Binance เผยเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยส่งผลต่อสินทรัพย์ราว 6,300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจเป็นการโจรกรรมคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และอาจทำให้นักลงทุนต้องกลับมาทบทวนความเสี่ยงในการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลอีกครั้ง
Binance กระดานเทรดคริปโตใหญ่สุดของโลก แถลงเมื่อวันพฤหัสฯ (29 ต.ค.) ว่า กำลังร่วมมือกับพันธมิตรในการติดตามและอายัดสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจนถึงล่าสุดสามารถระบุตำแหน่งและอายัดสินทรัพย์ได้แล้วประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะของสินทรัพย์ส่วนที่เหลืออีก 3,300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่อี้ เหอ ผู้ร่วมก่อตั้ง Binance ยืนยันว่า บริษัทจะรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดจากการแฮ็ก
Chainalysis บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน ระบุว่า เหตุการณ์นี้อาจเป็นการโจรกรรมคริปโตครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ผลการสอบสวนเบื้องต้นของ Binance ระบุว่า เหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยครั้งนี้อาจเริ่มต้นจากการที่แล็ปท็อปของวิศวกรคนหนึ่งภายในบริษัทถูกแฮ็ก ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงระบบหนึ่งของบริษัทและแอบถอนสินทรัพย์ออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข่าวนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดทันทีในช่วงต้นการซื้อขายในเอเชียวันศุกร์ (30 ต.ค.) โดยราคาบิตคอยน์ดิ่งลงกว่า 3% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 76,368 ดอลลาร์ ขณะที่อีเธอเรียมร่วงกว่า 3% เช่นเดียวกันและทำสถิติต่ำสุดในรอบ 2 เดือนที่ 2,178 ดอลลาร์
ข้อมูลของ CoinGecko ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรวบรวมข้อมูลตลาดคริปโต ระบุว่า BNB ที่เดิมเปิดตัวในชื่อ Binance Coin และเป็นเหรียญที่ใช้ชำระค่าธรรมเนียมการซื้อขายบน Binance ได้นั้น ดิ่งลง 5% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอยู่ที่ 709.70 ดอลลาร์
นอกเหนือจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับสินทรัพย์แล้ว นักวิเคราะห์ระบุว่า เหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยครั้งนี้มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคริปโตในวงกว้าง โดยก่อนหน้านี้ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดันอยู่แล้วจากอัตราดอกเบี้ยของอเมริกาที่ปรับตัวสูงขึ้น และความต้องการลงทุนที่ชะลอตัวลงจากนักลงทุนที่ซื้อขายผ่านกองทุน ETF
ทิม ซัน นักวิจัยอาวุโสจาก HashKey Group ในฮ่องกง ชี้ว่า เหตุการณ์ล่าสุดนี้อาจยิ่งทำให้ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงลดลง และกระตุ้นให้นักลงทุนกลับมาประเมินความปลอดภัยของสินทรัพย์ที่ฝากไว้กับแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตแบบรวมศูนย์อีกครั้ง รวมถึงทบทวนความเสี่ยงด้านคู่สัญญา ความสามารถในการชำระหนี้ และสภาพคล่องของแพลตฟอร์มเหล่านั้น
Binance เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้ผู้ใช้งานซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีผู้ลงทะเบียนใช้งานกว่า 335 ล้านคนทั่วโลก และมีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลประมาณ 162,800 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ตามรายงานประจำปี 2025 ของบริษัท
ยืนยันสินทรัพย์ลูกค้าปลอดภัย
Binance แถลงว่า เงินทุนของผู้ใช้ยังคงปลอดภัย และเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน บริษัทได้ระงับการฝากและถอนสินทรัพย์ทั้งหมดเป็นการชั่วคราวในระหว่างที่ทีมรักษาความปลอดภัยกำลังดำเนินการตรวจสอบระบบ เสริมความปลอดภัยให้กับโครงสร้างพื้นฐานกระเป๋าเงินดิจิทัล และติดตามสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและพันธมิตรในอุตสาหกรรม
จากข้อมูลบนเว็บไซต์บริษัท Binance มีกองทุน Secure Asset Fund for Users ซึ่งเป็นเงินสำรองที่เก็บไว้ในรูปบิตคอยน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสินทรัพย์ของผู้ใช้กรณีที่มีการละเมิดความปลอดภัย
แบร์นาดู บริเตส ซีอีโอ Trace Finance ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินและสเตเบิลคอยน์ ชี้ว่า การรับมือการแฮ็กเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจาก AI ค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยได้เร็วกว่าที่มนุษย์จะสามารถเข้าไปแก้ไขช่องโหว่เหล่านั้น
เขายังคิดว่า ผู้ใช้จะเริ่มย้ายออกจากแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตขนาดเล็กและขนาดกลาง เพราะการฝากเงินไว้กับแพลตฟอร์มที่ไม่มีความสามารถในการชดเชยความเสียหายจากการถูกแฮ็กในวงเงินมหาศาลเป็นความเสี่ยงที่สูงเกินไป
ทั้งนี้ Tether เผยว่า อายัดสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวเกือบ 1,570 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Circle อายัดสินทรัพย์กว่า 800 ล้านดอลลาร์
World Liberty Financial บริษัทคริปโตที่มีความเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และครอบครัว เปิดเผยว่า กำลังร่วมมือกับ BitGo ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่ออายัดเงินทุนที่ถูกขโมยไปจากเหตุการณ์ที่บริษัทระบุว่า เป็นการแฮ็ก Binance
อี้จาก Binance เสริมว่า มีการอายัดสเตเบิลคอยน์มูลค่า 27 ล้านดอลลาร์ และโทเคนของ World Liberty ราว 2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Ripple อายัดเงินทุนประมาณ 200 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ดี สำหรับ Binance.US ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ให้บริการแก่ผู้พำนักในอเมริกาโดยเฉพาะ ระบุว่า ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ เช่นเดียวกับ Coinbase ที่ยืนยันว่า ไม่ได้รับผลกระทบ และกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ซ้ำเติมสถิติโจรกรรมคริปโต
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการโจรกรรมสินทรัพย์คริปโตหลายครั้งที่ผ่านมา จากข้อมูลของนักวิจัยของ TRM Labs ปีที่ผ่านมา แฮ็กเกอร์ฉกสินทรัพย์คริปโตรวมมูลค่า 2,900 ล้านดอลลาร์ จากการโจมตีเกือบ 150 ครั้ง
เดือนก.ย.ปีนี้ แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี Bitget เผยว่า มีสินทรัพย์คริปโตมูลค่าประมาณ 350 ล้านดอลลาร์ถูกขโมยจากแพลตฟอร์ม ตอกย้ำความเปราะบางของอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลต่อการโจมตีทางไซเบอร์
ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเตือนว่า กลุ่มอาชญากรรมที่มีการจัดตั้งเป็นเครือข่ายหันมาใช้คริปโตเพื่อเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามพรมแดนโดยไม่ต้องผ่านระบบการเงินแบบดั้งเดิมเพิ่มขึ้น
ที่มา: รอยเตอร์/บีบีซี นิวส์