ข่าวดี! กบน.ปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯลดการชดเชยน้ำมันB20 และE20 ลง ส่งผลให้พรุ่งนี้ (28 ต.ค.)ราคาขายปลีกน้ำมันB20และE20อยู่ที่ลิตรละ33.50บาท ถูกกว่าดีเซล B7และแก๊สโซฮอล์95 ลิตรละ8-10บาท
คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ขอแจ้งผลการประชุมวันที่ 27 ต.ค. 2569 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ ประเภทน้ำมันดีเซล B20 ชดเชยลดลง 2.58 บาทต่อลิตร เป็น 5.86 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกลดลง 3.69 บาท/ลิตร มาอยู่ที่ 33.50 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ชดเชยลดลง 3.75 บาทต่อลิตร เป็น 2.08 บาทต่อลิตร ส่งผลราคาขายปลีกลดลง2.19บาท/ลิตร มาอยู่ที่ 33.50 บาทต่อลิตร ส่วนน้ำมันประเภทอื่นราคาคงเดิม โดยมีผลวันที่ 28 ตุลาคม 2569
ทั้งนี้สืบเนื่องจากครม.มีมติปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20ลง 5.60บาท/ลิตรและB20ลง 5.50บาท/ลิตรเป็นระยะเวลา3เดือน ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทั้งสองชนิดอยู่ที่ 33.50บาทต่อลิตร โดยราคาดีเซล B20 ถูกกว่าดีเซล B7ถึง 10.04บาทต่อลิตรและแก๊สโซฮอล์ E20ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์95ถึง 8.54บาทต่อลิตร ส่วนต่าง 8 – 10บาทต่อลิตร ดึงราคากลับใกล้ระดับก่อนวิกฤต ราคา 33.50 บาทต่อลิตร เป็นระดับที่ใกล้เคียงกับราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ 95
ในช่วงก่อนเกิดวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งเมื่อต้นเดือนมีนาคม2569ราคาดีเซลอยู่ที่ 29.94บาทต่อลิตรและแก๊สโซฮอล์ 95อยู่ที่ 30.55บาทต่อลิตรขณะที่ปัจจุบันราคาดีเซล B7อยู่ที่ 43.54บาทต่อลิตรและแก๊สโซฮอล์ 95อยู่ที่ 42.04บาทต่อลิตรกล่าวคือผู้ใช้รถที่หันมาเติม B20หรือ E20จะรับภาระราคาที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤตเพียงราว 3 – 3.6บาทต่อลิตรจากเดิมที่ต้องรับภาระเพิ่มขึ้นราว 11.5 – 13.6บาทต่อลิตรหรือแบกภาระน้อยลงประมาณสามในสี่ตัวอย่าง เช่นรถกระบะที่เติม B20เต็มถัง 70ลิตรจะประหยัดได้กว่า 700บาทต่อถังและรถยนต์นั่งที่เติม E20เต็มถัง45ลิตรจะประหยัดได้ราว 380บาทต่อถังเมื่อเทียบกับการเติมดีเซล B7และแก๊สโซฮอล์ 95
อีกเด้งคือทุกลิตรที่เติมคือรายได้ของเกษตรกรไทยน้ำมันดีเซล B20มีส่วนผสมของไบโอดีเซล (B100)ที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มดิบถึงร้อยละ 20หรือมากกว่าดีเซล B7เกือบ 3เท่าต่อลิตรขณะที่แก๊สโซฮอล์E20มีส่วนผสมของเอทานอลร้อยละ 20ซึ่งผลิตจากอ้อย (กากน้ำตาล)และมันสำปะหลังมากกว่าแก๊สโซฮอล์ E10ถึง 2เท่าต่อลิตรดังนั้นยิ่งประชาชนหันมาใช้ B20และ E20มากเท่าไรความต้องการผลผลิตปาล์มน้ำมันอ้อยและมันสำปะหลังภายในประเทศก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นแรงหนุนราคาผลผลิตให้แก่เกษตรกรไทยโดยตรงอีกทั้งยังช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศทำให้เงินหมุนเวียนกลับสู่เศรษฐกิจฐานรากแทนการไหลออกนอกประเทศและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวตามนโยบายของรัฐบาล
สำหรับรายละเอียดการปรับอัตราเงินกองทุนฯกบน.ปรับลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซล B20ลง 2.58บาทต่อลิตรเหลือ 5.86บาทต่อลิตรและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20ลดลง 3.75บาทต่อลิตรเหลือ 2.08บาทต่อลิตรควบคู่กับมติครม.ที่ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20ลง 5.6420บาทต่อลิตรจากเดิม 6.0000บาทต่อลิตรเหลือ 0.3580บาทต่อลิตรและน้ำมันไบโอดีเซล B20ลง 5.5220บาทต่อลิตรจากเดิม 5.9530บาทต่อลิตรเหลือ 0.4310บาทต่อลิตรส่งผลให้ราคาขายปลีก B20ลดลง 3.69บาทต่อลิตร (จาก 37.19บาท)และ E20ลดลง 2.19บาทต่อลิตร (จาก 35.69บาท)โดยส่วนต่างที่เหลือช่วยลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงที่ราคาตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้กบน.ยังคงตรึงราคาขายปลีกน้ำมันประเภทอื่นไว้ที่ระดับเดิมแม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงผันผวนและอยู่ในระดับสูงโดยในวันที่ 27ตุลาคม 2569ราคาน้ำมันดีเซลตลาดสิงคโปร์อยู่ที่ระดับประมาณ180เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลและน้ำมันเบนซินอยู่ที่ระดับประมาณ 143เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระชดเชยประมาณวันละ 287.11ล้านบาท
มาตรการนี้มุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและลดต้นทุนภาคการผลิตโดยเฉพาะภาคขนส่งอุตสาหกรรมประมงและเกษตรกรรมทั้งนี้ขอให้ผู้ใช้รถตรวจสอบคู่มือรถหรือสอบถามศูนย์บริการว่ารถยนต์รองรับน้ำมัน B20หรือ E20ก่อนเติมเพื่อความปลอดภัยของเครื่องยนต์