Phantom ผู้ให้บริการกระเป๋าคริปโตชื่อดัง เปิดตัวตลาดพยากรณ์ (prediction markets) ให้ผู้ใช้ในสหรัฐที่เข้าเกณฑ์ ผ่านการเชื่อมต่อกับ Kalshi ผู้ใช้เทรดสัญญาเหตุการณ์ได้ในแอปเดียว ตั้งแต่ราคาคริปโต ผลกีฬา ไปจนถึงเหตุการณ์ในโลกจริง ไฮไลต์คือสัญญาราคาบิทคอยน์ระยะสั้นที่ชำระผลทุก 15 นาที ใช้ยอดคงเหลือ stablecoin ของ Phantom เป็นเงินทุน การเปิดตัวเกิดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิกฎหมายที่ร้อนขึ้นทุกวัน เมื่อคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐ (CFTC) เพิ่งฟ้องรัฐยูทาห์เมื่อวันจันทร์ หลังรัฐตั้งข้อสงสัยว่าสัญญาของ Kalshi ขัดกฎหมายการพนัน
Phantom ประกาศบริการนี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเป็นสัญญาเหตุการณ์ภายใต้การกำกับของ CFTC ผู้ใช้ชำระผ่านยอดคงเหลือ Phantom Cash ซึ่งอยู่ในรูป stablecoin CASH ส่วน Kalshi รับหน้าที่ยืนยันตัวตนลูกค้า ดูแลบัญชี และส่งคำสั่งซื้อขายเอง Phantom ทำหน้าที่เป็นประตูทางเข้าผ่านแท็บ Predict ใหม่ในแอป ซึ่งแสดงข้อมูลตลาดสด ผลกีฬา และบทสนทนาเกี่ยวกับตลาดก่อนวางเดิมพัน หน้าตาการซื้อขายคล้ายการสลับโทเคนที่ผู้ใช้กระเป๋าคริปโตคุ้นเคยอยู่แล้ว
ใบเบิกทางสำคัญคือหนังสือผ่อนผัน (no-action relief) ที่ CFTC ออกให้ Phantom เมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งอนุญาตให้เชื่อมผู้ใช้เข้าสู่ตลาดที่มีการกำกับโดยไม่ต้องจดทะเบียนเป็นนายหน้าแนะนำ ภายใต้เงื่อนไขบางประการ อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพราะความพร้อมขึ้นอยู่กับรัฐและประเภทตลาด
จุดที่ทำให้ชุมชนคริปโตสนใจคือเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ คือการเปลี่ยนสถานะกระเป๋าคริปโตจากที่เก็บสินทรัพย์ให้กลายเป็นหน้าจอซื้อขายเหตุการณ์ เมื่อสัญญาราคาบิทคอยน์วนรอบทุก 15 นาที เส้นแบ่งระหว่างการลงทุนกับการเก็งกำไรระยะสั้นจึงบางลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ใช้ที่เคยเปิดแอปเพื่อโอนเหรียญ ตอนนี้ต้องเผชิญปุ่มเดิมพันที่อยู่ห่างจากหน้าหลักเพียงหนึ่งแท็บ
ด้านสนามกฎหมาย สถานการณ์ยังไม่นิ่ง CFTC ฟ้องรัฐยูทาห์เมื่อวันจันทร์ หลังรัฐใช้กฎหมายการพนันท้าทายสัญญาเหตุการณ์ของ Kalshi คดีนี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายคดีที่ศาลต้องตัดสินว่ากฎหมายตราสารอนุพันธ์ระดับรัฐบาลกลางอยู่เหนือกฎหมายการพนันของแต่ละรัฐหรือไม่ คำตอบจะกำหนดว่าตลาดพยากรณ์ทั้งอุตสาหกรรมอยู่ในมือหน่วยงานใดกันแน่
แต่กระนั้นความไม่แน่นอนทางกฎหมายยังไม่ฉุดการเติบโต ข้อมูลของ DeFi Rate ระบุว่า Kalshi มีปริมาณสัญญาที่เกี่ยวกับคริปโตสูงถึง 10,800 ล้านดอลลาร์ในช่วง 30 วันสิ้นสุดวันที่ 27 ตุลาคม เพิ่มขึ้น 19.6% จากช่วงก่อนหน้า ตัวเลขนี้บอกว่าอุปสงค์ไม่ได้รอคำตัดสินของศาล และผู้ให้บริการกระเป๋าอย่าง Phantom ก็มองเห็นฐานผู้ใช้ที่พร้อมอยู่แล้ว
สำหรับไทยและอาเซียน บริการนี้เปิดเฉพาะผู้ใช้สหรัฐที่เข้าเกณฑ์ ผู้ใช้ไทยจึงยังเข้าถึงไม่ได้ แต่สัญญาณที่ควรอ่านคือทิศทางของผู้ให้บริการกระเป๋า ซึ่งกำลังต่อยอดจากการเก็บและสลับโทเคนไปสู่แอปรวมบริการการเงิน หากโมเดลนี้ผ่านบททดสอบทางกฎหมายในสหรัฐ แรงกดดันก็จะย้ายมาที่หน่วยงานกำกับในภูมิภาค ซึ่งต้องตอบให้ได้ว่าสัญญาเหตุการณ์คือตราสารทางการเงินหรือการพนัน โดยเฉพาะในไทยที่กฎหมายการพนันเข้มงวด และ ก.ล.ต. กำลังวางกรอบสินทรัพย์ดิจิทัลไปพร้อมกัน
สิ่งที่ต้องจับตาต่อมีสองประเด็นสำคัญ ประเด็นแรกคือผลคดี CFTC กับยูทาห์ ซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานว่ารัฐมีอำนาจสกัดสัญญาเหตุการณ์ได้เพียงใด ประเด็นที่สองคือว่า Phantom จะขยายบริการไปครอบคลุมรัฐและตลาดประเภทใหม่ได้เร็วแค่ไหน เพราะนั่นจะบอกว่าตลาดพยากรณ์ในกระเป๋าคริปโตเป็นผลิตภัณฑ์กระแสหลักหรือเป็นเพียงสินค้าทดลองที่เปิดได้บางรัฐเท่านั้น