“ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์” เปิดผลงาน 9 เดือนแรกปี 2569 รายได้จากการขายรวม 4,357 ล้านบาท ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านกำไรสุทธิ 412 ล้านบาท ชูธุรกิจอาหารกุ้งในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญเติบโตทั้งยอดขายและปริมาณขายท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนและการแข่งขัน ขณะไตรมาส 3 ปีนี้ทำรายได้ 1,577 ล้านบาท กำไรสุทธิ 104 ล้านบาท ชูปริมาณขายอาหารกุ้งในอินโดนีเซียฟื้นตัว
นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เปิดเผยถึง ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 ให้ความสำคัญกับการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศ ควบคู่กับการขยายตลาดในต่างประเทศและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตระยะยาว สนับสนุนให้บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 4,357 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 412 ล้านบาท
โดยธุรกิจอาหารกุ้งในประเทศยังเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ เติบโตทั้งยอดขายและปริมาณขายตามความต้องการที่ปรับตัวดีขึ้น หนุนยอดขายอาหารกุ้งรวมเพิ่มขึ้น 0.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกิจอาหารปลาได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อรายได้รวม แต่มองระยะยาวยังคงเป็นตลาดที่บริษัทมีความแข็งแกร่ง ด้านอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.5% จากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 9.5%
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 1,577 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 104 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.6% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15.3% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอาหารกุ้งในอินโดนีเซียภายใต้ PT Thai Union Kharisma Lestari (TUKL) มีปริมาณขายฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง เพิ่มขึ้น 3.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการพัฒนาสูตรอาหารสัตว์ให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น การให้บริการทางวิชาการแก่ลูกค้า และสถานะทางการเงินของลูกค้าที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนตลาดอาหารกุ้งในประเทศ ลูกค้ารายใหญ่ชะลอการลงลูกกุ้งตามภาวะตลาด ส่งผลต่อปริมาณขายอาหารกุ้งในประเทศ ประกอบกับ ปริมาณขายอาหารปลาที่ลดลง
ขณะไตรมาส 3 ปี 2568 มีฐานยอดขายสูงจากความต้องการอาหารกุ้งและอาหารปลาตามฤดูกาลที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี TFM ยังเดินหน้าขยายโอกาสไปยังตลาดใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์น้ำในเอกวาดอร์ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและการเติบโตในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยได้รับอนุมัติในหลักการจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) สำหรับโครงการพัฒนาอาหารปลาและอาหารกุ้ง สิทธิประโยชน์ดังกล่าวครอบคลุมการยกเลิกเพดานวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับโครงการที่เข้าเกณฑ์ ทำให้บริษัทสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ภายในระยะเวลาที่ได้รับยกเว้น อีกทั้ง ยังขยายระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นภาษีอีก 1 ปี โดยคาดว่าจะช่วยลดภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลในอนาคต และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน พร้อมสนับสนุนการลงทุนด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
ล่าสุด ในเดือนตุลาคม 2569 TFM ได้รับ 2 รางวัลในกลุ่ม Business Excellence จากงาน SET Awards 2026 ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แก่ รางวัลด้านผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ยอดเยี่ยม Best Company Performance Awards และรางวัลผู้บริหารสูงสุดดีเด่น Outstanding CEO Awards ซึ่งมอบให้แก่นายพีระศักดิ์ บุญมีโชติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สะท้อนผลการดำเนินธุรกิจและความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางสภาวะที่ท้าทาย
“TFM มุ่งต่อยอดความแข็งแกร่งของธุรกิจในประเทศไทยสู่การขยายบทบาทในตลาดโลก ผ่านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงและสร้างคุณค่าให้เกษตรกร ควบคู่กับการขยายฐานธุรกิจในต่างประเทศ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำชั้นนำที่ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายพีระศักดิ์ กล่าว