ผู้จัดการรายวัน -Monster Comeback! จาก Ice Monster สู่ MONSTER LAB “หนุ่ม กรรชัย” ผนึก 88TH เปิดศึกตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง 6.24 หมื่นล้านบาท ลงทุนตั้งบริษัททุนจดทะเบียนสูงสุด 50 ล้านบาท ปูพอร์ตอาหาร–ขนม–ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์ราว 50 SKU ตั้งเป้ารายได้ปี 2570 แตะระดับหลายร้อยล้านบาท
“Monster Comeback” กลับมาเป็นประเด็นให้จับตาอีกครั้ง เมื่อ “หนุ่ม–กรรชัย กำเนิดพลอย” สวมบทบาทพาร์ทเนอร์ใน MONSTER LAB แบรนด์อาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัขและแมว และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 นี้ ภายใต้แนวคิด “NEVER BORING. สนุกแบบสัตว์ๆ” หลังชื่อ Monster เคยผูกพันกับธุรกิจน้ำแข็งไส Ice Monster ซึ่งหนุ่ม กรรชัย นำเข้ามาทำตลาดไทยตั้งแต่ปี 2549 และเคยกล่าวถึงการนำกลับมาอยู่บ่อยครั้ง การเปิดตัวครั้งนี้จึงเป็นอีกบทของชื่อ Monster ในธุรกิจรูปแบบใหม่ โดยหันมาจับตลาดสัตว์เลี้ยงที่มีมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท พร้อมวางเป้าหมายสร้างรายได้ระดับหลายร้อยล้านบาทในปีแรกที่ดำเนินธุรกิจเต็มปี
ย้อนกลับไปปี 2549 หนุ่ม กรรชัย นำเข้าแฟรนไชส์ Ice Monster จากฟิลิปปินส์ ผ่านบริษัท ไอ ดู ไอซ์ จำกัด เปิดสาขาแรกบริเวณสยามสแควร์ ซอย 11 ก่อนกลายเป็นแบรนด์น้ำแข็งไสเกล็ดหิมะที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้บริโภคในเมือง ต่อมาในเดือนมิถุนายน 2565 เจ้าตัวพูดถึง Ice Monster ในรายการโหนกระแส ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้แบรนด์กลับมา ก่อนจะโพสต์คลิปและกล่าวถึงแผนการนำกลับมาอีกครั้งในเดือนสิงหาคม–กันยายน 2566 โดยระบุว่าอยู่ระหว่างวางแผน พูดคุยกับพาร์ทเนอร์ และมีสูตรเดิมอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม การประกาศเปิดตัว MONSTER LAB ในปี 2569 เป็นการเข้าสู่ธุรกิจอาหารและผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง ไม่ใช่การเปิดร้าน Ice Monster ตามรูปแบบเดิม แต่สิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจนคือชื่อ Monster ซึ่งเคยอยู่ในประวัติธุรกิจของหนุ่ม กรรชัย จนกลับมาปรากฏในแบรนด์ใหม่ครั้งนี้
88TH ตั้งบริษัทลูก ทุน 50 ล้านบาท
บริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด จัดตั้งขึ้นภายใต้แผนขยายธุรกิจของบริษัท 88 (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH ซึ่งแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าคณะกรรมการมีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัทย่อย เพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง โดยกำหนดทุนจดทะเบียนไม่เกิน 50 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นแหล่งเงินทุน
ตามเอกสารแจ้งตลาดหลักทรัพย์ โครงสร้างผู้ถือหุ้นเมื่อจัดตั้งบริษัทกำหนดให้ 88TH ถือหุ้น 99.9996% ขณะที่นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ และนายชนพัฒน์ ขาวอุบล ถือหุ้นรายละ 0.0002% สะท้อนว่า MONSTER LAB ถูกวางเป็นธุรกิจใหม่ภายใต้กลุ่มบริษัทจดทะเบียน เพื่อสร้างรายได้และกำไรเพิ่มเติม รวมถึงแยกการบริหารธุรกิจที่มีแนวทางด้านภาษีมูลค่าเพิ่มแตกต่างจากธุรกิจเดิม
สำหรับหนุ่ม กรรชัย มีบทบาทเป็นพาร์ทเนอร์ของ MONSTER LAB แต่ไม่ได้ระบุชื่อเป็นผู้ถือหุ้นโดยตรง
ผนึก Morena Solutions ใช้เทคโนโลยีพัฒนาสินค้าพรีเมียม
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ในวันที่ 4 มิถุนายน 2569 MONSTER LAB ที่ผ่านมา ประกาศความร่วมมือกับ Morena Solutions ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีชีวภาพและนวัตกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง ผ่านบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและการดูแลสัตว์เลี้ยง โดยบริษัทได้รับสิทธิใช้และต่อยอดเทคโนโลยีเชิงพาณิชย์เป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว
เทคโนโลยีที่นำมาใช้ประกอบด้วย GLYCO-SOS Technology ออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงและการดูดซึมสารอาหารผ่านการออกแบบองค์ประกอบระดับนาโน และ NMG Technology ที่มุ่งเน้นการดูแลสมดุลระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดูดซึมสารอาหารและสุขภาพสัตว์เลี้ยง
นางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารบริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ โภชนาการสัตว์เลี้ยง และทีมวิจัยพัฒนา เพื่อสร้างทางเลือกให้เหมาะกับความต้องการของสุนัขและแมวในแต่ละช่วงวัย
โดย MONSTER LAB เตรียมเปิดตัวสินค้าครอบคลุมตั้งแต่อาหารเม็ด 4 ซีรีส์หลัก ได้แก่ POPULAR, PRIVATE, GRAIN FREE และ HOLISTIC โดยมี PRIVATE GLUTEN FREE เป็นกลุ่มสูตรย่อยที่ไม่มีส่วนผสมของกลูเตน เสริมด้วยอาหารเปียกแมว PURRLICIOUS ขนมแมวเลีย PURRLICK ขนมสุนัข BOK BOOM และผลิตภัณฑ์ดูแลความสะอาด VETWASH
สำหรับแผนผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมอาหารเม็ด อาหารเปียก ขนมสุนัข ขนมขัดฟัน ขนมแมวเลีย และผลิตภัณฑ์ดูแลความสะอาดหรือบำรุงขน วางระดับสินค้าให้ครอบคลุมตั้งแต่ Standard, Premium ไปจนถึง Super Premium เพื่อรองรับผู้เลี้ยงสัตว์ที่มีงบประมาณและความต้องการแตกต่างกัน
อีกหนึ่งกลยุทธ์ คือ การสร้างเอกลักษณ์ผ่าน “แก๊งมอนสเตอร์ 13 แสบ” ประกอบด้วยสุนัข 6 ตัว และแมว 7 ตัว ซึ่งแต่ละตัวมีบุคลิกต่างกัน นำไปต่อยอดเป็นคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงในชีวิตประจำวัน พร้อมข้อความสื่อสาร “หมาไม่แดก แมวไม่แดก ต้อง MONSTER LAB!” เพื่อสร้างการจดจำผ่านอารมณ์ขันและปัญหาที่ผู้เลี้ยงสัตว์คุ้นเคย
ตั้งเป้ารายได้หลายร้อยล้านบาท รับตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโต 16.5%
ข้อมูลจาก ttb analytics ประเมินว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไทยในปี 2568 มีมูลค่าประมาณ 62,410 ล้านบาท เติบโต 16.5% จากปีก่อน และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีในช่วงปี 2562–2568 อยู่ที่ 20.5% ขณะที่ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยรวมทุกหมวด ทั้งอาหาร การรักษาสุขภาพ อุปกรณ์ และบริการ มีมูลค่าประมาณ 91,730 ล้านบาทในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 101,000 ล้านบาทในปี 2569
แรงหนุนสำคัญมาจากแนวโน้ม Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับโภชนาการ คุณภาพวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง และการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดย ttb analytics ประเมินว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับการเลี้ยงสัตว์แบบสมาชิกในครอบครัวอยู่ที่ประมาณ 50,500 บาทต่อตัวต่อปี สูงกว่าการเลี้ยงแบบดั้งเดิมที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 7,910 บาทต่อตัวต่อปี
การเปิดตัว MONSTER LAB จึงเป็นมากกว่าการเพิ่มแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงอีกหนึ่งราย แต่เป็นการสร้างธุรกิจใหม่ภายใต้กลุ่ม 88TH ที่วางเป้าหมายเติบโตในตลาดซึ่งมีการแข่งขันทั้งด้านราคา คุณภาพ และนวัตกรรม โดย MONSTER LAB ตั้งเป้ายอดขายระดับหลายร้อยล้านบาทในปี 2570 ซึ่งเป็นปีแรกที่ดำเนินธุรกิจเต็มปี พร้อมวางแผนผลิตภัณฑ์ราว 50 SKU และขยายช่องทางจำหน่าย ควบคู่กับการสร้างการรับรู้แบรนด์ วางตำแหน่งสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ เพื่อเปลี่ยนกระแสในช่วงเปิดตัวให้กลายเป็นยอดขายและการซื้อซ้ำ
ชื่อของ Monster ซึ่งเคยมีประวัติอยู่กับธุรกิจ Ice Monster วันนี้กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งในบริบทใหม่ จากแบรนด์น้ำแข็งไสในวันนั้น สู่แบรนด์อาหารและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงในวันนี้ ท่ามกลางตลาดที่กำลังเติบโตและการแข่งขันที่เข้มข้น ความท้าทายของ MONSTER LAB จึงไม่ใช่เพียงการสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนความสนใจจากชื่อ Monster ให้กลายเป็นความเชื่อมั่นของผู้เลี้ยงสัตว์ และต่อยอดไปสู่ยอดขายตามเป้าหมายที่วางไว้ได้จริงมากน้อยเพียงใด ต้องติดตามชม!