สมาคมวิศวกรรมยานยนต์จีนเผย 10 เทคโนโลยีที่น่าจับตาในปี 2027 ครอบคลุมตั้งแต่แบตเตอรี่โซลิดสเตต ชิปรถยนต์ ระบบควบคุมตัวรถ ไปจนถึง AI ภายในห้องโดยสาร โดยบางเทคโนโลยีเริ่มเข้าใกล้การผลิตจริง ขณะที่บางส่วนยังอยู่ในขั้นทดลอง
รายงานดังกล่าวเปิดตัวเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ภายในงาน SAECCE 2026 ที่เมืองซูโจว โดยพิจารณาจากเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มเกิดความก้าวหน้าครั้งสำคัญ เริ่มเข้าสู่การผลิต หรือมีการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปีหน้า
แบตเตอรี่และชิปรถยนต์
- แบตเตอรี่โซลิดสเตต 400 Wh/kg จะเข้าสู่การผลิตระดับทดลองหรือ Pilot Production พร้อมเริ่มทดสอบร่วมกับรถยนต์จริง จุดเด่นคือมีความหนาแน่นพลังงานและความปลอดภัยสูงขึ้น แต่ยังไม่ใช่การผลิตจำนวนมากเพื่อจำหน่ายให้ผู้บริโภคในปี 2027
- ชิป RISC-V สำหรับรถยนต์ จะเริ่มเข้าสู่การผลิตจำนวนมาก โดยเฉพาะไมโครคอนโทรลเลอร์หรือ MCU ระดับความปลอดภัย ASIL-D สำหรับควบคุมระบบสำคัญ เช่น ระบบขับเคลื่อน เบรก และแชสซี
ระบบควบคุมรถและการส่งไฟกลับโครงข่าย
- ระบบควบคุมการเคลื่อนที่แบบรวมศูนย์ จะเริ่มแพร่หลายจากรถระดับเรือธงไปยังรถหลายระดับราคามากขึ้น ระบบนี้ทำหน้าที่ประสานการทำงานของมอเตอร์ เบรก พวงมาลัย และช่วงล่าง เพื่อเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่และรองรับระบบช่วยขับขั้นสูง
- เทคโนโลยี V2G จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้พลังงาน แต่สามารถส่งไฟจากแบตเตอรี่กลับเข้าสู่โครงข่ายในช่วงที่มีความต้องการสูง โดยจีนคาดว่ากำลังไฟฟ้าที่สามารถจ่ายกลับได้ในแต่ละวันจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับล้านกิโลวัตต์
ตัวถังน้ำหนักเบาและการพิมพ์โลหะ 3 มิติ
- ตัวถังแมกนีเซียมขึ้นรูปชิ้นใหญ่ จะเริ่มใช้งานในรถบางรุ่นแบบจำกัด เทคโนโลยีนี้ช่วยรวมชิ้นส่วนหลายชิ้นเข้าด้วยกัน ลดขั้นตอนการประกอบ และลดน้ำหนักเมื่อเทียบกับวัสดุแบบเดิม
- การพิมพ์โลหะ 3 มิติ จะพัฒนาขึ้นทั้งด้านวัสดุ การออกแบบ และความเร็วในการผลิต เหมาะกับชิ้นส่วนรูปทรงซับซ้อนหรือรถที่ผลิตจำนวนไม่มาก แต่ต้นทุนยังสูงและต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะขยายไปสู่รถระดับกลางในวงกว้าง
รถบรรทุกขับอัตโนมัติและมอเตอร์ติดตั้งในล้อ
- รถบรรทุกขับอัตโนมัติแบบขบวน จะเข้าสู่การทดลองเดินรถระดับประมาณ 1,000 คัน ช่วยให้รถหลายคันเดินทางร่วมกันอย่างเป็นระบบ เหมาะกับงานขนส่งระยะไกลและเส้นทางที่กำหนดไว้ชัดเจน
- มอเตอร์ติดตั้งภายในล้อ จะเร่งเข้าสู่การทดสอบเชิงวิศวกรรม เทคโนโลยีนี้เปิดทางให้แต่ละล้อควบคุมแรงบิดได้อย่างอิสระ พร้อมเพิ่มพื้นที่ภายในตัวรถ แต่ยังต้องแก้ปัญหาเรื่องน้ำหนัก ความทนทาน และการป้องกันน้ำก่อนผลิตจำนวนมาก
AI ภายในรถและระบบช่วยขับเชื่อมต่อโครงข่าย
- AI ภายในห้องโดยสารขนาด 14B หรือประมาณ 14,000 ล้านพารามิเตอร์ จะเริ่มติดตั้งในรถรุ่นผลิตจริง ช่วยให้ระบบเข้าใจคำสั่งซับซ้อน สนทนาต่อเนื่อง และทำงานภายในรถได้มากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งระบบคลาวด์ตลอดเวลา
- ระบบช่วยขับแบบเชื่อมต่อรถ–ถนน–คลาวด์ จะเปลี่ยนจากการทดลองไปสู่การติดตั้งจากโรงงานในรถล็อตแรก โดยนำข้อมูลจากตัวรถ อุปกรณ์ริมถนน และระบบคลาวด์มาทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยตรวจจับอันตรายและบริหารการจราจรได้แม่นยำขึ้น
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีทั้ง 10 รายการไม่ได้หมายความว่าจะพร้อมใช้งานอย่างแพร่หลายในปี 2027 ทั้งหมด โดยแบตเตอรี่โซลิดสเตต มอเตอร์ติดตั้งในล้อ และรถบรรทุกขับอัตโนมัติยังเน้นการทดลอง ส่วนชิป RISC-V ตัวถังแมกนีเซียม AI ภายในรถ และระบบช่วยขับแบบเชื่อมต่อจะเริ่มจากรถบางรุ่นหรือการผลิตล็อตเล็กก่อน
ที่มา: CarNewsChina