“คมนาคม”สั่งตรวจสอบรันเวย์ “สุวรรณภูมิ”หลัง เกิดเหตุล้อเครื่องบิน “ไชน่าแอร์ไลน์”ติดหล่ม กระทบ 4 เที่ยวบิน ทอท.เร่งประเมินสภาพ ยังไม่สรุปสาเหตุ เนื่องจากมีหลายปัจจัยทางวิศวกรรม รวมถึงสภาพพื้นที่หลังเกิดน้ำท่วม
จากกรณี สายการบินไชน่าแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ CAL840 แบบ B738 เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปยังท่าอากาศยานเกาสง ประเทศไต้หวัน เครื่องบินประสบเหตุล้อหลักจมติดพื้นผิวบริเวณหัวทางวิ่ง 02R ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะเตรียมขึ้นบิน เมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 28 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้เครื่องบินไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อได้
รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศเขตสนามบินกรุงเทพ (ศก.) รายงานว่า สายการบินไชน่าแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ CAL840 ของเส้นทาง”สุวรรณภูมิ - เกาสง”เป็นอากาศยานแบบ B738 ขณะเข้าตั้งตัวโดยใช้ทางขับ E21 ขณะอยู่บนทางวิ่ง 02R ได้ประสบเหตุล้อติดหล่ม เนื่องจากพื้นผิวชำรุด (Soft Surface) จนเครื่องบินไม่สามารถขับเคลื่อนต่อได้
และเป็นเหตุให้เครื่องบินที่ขับเคลื่อนตามมาอีก 4 เที่ยวบิน ติดอยู่บนทางขับด้วย ไม่สามารถขับเคลื่อนไปวิ่งขึ้นต่อได้ ต้องใช้รถดันถอยหลังออกมาทีละลำ เพื่อเปลี่ยนไปใช้ทางขับ (Taxiway) อื่นในการขับเคลื่อนไปวิ่งขึ้นทางวิ่ง 02L แทน จึงเกิดการล่าช้าของเที่ยวบินทั้งหมดรวม 5 เที่ยวบิน และล่าช้าประมาณ 2 ชั่วโมง ประกอบด้วย
1. สายการบินไทยเวียตเจ็ต เที่ยวบิน TVJ2308 แบบ B738 เดินทางไปสนามบินภูเก็ต
2. สายการบินไทย เที่ยวบิน THA349 แบบ A359 เดินทางไปสนามบินอิสลามาบัด
3. สายการบิน China Southern Airlines เที่ยวบิน CSN364 แบบ A21N เดินทางไปสนามบินกวางโจว
4. สายการบินไทย THA317 แบบ B772 เดินทางไปสนามบิน ฉัตรปตี ศิวาจี มหาราช เมืองบุมไบ
ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเหตุดังกล่าวเวลาประมาณ 3 ทุ่ม ของวันที่ 28 ต.ค. 2569 โดยมีสายการบินได้รับผลกระทบจากความล่าช้า4- 5 สายการบิน
โดยเที่ยวบินสุดท้ายที่ได้รับผลกระทบสามารถดำเนินการลำเลียงหรือจัดการเที่ยวบินได้เรียบร้อยแล้ว ขณะที่สำนักงานการบินแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ได้ประสานงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) เพื่อจัดสรรเที่ยวบินและปรับเปลี่ยนการใช้รันเวย์ให้เหมาะสม
ล่าสุดยังไม่มีรายงานความล่าช้าเพิ่มเติมจากกรณีดังกล่าว และทอท. ได้ดำเนินการซ่อมแซมรันเวย์ในเบื้องต้นเป็นการชั่วคราวแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ทางทอท. เร่งประชุมหารือถึง ปัญหาความแข็งแรงพื้นผิว Runway โดย จะต้องดำเนินการประเมินเพื่อพิจารณาปรับปรุงหรือซ่อมแซมรันเวย์ครั้งใหญ่ต่อไป โดยต้องรอผลการตรวจสอบทางเทคนิคเพื่อกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานและวางแผนไม่ให้กระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารมากที่สุด
สำหรับสาเหตุที่ทำให้รันเวย์ชำรุด นายสิริพงศ์ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังประชุมและตรวจสอบรายละเอียด จึงยังไม่ควรคาดเดาว่าเกิดจากการบำรุงรักษาที่ไม่เพียงพอหรือสาเหตุใดโดยเฉพาะ เนื่องจากอาจมีปัจจัยทางวิศวกรรมหลายประการ รวมถึงสภาพพื้นที่หลังเกิดน้ำท่วม
ซึ่งต้องรอผลการประเมินอย่างเป็นทางการก่อน เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแล้วเสร็จ จะมีการแจ้งสาเหตุและแนวทางป้องกันในภาพรวมให้ทราบต่อไป