ตำรวจกรุงโซลแจ้งข้อหาเจ้าของรถ Tesla จำนวน 80 ราย หลังพบการใช้อุปกรณ์ดัดแปลงเพื่อเปิดระบบ Full Self-Driving ในรถที่ยังไม่ได้รับอนุญาต พร้อมยึดอุปกรณ์ได้ 21 ชิ้น
นำเข้าและผลิตอุปกรณ์ปลดล็อกเอง
ผู้ถูกกล่าวหาบางรายนำเข้าอุปกรณ์ปลดล็อกจากยุโรปและจีน ขณะที่พนักงานด้านไอทีรายหนึ่งผลิตอุปกรณ์ขึ้นเองโดยอาศัยข้อมูลจาก GitHub อุปกรณ์จะเชื่อมต่อกับระบบ CAN Bus ซึ่งเป็นเครือข่ายสื่อสารระหว่างชุดควบคุมภายในรถ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดด้านภูมิภาคและบังคับเปิดซอฟต์แวร์ FSD โดยไม่ได้เพิ่มฮาร์ดแวร์ช่วยขับใหม่
ตำรวจยังพบการแลกเปลี่ยนวิธีปลดล็อกผ่านชุมชนออนไลน์ รวมถึงคำแนะนำเพื่อป้องกันไม่ให้รถบันทึกข้อมูลว่ามีการเปิดระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
Model 3 และ Model Y ยังไม่ได้รับอนุญาต
ปัจจุบันเกาหลีใต้อนุญาตให้ใช้ FSD เฉพาะรถ Tesla ที่ผลิตในสหรัฐฯ ได้แก่ Model S, Model X และ Cybertruck ซึ่งได้รับข้อยกเว้นด้านการรับรองความปลอดภัยตามข้อตกลงการค้าเสรีเกาหลีใต้–สหรัฐฯ
ส่วน Model 3 และ Model Y ที่นำเข้าจากโรงงานเซี่ยงไฮ้ยังไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของเกาหลีใต้ จากรถ Tesla ที่จดทะเบียนทั้งหมด 229,311 คัน มีเพียง 47,458 คัน หรือ 20.7% ที่สามารถใช้ FSD ได้อย่างถูกกฎหมาย
เสี่ยงทำให้ระบบทำงานผิดพลาด
ตำรวจเกาหลีใต้ระบุว่าอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจทำให้ FSD ตรวจจับสภาพการขับขี่ผิดพลาด หรือควบคุมรถไม่ตรงกับความต้องการของผู้ขับขี่
กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และคมนาคมของเกาหลีใต้ส่งเรื่องให้ตำรวจสอบสวนตั้งแต่เดือนเมษายน หลังตรวจพบสัญญาณการเปิดใช้ FSD โดยไม่ได้รับอนุญาต
หากศาลตัดสินว่ามีความผิด ผู้ใช้อุปกรณ์อาจถูกจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20 ล้านวอน หรือประมาณ 470,000 บาท
FSD ยังเป็นระบบช่วยขับ Level 2
แม้ชื่อ Full Self-Driving จะสื่อถึงการขับอัตโนมัติ แต่ FSD (Supervised) ยังจัดเป็นระบบช่วยขับขี่ Level 2 ผู้ขับขี่ต้องติดตามสถานการณ์และพร้อมเข้าควบคุมรถตลอดเวลา
Tesla ระบุว่าระบบนี้ไม่ได้ทำให้รถกลายเป็นรถไร้คนขับ ส่วนการเปิดใช้งานขึ้นอยู่กับรุ่นรถ ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของแต่ละประเทศ
ที่มา: Korea JoongAng Daily, Electrek