“กาแฟอีสานกินได้หรือ?” คือหนึ่งในคำถามที่ คุณปกรณ์ เตชสิทธิ์วรโชติ ผู้ก่อตั้งโรงคั่วกาแฟ วังน้ำเขียว หรือ โรงคั่วกาแฟ Coffee Factory เคยได้รับในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ แต่แทนที่จะมองคำถามนี้เป็นอุปสรรค เขากลับใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการค้นหาคำตอบว่า จะทำอย่างไรให้กาแฟจากวังน้ำเขียวมีเอกลักษณ์และเป็นที่ยอมรับในตลาด จนพัฒนาสู่แบรนด์ Coffee Factory ที่มีสินค้าวางจำหน่ายในโลตัส
จากโรงเลี้ยงวัวเก่า สู่แบรนด์กาแฟท้องถิ่น
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อคุณปกรณ์มองหาธุรกิจใหม่ที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ จึงเดินทางมาที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา และพบว่าชาวบ้านปลูกกาแฟอาราบิก้าแซมอยู่ในพื้นที่ป่า ทั้งที่ผลผลิตมีศักยภาพ แต่ยังขาดการต่อยอดเชิงธุรกิจ เขาจึงเริ่มเรียนรู้การแปรรูปกาแฟ ทดลองคั่วด้วยกระทะทองเหลืองบนเตาถ่านในโรงเลี้ยงวัวเก่า ซึ่งกลายเป็นที่มาของชื่อ “โรงคั่วกาแฟ” แต่เส้นทางไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด การพัฒนากระบวนการแปรรูปเพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการต้องแลกกับกาแฟที่เสียไปหลายสิบตัน ขณะที่การสร้างความเชื่อมั่นและรวบรวมเกษตรกรให้เข้ามาร่วมกลุ่มก็ใช้เวลาถึง 3 ปี และเมื่อเริ่มนำกาแฟออกสู่ตลาด คุณปกรณ์กลับพบคำถามสำคัญจากผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น “ปลูกที่ไหน?” “สายพันธุ์อะไร?” หรือ “ปลูกบนพื้นที่สูงเท่าร?” คำถามเหล่านี้ทำให้เขากลับมาทบทวนแนวทางการทำตลาด และเลือกเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เข้ามาสัมผัสวิถีการปลูกและการผลิตกาแฟด้วยตัวเอง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์จริง เพื่อให้ผู้คนเข้าใจที่มาและเอกลักษณ์ของกาแฟวังน้ำเขียวมากกว่าการรับรู้เพียงชื่อแบรนด์
คุณภาพและอัตลักษณ์ คือหัวใจของกาแฟวังน้ำเขียว
กาแฟวังน้ำเขียวมีจุดเด่นจากสภาพแวดล้อมและแหล่งเพาะปลูก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเอกลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์ อีกทั้ง “กาแฟวังน้ำเขียว” ยังได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยอัตลักษณ์ของพื้นที่จึงเป็นต้นทุนสำคัญที่นำมาต่อยอดสร้างมูลค่าให้สินค้า เบื้องหลังรสชาติกาแฟแต่ละแก้วยังต้องอาศัยการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง กลุ่มเกษตรกรมีแนวทางการผลิตที่เน้นเกษตรอินทรีย์และการคัดเลือกผลกาแฟสุกแดง ก่อนส่งเข้าสู่กระบวนการแปรรูปและคัดเกรดตามคุณภาพ ส่วนการผลิตและคั่วกาแฟให้ความสำคัญกับมาตรฐาน ความสะอาด และความปลอดภัย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสม่ำเสมอและตอบโจทย์ผู้บริโภค จากเมล็ดกาแฟท้องถิ่น โรงคั่วกาแฟวังน้ำเขียวจึงพัฒนาสินค้าหลากหลายภายใต้แบรนด์ Coffee Factory ทั้งกาแฟคั่ว กาแฟบด และกาแฟดริป พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์จากกาแฟในรูปแบบอื่น เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและสร้างมูลค่าให้วัตถุดิบมากกว่าการจำหน่ายผลผลิตเพียงอย่างเดียว
จากบทเรียนผู้ประกอบการ สู่โอกาสบนชั้นวางโลตัส
จุดเปลี่ยนสำคัญของ โรงคั่วกาแฟ Coffee Factory เกิดขึ้นเมื่อโลตัสได้นำทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตกร เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้า พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME นำสินค้าเข้าวางจำหน่าย โดยล็อตแรกนำไปส่งที่ศูนย์กระจายสินค้า (DC) วังน้อยด้วยตัวเอง ก่อนจะได้เห็นกาแฟของตัวเองวางอยู่บนชั้นเป็นครั้งแรก “ตอนนั้นผมยืนมองอยู่หน้าชั้นวางประมาณ 5 วินาที แล้วรู้สึกว่า นี่คือกาแฟของเราจริง ๆ กาแฟของเกษตรกรจริง ๆจากผู้ประกอบการกลุ่มเล็ก ๆ ที่ผลิตกาแฟอาราบิก้าจากภาคอีสาน วันนี้กาแฟวังน้ำเขียวมีวางจำหน่ายในโลตัสแล้ว นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพาสินค้าท้องถิ่นไปสู่ผู้บริโภคในวงกว้าง” และจากประสบการณ์ดังกล่าว คุณปกรณ์มองว่า การเข้าสู่ Modern Trade ไม่ใช่เพียงการมีสินค้าที่โดดเด่น แต่ผู้ประกอบการต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน วัตถุดิบ กำลังการผลิต และการส่งมอบสินค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถรักษาคุณภาพและรองรับการเติบโตของตลาดได้ในระยะยาว
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์จาก โรงคั่วกาแฟ มีวางจำหน่ายในโลตัสครอบคลุม 77 จังหวัด เรื่องราวของแบรนด์จึงเป็น Success Case ที่สะท้อนการเปลี่ยนผลผลิตท้องถิ่นให้เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ พร้อมต่อยอดสู่ช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ โดยคุณปกรณ์ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในเวที “Market Insight @ CP AXTRA” ภายใต้หัวข้อ “ตลาดนำการผลิต ยกระดับสินค้าไทยสู่ Modern Trade” เพื่อเป็นบทเรียนให้ผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาสินค้าและขยายตลาด
ขณะเดียวกัน ซีพี แอ็กซ์ตร้า ได้พัฒนา “แพลตฟอร์มแห่งโอกาส” เพื่อเป็นกลไกเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับช่องทาง Modern Trade เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการนำเสนอสินค้าและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ โดยมีเป้าหมายให้สินค้าไทยที่มีศักยภาพได้รับโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://cpseeding.com/cpaxtra
จากกาแฟที่เริ่มต้นในโรงเลี้ยงวัวเก่า สู่ผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในโลตัส เส้นทางของ โรงคั่วกาแฟ Coffee Factory สะท้อนว่า การสร้างแบรนด์สินค้าเกษตรให้เติบโตต้องอาศัยทั้งการเรียนรู้ คุณภาพ และการค้นหาเอกลักษณ์ของตัวเอง พร้อมช่องทางตลาดที่เหมาะสม เพื่อเปลี่ยนโอกาสจากท้องถิ่นให้กลายเป็นการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง