำให้การตรวจสอบข้อมูลทำได้สะดวกยิ่งขึ้น สอดคล้องกับพัฒนาการของเทคโนโลยีทางการเงินและมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยในเศรษฐกิจดิจิทัล
ปัจจุบันร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้ตลาดทุนสามารถนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการออกและการถือครองหลักทรัพย์ได้อย่างเหมาะสม รวมถึงเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนารูปแบบการนำสิทธิหรือสินทรัพย์มาแปลงให้อยู่ในรูปดิจิทัล หรือ Tokenization ได้ต่อไป
*เพิ่มทางเลือกการลงทุนผ่าน Crypto ETF
นอกจากนี้ หนึ่งในพัฒนาการล่าสุดคือ การออกหลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้งและกำกับดูแล Crypto ETF ในประเทศไทย ทำให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโท โดยไม่ต้องถือคริปโทนั้นโดยตรง แต่เป็นการถือหน่วยลงทุน ในกองทุน Crypto ETF ที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ดิจิทัลที่กองทุน ETF ไปลงทุน
ในระยะแรก Crypto ETF สามารถลงทุนอ้างอิง Bitcoin และ Ethereum และกำหนดให้บริหารในรูปแบบ Passive ETF ซึ่งมุ่งสร้างผลตอบแทนให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคาคริปโทอ้างอิง โดยการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของ Crypto ETF ไม่ว่าจะดำเนินการโดยผู้ดูแลผลประโยชน์เอง หรือโดยตัวแทนเก็บรักษาทรัพย์สิน ต้องดำเนินการโดย DA Custodian ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. นอกจากนี้ ยังไม่อนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ปล่อยกู้เพื่อซื้อ Crypto ETF เนื่องจากอาจมีราคาผันผวนจนก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อลูกค้า บล. ที่ปล่อยกู้ และตลาดทุนโดยรวม
ด้วยหลักเกณฑ์รองรับการจัดตั้ง Crypto ETF ในประเทศไทย มีผลบังคับใช้เมื่อ 16 ตุลาคม 2569 ขณะนี้จึงยังไม่มีการเสนอขาย Crypto ETF ในประเทศไทย เนื่องจากผู้ประกอบธุรกิจยังอยู่ระหว่างการศึกษาและเตรียมความพร้อมในการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว
*เปิดทางสู่ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่เชื่อมโยงสินทรัพย์ดิจิทัล
ไม่เพียงแต่ Crypto ETF ในประเทศไทย โดยที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ทยอยปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับให้กองทุนรวมสามารถลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดที่กำหนด เช่น กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (Retail MF) สามารถลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีได้ทางอ้อมผ่านกองทุนหรือ ETF อื่น ขณะที่กองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (UI Fund) สามารถลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีได้โดยตรง เป็นต้น สะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลกับกลไกการลงทุนในตลาดทุนที่มีอยู่เดิม
*ยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล
อีกองค์ประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล คือการมีระบบดูแลรักษาทรัพย์สินที่มีมาตรฐาน โดยมีหลักเกณฑ์รองรับผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ DA Custodian ซึ่งทำหน้าที่รับฝากและดูแลรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้ลงทุน สถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
DA Custodian ต้องดำเนินงานตามมาตรฐานในการประกอบธุรกิจที่ต้องมีความพร้อมทั้งด้านฐานะการเงิน ระบบงาน และบุคลากรในการทำหน้าที่ รวมถึงมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีหรือด้านไซเบอร์ การบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในทุกด้านอย่างรัดกุม และการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าที่มั่นคงปลอดภัย ซึ่งจะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของระบบการดูแลรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล
การพัฒนาตลาดทุนดิจิทัลไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์การลงทุนรูปแบบใหม่ แต่คือการวางระบบตั้งแต่กฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน การดูแลรักษาสินทรัพย์ ไปจนถึงการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อให้ตลาดทุนไทยสามารถรองรับนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างโอกาสแก่ผู้ระดมทุนและผู้ลงทุน พร้อมรักษาความน่าเชื่อถือและคุ้มครองผู้ลงทุนในระยะยาว