xs
xsm
sm
md
lg

BCPG คว้ารางวัลนวัตกรรมพลังงานสีเขียวระดับเอเชีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



BCPG รับรางวัลนวัตกรรมพลังงานสีเขียวระดับเอเชีย ชู “ประทุมวันสมาร์ทดิสทริคคูลลิ่ง” ต้นแบบโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอัจฉริยะ สู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

นายชาญวิทย์ ตรังอดิศัยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการลงทุน บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG รับรางวัล Thailand Green Innovation of the Year – Energy จากโครงการ “ประทุมวันสมาร์ทดิสทริคคูลลิ่ง” (Prathumwan Smart District Cooling หรือ PSDC) ในงาน Asian Innovation Excellence Awards 2026 จัดโดย Asian Business Review ณ Marina Bay Sands Expo and Convention Centre ประเทศสิงคโปร์ สะท้อนความมุ่งมั่นของ BCPG ในการพัฒนานวัตกรรมพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน

โครงการ “ประทุมวันสมาร์ทดิสทริคคูลลิ่ง” เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง BCPG และ กลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของ Keppel Ltd. โดยมุ่งยกระดับระบบทำความเย็นแบบแยกส่วนภายในอาคาร สู่โครงสร้างพื้นฐานพลังงานอัจฉริยะระดับย่าน (Smart District Energy Infrastructure) ผ่านระบบผลิตและส่งจ่ายน้ำเย็นส่วนกลาง (District Cooling System) เพื่อรองรับความต้องการใช้ความเย็นของอาคารหลายแห่งที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบเดียวกัน ทั้งอาคารสำนักงาน พื้นที่ค้าปลีก และที่อยู่อาศัยในพื้นที่สามย่านสมาร์ทซิตี้

โครงการได้รับการออกแบบให้รองรับกำลังการผลิตรวมสูงสุด 18,000 ตันความเย็น และดำเนินการติดตั้งในระยะแรกขนาด 3,000 ตันความเย็น เพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่ในอนาคต พร้อมช่วยลดความซ้ำซ้อนของอุปกรณ์และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาพรวม

หัวใจสำคัญของโครงการคือการผสานเทคโนโลยีเครื่องทำน้ำเย็นประสิทธิภาพสูงแบบ Magnetic Bearing Centrifugal Chiller เข้ากับระบบขับเคลื่อนมอเตอร์แบบปรับความเร็วรอบ (Variable Speed Drive: VSD) และระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Energy Management System: EMS) ซึ่งสามารถติดตาม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและส่งจ่ายความเย็นให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริงในแต่ละช่วงเวลา

การออกแบบระบบและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ทำให้โครงการมีศักยภาพช่วยลดการใช้พลังงานประมาณร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับระบบทำความเย็นแบบเดิม และเมื่อพัฒนาเต็มศักยภาพคาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 15,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี นอกจากนี้ ระบบยังได้รับการออกแบบให้รองรับ Thermal Energy Storage (TES) ในอนาคต เพื่อช่วยลดความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วง Peak Demand และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพลังงาน