SME D Bank ขานรับนโยบายรัฐบาล เดินหน้าสานต่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และสาธารณภัย ทั้งทางตรงและทางอ้อม เปิดตัว “สินเชื่อปลุกพลัง SME ประสบอุทกภัย” วงเงิน 400ล้านบาท สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท นำไปฟื้นฟูสถานประกอบการและธุรกิจให้กลับมาดำเนินการได้รวดเร็วหลังผ่านภัยพิบัติ
นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั้งทางตรงและทางอ้อมในหลายพื้นที่ ที่ผ่านมา SME D Bank ได้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นมาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” และมาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน” เป็นต้น
ล่าสุด SME D Bank ได้สานต่อความช่วยเหลือ ด้วยการออกโครงการ “สินเชื่อปลุกพลัง SME ประสบอุทกภัย” วงเงินรวม 400 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ ให้มีเงินทุนเพียงพอ นำไปฟื้นฟูสถานประกอบการ และฟื้นฟูธุรกิจ ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย ช่วยให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจตามปกติได้โดยเร็ว
สำหรับ “สินเชื่อปลุกพลัง SME ประสบอุทกภัย” เปิดกว้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากอุทกภัย หรือสาธารณภัย ตามพื้นที่ประกาศกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ประกาศในปัจจุบันและอนาคต นำไปใช้ได้ทั้งเสริมสภาพคล่อง หมุนเวียน ลงทุน ขยาย ปรับปรุง ฟื้นฟู และสำรองเป็นค่าใช้จ่าย 12 เดือน จุดเด่นเป็นสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 1 ล้านบาทไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน อีกทั้ง ธนาคารได้ปรับปรุงกระบวนการอำนวยสินเชื่อ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพิ่มความคล่องตัว สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างรวดเร็ว
“SME D Bank ยึดมั่นแนวทาง “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” คอยเคียงข้างธุรกิจเอสเอ็มอีในทุกสถานการณ์ โดยผลิตภัณฑ์สินเชื่อดังกล่าว จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนเพียงพอ นำไปฟื้นฟู ซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารสถานประกอบการ เครื่องจักร อุปกรณ์ ที่ได้รับความเสียหาย รวมถึง เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง และสำรองเป็นค่าใช้จ่าย ช่วยให้กลับมาดำเนินกิจการตามปกติได้โดยเร็ว” นายพิชิต ระบุ
สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการรับบริการ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าจะเต็มวงเงินโครงการ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น สาขา SME D Bank ทุกแห่งทั่วประเทศ , LINE Official Account : SME Development Bank , เว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด* * *