“อัสสเดช” เผยดัชนีหุันทรุด ผลจากนักลงทุนกังวลเรื่องการปรับเพิ่มบอนด์ยีล และ การเปลี่ยนแปลงนโยบายพลังงาน ย้ำไม่ได้เกิดจากประเด็นทุนเทาฟอกเงิน แจงตลาดทุนไทยแกร่งเพราะความหลากหลายของอุตสาหกรรม เร่งพัฒนากลไกกำกับดูแลควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผย ว่า การปรับตัวลงของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ เป็นผลจากนักลงทุนกังวลเรื่องการปรับเพิ่มบอนด์ยีลและ การเปลี่ยนนโยบายพลังงาน อีกทั้ง ย้ำว่าไม่ได้เกิดจากประเด็นทุนเทาฟอกเงินผ่านตลาดหุ้น
ทั้งนี้ ตลาดทุนไทยปีนี้ยังมีศักยภาพและโดดเด่นในภูมิภาค ให้ดัชนีปรับตัวขึ้นเกือบ 25% เพราะฟันด์โฟลว์สถาบันต่างชาติยังบวกแห่งเดียวในเอเชียเนื่องจากโครงสร้าง บจ. ไทยมีความหลากหลายอุตสาหกรรม และเตรียมผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ หรือ S -Curve เพื่อสร้างความน่าสนใจในอนาคต
สำหรับทิศทางการลงทุนในระยะสั้นยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกอย่างใกล้ชิด ทั้งแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวของราคาพลังงาน และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งล้วนมีอิทธิพลต่อการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ การจัดสรรเงินลงทุน และการตัดสินใจซื้อขายของนักลงทุน
นอกจากนี้ ตลาดทุนไทยยังจำเป็นต้องเดินหน้าพัฒนากลไกกำกับดูแลควบคู่กับการเพิ่มศักยภาพของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ท่ามกลางสภาวะตลาดโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน
ขณะที่จุดแข็งของตลาดหุ้นไทยที่มีบริษัทจดทะเบียนหลากหลายอุตสาหกรรม ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนความสนใจของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะการพิจารณาโอกาสลงทุนในธุรกิจที่มีพื้นฐานและศักยภาพการเติบโต
“การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานตลาดทุนไทย โดยความโปร่งใสและความสามารถในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ” นายอัสสเดขกล่าว
สำหรับวันนี้ ดัชนหุ้นไทยปิดที่ 1,544.60 จุด ลดลง 21,50 จุด หรือ1.37%. มูลค่าซื้อขาย 68,972.46 ล้านบาท