รู้จัก “สมิทธ์ พนมยงค์” มือการเงินและการลงทุน ผู้เคยนั่งเก้าอี้ซีอีโอ บลจ.ไทยพาณิชย์ ก่อนเข้าสู่อาณาจักรกัลฟ์ตั้งแต่ปี 2561 ล่าสุดหวนรับตำแหน่ง CFO แทน “ยุพาพิน วังวิวัฒน์” เปิดอีกมุมศิษย์เก่าวิศวะจุฬาฯ ร่วมสถาบันกับ “สารัชถ์ รัตนาวะดี” เจ้าของอาณาจักรกัลฟ์ หลังมีประสบการณ์ทั้งธุรกิจพลังงาน โทรคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 กลายเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาในแวดวงตลาดทุน หลังบริษัทประกาศแต่งตั้ง นายสมิทธ์ พนมยงค์ เข้าดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (Chief Financial Officer หรือ CFO) แทนนางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ซึ่งลาออกจากตำแหน่งกรรมการ CFO และตำแหน่งอื่นในบริษัท โดยระบุเหตุผลว่ามีความจำเป็นต้องไปปฏิบัติภารกิจอื่น มีผลในวันเดียวกัน
สำหรับสมิทธ์ ไม่ใช่ผู้บริหารหน้าใหม่ของกัลฟ์ แต่เป็นหนึ่งในผู้บริหารที่ร่วมงานกับกลุ่มบริษัทมาตั้งแต่ปี 2561 และเคยรับผิดชอบสายงานการเงินมาแล้ว ก่อนขยับไปบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ การลงทุน และสินทรัพย์ของกลุ่มบริษัท
การกลับมารับตำแหน่ง CFO ครั้งนี้ จึงเป็นการหวนคืนสู่สายงานเดิมอีกครั้ง ท่ามกลางการขยายอาณาจักรของ GULF จากธุรกิจพลังงานสู่โทรคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ศิษย์เก่าวิศวะจุฬาฯ ร่วมสถาบัน “เสี่ยกลาง”
อีกแง่มุมหนึ่งของสมิทธ์ที่น่าสนใจ คือประวัติการศึกษาซึ่งมีจุดเชื่อมโยงกับนายสารัชถ์ รัตนาวะดี หรือ “เสี่ยกลาง” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GULF ผ่านคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สารัชถ์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่สมิทธ์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จากสถาบันเดียวกัน
จากวิศวกรรมศาสตร์ สู่เศรษฐศาสตร์และการเงินระดับโลก
เส้นทางการศึกษาของสมิทธ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวิศวกรรมศาสตร์ หลังสำเร็จการศึกษาจากจุฬาฯ ยังมีวุฒิปริญญาตรี Bachelor of Arts สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก Reed College ประเทศสหรัฐอเมริกา และปริญญาโท Master of Science สาขาเศรษฐศาสตร์ จาก The London School of Economics and Political Science (LSE) สหราชอาณาจักร
การศึกษาทั้งด้านวิศวกรรมศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ประกอบกับประสบการณ์ทำงานในตลาดการเงิน ช่วยให้สมิทธ์มีความเชี่ยวชาญครอบคลุมการบริหารการเงิน การลงทุน และการบริหารสินทรัพย์ในระดับองค์กร
เส้นทางตลาดทุน ก่อนนั่งซีอีโอ บลจ.ไทยพาณิชย์
ก่อนเข้าสู่กลุ่มกัลฟ์ สมิทธ์สั่งสมประสบการณ์ในธุรกิจการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเคยทำงานกับกลุ่ม Citigroup ในธุรกิจตลาดทุนและการซื้อขายตราสารหนี้ รวมถึงดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของธนาคารไทยพาณิชย์
ต่อมาในช่วงปี 2557–2561 สมิทธ์ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่ของประเทศไทย
ระหว่างช่วงดังกล่าว ยังมีบทบาทในองค์กรที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน ได้แก่ ประธานสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย
ประสบการณ์ในธุรกิจบริหารสินทรัพย์และตลาดทุนจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ ก่อนที่สมิทธ์จะเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงาน
เข้ากัลฟ์ปี 2561 ก่อนขยับดูแลการลงทุนทั้งอาณาจักร
สมิทธ์เริ่มร่วมงานกับกลุ่มกัลฟ์ในปี 2561 โดยรับตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน ของบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท กัลฟ์ เจพี จำกัด
ระหว่างปี 2561–2563 เขามีบทบาทดูแลงานการเงินของกลุ่ม ก่อนย้ายไปรับผิดชอบสายงานธุรกิจระหว่างประเทศในปี 2563
จากนั้นระหว่างปี 2563–2567 สมิทธ์ดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารสินทรัพย์ธุรกิจในเครือและการลงทุน รับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและการบริหารธุรกิจในเครือของกัลฟ์
ช่วงดังกล่าวเป็นระยะที่กลุ่มกัลฟ์ขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะการลงทุนด้านโทรคมนาคม ดาวเทียม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงความร่วมมือกับ Binance ในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
สมิทธ์ยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทต่าง ๆ ของกลุ่ม เช่น Gulf LNG, Gulf Binance, GSA Data Center และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานในต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการบริหารของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2564
บทบาทเหล่านี้ทำให้สมิทธ์มีประสบการณ์ในธุรกิจหลายด้านของกัลฟ์ ก่อนกลับมารับผิดชอบตำแหน่ง CFO ในเดือนตุลาคม 2569
หวนคุมการเงิน GULF รับช่วงต่อ “ยุพาพิน”
การแต่งตั้งสมิทธ์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังยุพาพิน วังวิวัฒน์ ลาออกจากทุกตำแหน่งใน GULF โดยยุพาพินถือเป็นผู้บริหารคนสำคัญของกลุ่ม โดยเฉพาะการบริหารโครงสร้างเงินทุนและการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้
ในปี 2565 กัลฟ์สามารถระดมทุนจากการออกหุ้นกู้ได้รวม 35,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 บริษัทได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรจาก TRIS Rating จาก A+ เป็น AA- สะท้อนฐานะทางการเงินและความแข็งแกร่งของธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญคือการควบรวมกิจการระหว่างกัลฟ์กับบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีผลเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 นับเป็นก้าวสำคัญของการปรับโครงสร้างธุรกิจภายในกลุ่ม