บทความโดย คุณ วราวุธ เบญจาพุทธารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
ทองคำกำลังเผชิญบททดสอบสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2569 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เฟดภายใต้การนำของ เควิน วอร์ช กลับมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ท่ามกลางราคาทองคำที่เพิ่งหลุดระดับ 4,000 ดอลลาร์ ก่อนเริ่มฟื้นตัว คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงใครจะชนะศึกนโยบาย แต่คือทองคำจะสามารถรักษาฐานราคาและกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นได้หรือไม่
• Fiscal Policy ปะทะ Monetary Policy
ในทางเศรษฐศาสตร์ รัฐบาลสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลัง ขณะที่เฟดใช้อัตราดอกเบี้ยเพื่อดูแลเงินเฟ้อและการจ้างงาน
หากนโยบายการคลังสนับสนุนอุปสงค์ในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีแรงกดดันด้านราคา เฟดอาจต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดนานขึ้นเพื่อรักษาเสถียรภาพราคา
ขณะเดียวกัน มาตรการภาษีนำเข้าและความเสี่ยงด้านพลังงานอาจเพิ่มต้นทุนสินค้า ทำให้เกิดเงินเฟ้อจากต้นทุน หรือ Cost-Push Inflation ซึ่งเป็นโจทย์ที่ซับซ้อน เพราะการขึ้นดอกเบี้ยอาจช่วยชะลออุปสงค์ แต่ไม่สามารถเพิ่มอุปทานพลังงานหรือแก้ปัญหาห่วงโซ่อุปทานได้โดยตรง
ผลลัพธ์ คือ ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่เงินเฟ้อยังคงสูง หรือภาวะ Stagflation ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่สร้างความท้าทายต่อตลาดการเงิน
• ทองคำได้ประโยชน์หรือถูกกดดัน?
ทองคำมีความสัมพันธ์กับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง หรือ Real Yield ซึ่งสะท้อนผลตอบแทนหลังคำนึงถึงเงินเฟ้อ
หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยจน Real Yield ปรับสูงขึ้น ทองคำอาจถูกกดดัน เพราะนักลงทุนมีต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
แต่หากตลาดเริ่มกังวลว่าภาระหนี้ การขาดดุล และความไม่แน่นอนทางนโยบายจะกระทบความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ ทองคำอาจได้รับความสนใจในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง
จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า “เงินเฟ้อสูง” จะทำให้ทองคำปรับขึ้นเสมอ เพราะต้องพิจารณาว่าเงินเฟ้อส่งผลต่อ Real Yield และดอลลาร์อย่างไรด้วย
• มุมมองทองคำปลายปี 2569 และต้นปี 2570
ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินว่า การปรับฐานของทองคำลงมาใกล้ 4,000 ดอลลาร์ ทำให้ตลาดเข้าสู่ช่วงประเมินสมดุลใหม่ระหว่างความเสี่ยงเงินเฟ้อกับความคาดหวังด้านดอกเบี้ย
ในเชิงเทคนิค แนวรับสำคัญอยู่บริเวณ 3,975–4,000 ดอลลาร์ และ 3,940 ดอลลาร์ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 4,100–4,150 ดอลลาร์ และ 4,200–4,250 ดอลลาร์
หากราคาสามารถกลับขึ้นเหนือ 4,250 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง จะช่วยเพิ่มน้ำหนักต่อการฟื้นตัวในระยะกลาง แต่หากหลุดต่ำกว่า 3,940 ดอลลาร์ ความเสี่ยงของการปรับฐานต่อจะเพิ่มขึ้น
สำหรับต้นปี 2570 ตลาดควรจับตาว่าเงินเฟ้อจะชะลอลงมากพอให้เฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ หากเงินเฟ้อคลายตัวพร้อมกับ Bond Yield และดอลลาร์ลดลง จะเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อทองคำ แต่หากเงินเฟ้อยังสูงและเฟดต้องเข้มงวดต่อ ราคาทองอาจยังเผชิญแรงกดดัน
ดังนั้น ตัวแปรชี้ทิศทองคำอาจไม่ใช่เพียงคำประกาศของทรัมป์หรือการตัดสินใจของเฟด แต่คือความสัมพันธ์ระหว่างเงินเฟ้อ Real Yield และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ
เมื่อความเสี่ยงของตลาดทำให้พอร์ตต้องรับมือให้ทัน การมีเครื่องมือที่รับมือได้ทั้งสองทิศทางจึงมีประโยชน์มากขึ้น Gold Futures และ Mini Gold Online Futures สามารถใช้ทั้งเก็งจังหวะตามแนวโน้ม และ Hedge ความเสี่ยงของพอร์ตทองในช่วงที่ข่าวสำคัญทำให้ราคาผันผวน และ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส เป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงตลาด TFEX พร้อมข้อมูลและมุมมองตลาดทองจากทีมที่มีประสบการณ์ สอบถาม 02 112 2222 กด 6
บทความโดย คุณ วราวุธ เบญจาพุทธารักษ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ผู้จัดการ ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ และพ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า บจ. ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1
ผู้วางแผนการลงทุน