กรมการค้าภายในนัดถกผู้ประกอบการรายกลุ่มสินค้า ติดตามผลกระทบต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนบริหารจัดการให้เกิดความสมดุลร่วมกัน เผยจะขอความร่วมมือตรึงราคาให้นานที่สุด ช่วยลดภาระประชาชน ส่วนสถานการณ์เนื้อสัตว์ หมู ไก่ ราคาทรงตัว ไข่ไก่ เริ่มลด ผักสด ราคาวูบ เกาะติดน้ำมันปาล์ม หลังเข้าสู่ช่วงผลผลิตลด
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมเตรียมนัดผู้ประกอบการเป็นรายกลุ่มสินค้า ซึ่งจะทยอยนัดเป็นกลุ่ม ๆ มาหารือถึงสถานการณ์ด้านต้นทุน ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งค่าพลังงานที่สูงขึ้น ค่าขนส่งที่สูงขึ้น และวัตถุดิบที่เป็นต้นทุนในการผลิต เพื่อมาประเมินสถานการณ์ร่วมกัน และวางแผนในการกำกับดูแลราคาสินค้า ให้มีความสมดุล ทั้งฝ่ายผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดยเบื้องต้น จะขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน
“ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการไปบ้างแล้ว ทุกคนแจ้งว่าเริ่มมีภาระด้านต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น แต่ก็มีการปรับตัวด้วยการบริหารจัดการต้นทุน เพราะรู้ว่าการปรับขึ้นราคาในช่วงนี้ จะกระทบกับยอดขาย จึงได้พยายามตรึงราคาให้นานที่สุด และเข้าใจว่าขณะนี้ ประชาชนทุกคนมีภาระค่าครองชีพสูงขึ้น จากผลกระทบสงคราม พลังงาน และยังเจอเหตุการณ์ในประเทศ เช่น น้ำท่วม ซึ่งผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือ ทั้งตรึงราคา และยังร่วมมือกับกรมในการจัดโปรโมชันลดราคาด้วย แต่ก็ต้องยอมรับ บางสินค้า เริ่มได้รับผลกระทบหนัก ก็ต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป”นายวัฒนศักย์กล่าว
ทั้งนี้ ยอมรับว่า เริ่มมีสินค้าบางรายการ ขอให้กรมพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นราคา เช่น ปลากระป๋อง เพราะต้นทุนทินแพลต (แผ่นเหล็กเคลือนดีบุก) มีราคาสูงขึ้น ซึ่งกรมได้ขอความร่วมมือให้ตรึงราคาไปก่อน ส่วนปุ๋ยเคมี ที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน ยังไม่มีการพิจารณา เพราะสถานการณ์ยังปกติ และไม่ใช่ช่วงการเพาะปลูกที่ต้องการใช้ปุ๋ย แต่ก็จะติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดต่อไป รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ที่กรมจะติดตามอย่างใกล้ชิดทุกรายการ ส่วนการเตรียมรับมือจากสถานการณ์ที่หลาย ๆ ประเทศ ให้ประชาชนเตรียมตัวเรื่องสินค้าให้เพียงพอ ยืนยันว่า ไทยไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะเป็นแหล่งผลิตสำคัญ ทั้งเกษตร อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค แต่ก็เพิ่มความตระหนัก แต่ไม่ตระหนก และขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ
นายวัฒนศักย์กล่าวว่า การติดตามสถานการณ์สินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ พบว่า เนื้อสุกร เข้าสู่ตลาดปกติ ไม่มีปัญหาแล้ว ราคาทรงตัว โดยหมูเป็นราคาเฉลี่ย 68.90 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) หมูเนื้อแดง ไม่ตัดแต่ง 130-135 บาทต่อกก. ไก่ ก็ยังเป็นปกติ โดยไก่มีชีวิต 45.50 บาทต่อกก. น่อง-สะโพก 89.69 บาท/กก. เนื้อน่อง 89.81 บาทต่อกก. เนื้อสะโพก 94.81 บาทต่อกก. เนื้ออก 85.38 บาทต่อกก. ปลานิล 81.50 บาทต่อกก. ปลาทับทิม 112.50 บาทต่อกก. ปลาดุก (บิ๊กอุย) 70.30 บาทต่อกก. กุ้งขาว 70 ตัวต่อกก. 195 บาท/กก. และไข่ไก่ คละหน้าฟาร์ม 4 บาทต่อฟอง ราคาเฉลี่ยเบอร์ 3 4.56 บาทต่อฟอง ซึ่งแนวโน้มราคาเริ่มปรับลดลง
ส่วนผักสด ราคาขายส่ง ณ ตลาดสี่มุมเมือง วันที่ 30 ต.ค.2569 ส่วนใหญ่ปรับลดลง และจะมีผลให้ราคาตลาดขายปลีก และตลาดอื่น ๆ ลดลงตาม โดยผักบุ้งจีน 12 บาทต่อกก. จาก 16 บาท และเคยขึ้นสูงสุด 100 บาทช่วงน้ำท่วม ผักกาดขาว (ลุ้ย) 14 บาทต่อกก. จาก 15-16 บาท และสูงสุด 18 บาท ต้นหอม 150 บาทต่อกก. จากสูงสุด 180 บาท โหระพา 50 บาทต่อกก. จากสูงสุด 170 บาท ผักคะน้า 44 บาทต่อกก. จากสูงสุด 70 บาท กวางตุ้ง 24 บาทต่อกก. จากสูงสุด 60 บาท หัวไชเท้า 22 บาทต่อกก. จากสูงสุด 35 บาท ถั่วฝักยาว 30 บาทต่อกก. จากสูงสุด 100 บาท มะระ 28 บาทต่อกก. จากสูงสุด 80 บาท ใบกะเพรา 30 บาทต่อกก. จากสูงสุด 120-150 บาท แต่ก็มีผักบางชนิดที่สูงขึ้น เช่น กะหล่ำปลีเขียว 14 บาทต่อกก. จาก 13 บาท พริกจินดาแดง 60 บาทต่อกก. จาก 50 บาท
สำหรับน้ำมันปาล์ม จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม เพื่อบริหารน้ำมันปาล์มให้เกิดความสมดุล ทั้งการบริโภคในประเทศ การใช้ทำไบโอดีเซล และการส่งออก ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 33% โดยจะดูความสมดุลทั้งราคาขายของเกษตรกร การบริโภค ผู้ประกอบการ และการส่งออก เพราะช่วงนี้ผลผลิตปาล์ม เริ่มลดลง จึงต้องบริหารจัดการ โดยล่าสุดราคาปาล์มอยู่ที่ 8.15 บาทต่อกก. น้ำมันปาล์มดิบ 39.88 บาทต่อกก. และน้ำมันปาล์มขวดเฉลี่ย 51.31 บาทต่อขวด
ทางด้านสินค้าอุปโภคบริโภค แนวโน้มราคาทรงตัว และหลายรายการปรับลดลง โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ และซ่อมแซมบ้านเรือน เพราะผู้ประกอบการ ห้างค้าส่งค้าปลีก ได้จัดโปรโมชันลดราคา และกรมเองยังได้จัดโครงการ “ไทยช่วยไทย ธงฟ้าลดค่าครองชีพ” นำสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพมาขายในราคาประหยัด 3,036 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต.ค.2569-ม.ค.2570 ต่อเนื่อง 90 วัน ซึ่งเบื้องต้นจัดแล้ว 582 จุด ลดภาระค่าครองชีพประชาชนแล้ว 20 ล้านบาท และยังจับมือผู้ประกอบการ 27 ราย จัดแคมเปญ “ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ สู้วิกฤตน้ำท่วม” ลดราคาสินค้าและบริการ 4,223 รายการ สูงสุด 78% ช่วง ต.ค.-พ.ย.2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และฟื้นฟูจากสถานการณ์น้ำท่วมด้วย