xs
xsm
sm
md
lg

TBN จับมือ JurisTech นำ AI พลิกโฉมสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



" ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น "ลงนาม MOU กับ ” Juris Technologies “เดินหน้าพัฒนาโซลูชันสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร ผสานเทคโนโลยี AI เชื่อมโยงกระบวนการตั้งแต่การขอสินเชื่อครบวงจร มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน พร้อมยกระดับการประเมินสินเชื่อและรองรับข้อกำกับดูแลที่เข้มงวด เร่งฟื้นผลงานและล้างขาดทุนปี 70

นายปนายุ ศิริกระจ่างศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TBN ผู้นำด้าน Intelligent Digital Platform เปิดเผยว่า TBN จับมือ Juris Technologies ผู้ให้บริการเทคโนโลยีสินเชื่อชั้นนำจากเอเชีย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เดินหน้าพัฒนาโซลูชันสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร ผสานเทคโนโลยี AI เชื่อมโยงกระบวนการตั้งแต่การขอสินเชื่อ การวิเคราะห์และอนุมัติ ไปจนถึงการบริหารและติดตามหนี้ ภายใต้แนวคิด “One Connected Lending Lifecycle” มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนและความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน พร้อมยกระดับการประเมินสินเชื่อและรองรับข้อกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของตลาดสินเชื่อไทย

โดย TBN ได้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่จากการเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีมาสู่การเป็น Business Solution Provider เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการดำเนินโครงการและขับเคลื่อนธุรกิจแบบครบวงจรผ่านแนวคิด Connected Lendingความร่วมมือกับพันธมิตรในครั้งนี้ช่วยเสริมศักยภาพให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทั้งในรูปแบบการซื้อระบบสำเร็จรูปและการพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อรองรับตลาดกลุ่ม non-bank และลูกค้ารายย่อย

“ที่ JurisTech เราเชื่อว่าอนาคตของธุรกิจสินเชื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับ AI เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์ตลอดวงจรสินเชื่อ ตั้งแต่การหาลูกค้าและเริ่มต้นขอสินเชื่อ การวิเคราะห์และตัดสินใจ ไปจนถึงการบริหารสินเชื่อและติดตามหนี้ ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดการเงินที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในภูมิภาค ความร่วมมือกับ TBN ทำให้เราได้นำความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อและเทคโนโลยี 360° AI Lending Technology ที่ได้รับการพิสูจน์จากการใช้งานจริงของ JurisTech มาผสานกับความแข็งแกร่งของ TBN ทั้งด้านการดำเนินงานในประเทศไทย ความสามารถด้านเทคโนโลยี และความเข้าใจตลาดไทย เราต้องการช่วยให้ธนาคารและสถาบันการเงินก้าวจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในแต่ละส่วน ไปสู่ระบบสินเชื่อที่เชื่อมโยงและทำงานร่วมกันอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า” Ms. See Wai Hun, Chief Executive Officer, JurisTech กล่าว
โดย หลังจากการร่วมมือกัน TBN จะให้บริการสินเชื่อทั้งกลุ่มธนาคารและ non-bank ซึ่งจะเน้นกลุ่ม Non-bank ก่อน เพราะเชื่อว่ามีบทบาทเพิ่มขึ้นในตลาดสินเชื่อไทย ขณะที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของกฎเกณฑ์และข้อกำกับดูแลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งมีบทบาทในการให้สินเชื่อแก่ผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็ก

“ กลุ่มนี้ต้องบริหารทุกอย่าง ตั้งแต่การประเมินลูกค้าที่มีข้อมูลเครดิตจำกัด ต้นทุนการดำเนินงาน ความรวดเร็วในการให้บริการ เป็นต้น ซึ่งเราจนำ AI และระบบสินเชื่อแบบครบวงจรเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินลูกค้า ลดภาระงานซ้ำซ้อน และยกระดับการบริหารกระบวนการสินเชื่ออย่างเป็นระบบ พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในอนาคต “นนายปนายุกล่าว

ทั้งนึั การร่วมมือกันครั้งนีั จะเป็นการใช้ โซลูชันซอฟต์แวร์แบบครบวงจร (End – to – End Solution) ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการการขอสินเชื่อ การวิเคราะห์และอนุมัติ ไปจนถึงการบริหารจัดการและติดตามหนี้ ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย Non-bank ทั้ง สินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ และสินเชื่อธุรกิจ หรือ SME

อย่างไรก็ดี TBN ได้เริ่มเจรจากับทางกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย หรือ Non-Bank licenses ไปบ้างแล้ว ซึ่งในภาพรวมตลาดสินเชื่อดังกล่าว พบว่ามีจำนวนราว 3,600 ราย โดย TBN คาดจะให้บริการฯ  1,000 ราย  และยังมีโอกาสเติบโต ตามการขยายตัวเพิ่มเติม จากผู้ประกอบการรายใหม่ 

โดย TBN มองว่าตลาดโซลูชันสินเชื่อครบวงจรในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโต เนื่องจากผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่สามารถรองรับกระบวนการสินเชื่อได้อย่างครอบคลุมยังมีจำนวนจำกัด บริษัทจึงมุ่งนำเสนอเทคโนโลยีที่มีฟังก์ชันการทำงานครบถ้วนและมีขีดความสามารถใกล้เคียงกับโซลูชันชั้นนำในตลาด ควบคู่กับโครงสร้างราคาที่เหมาะสมกับความต้องการ
นายปนายุกล่าวถึงการรับรู้รายได้ TBN คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาไตรมาส 2 ปี 70 และจะค่อยๆ เติบโตขี้นตามลำดับ โดย TBN จะเป็นผู้รับผิดชอบการติดตั้งและส่งมอบระบบให้ลูกค้า ขณะที่ Juris Technologies จะสนับสนุนด้านเทคนิคในระดับ Tier-2 Support รวมถึงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี (R&D)

“แม้ปีนี้จะเป็นปีที่ยากลำบากและบริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน แต่ผู้บริหารเชื่อมั่นว่ามาตรการปรับโครงสร้างและการควบคุมต้นทุนจะช่วยให้ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปได้ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญและฟื้นตัวได้ดีขึ้นในปี 70 ” นายปนายุกล่าว