xs
xsm
sm
md
lg

ไขข้อสงสัย! ดราม่าเก๋ไก๋ ลูกซื้อประกันชีวิตให้พ่อ200ล้านได้ไหม ใครจ่ายเบี้ย ใครรับเงินเมื่อเสียชีวิต?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



จากกรณี “เก๋ไก๋ สไลเดอร์” ออกมาชี้แจงข่าวลือเรื่องการได้รับเงินประกันชีวิตจากการเสียชีวิตของคุณพ่อ พร้อมยืนยันว่าตนเองเป็นผู้เอาประกันชีวิต ไม่ใช่คุณพ่อ ทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจว่า ตามกฎหมายไทย ลูกสามารถซื้อประกันชีวิตให้พ่อแม่ โดยระบุให้ตัวเองเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้หรือไม่?

คำตอบคือ ทำได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักกฎหมายและเงื่อนไขการรับประกันชีวิต โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

ลูกซื้อประกันชีวิตให้พ่อได้หรือไม่?

สามารถทำได้ โดยลูกอาจเป็นผู้ขอเอาประกันและผู้ชำระเบี้ยประกัน ขณะที่พ่อเป็นบุคคลที่ถูกเอาประกันชีวิต และกำหนดให้ลูกเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อ รวมถึงผ่านการพิจารณารับประกันของบริษัทประกันชีวิต

ซื้อประกันชีวิตให้พ่อวงเงิน 100–200 ล้านบาทได้หรือไม่?

ในทางหลักการสามารถขอเอาประกันด้วยทุนประกันสูงได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทประกันจะอนุมัติทุกกรณี เพราะต้องพิจารณาความเหมาะสมของวงเงิน ฐานะทางการเงิน อายุ สุขภาพ ความเสี่ยง และหลักเกณฑ์ของบริษัทประกัน ซึ่งอาจมีการพิจารณารับประกันภัยต่อร่วมด้วย

ยกตัวอย่างผู้ชายอายุ 45 ปี ที่ต้องการทำประกันชีวิตทุนประกัน 200 ล้านบาท เบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับประเภทกรมธรรม์ ระยะเวลาคุ้มครอง สุขภาพ และเงื่อนไขของบริษัทประกัน โดยหากเป็นประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา 10–20 ปี เบี้ยอาจอยู่ที่ประมาณ 1.8–4 ล้านบาทต่อปี แต่หากเป็นประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ชำระเบี้ย 20 ปี เบี้ยอาจอยู่ที่ประมาณ 6–8 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นเงินรวมตลอดสัญญาประมาณ 120–160 ล้านบาท

ถ้าพ่อเสียชีวิต ลูกได้รับเงินประกันหรือไม่?

ได้รับ หากกรมธรรม์กำหนดให้พ่อเป็นผู้ถูกเอาประกันชีวิต และลูกเป็นผู้รับผลประโยชน์ เมื่อพ่อเสียชีวิตระหว่างที่กรมธรรม์มีผลคุ้มครอง บริษัทประกันจะจ่ายเงินให้ลูกตามจำนวนทุนประกันและเงื่อนไขกรมธรรม์

ตัวอย่างเช่น ลูกซื้อประกันชีวิตให้พ่อ ทุนประกัน 10 ล้านบาท โดยระบุตัวเองเป็นผู้รับผลประโยชน์ 100% หากพ่อเสียชีวิตและเป็นไปตามเงื่อนไข บริษัทประกันจะจ่ายเงิน 10 ล้านบาทให้ลูก

ลูกซื้อประกันให้พ่อโดยไม่บอกพ่อได้หรือไม่?

ไม่ได้ตามกระบวนการทำประกันชีวิตโดยทั่วไป เพราะการทำประกันชีวิตผู้อื่นต้องมีความยินยอมที่ถูกต้อง และบริษัทประกันจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลของผู้ถูกเอาประกัน เช่น อายุ สุขภาพ และประวัติการรักษาพยาบาล เพื่อประกอบการพิจารณา

ถ้าลูกซื้อประกันชีวิตให้ตัวเอง แต่ระบุพ่อเป็นผู้รับผลประโยชน์ล่ะ?

กรณีนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะลูกเป็นผู้ถูกเอาประกันชีวิต ขณะที่พ่อเป็นผู้รับผลประโยชน์

หมายความว่า หากลูกเสียชีวิต พ่อจึงมีสิทธิได้รับเงินประกันตามเงื่อนไข แต่หากพ่อเสียชีวิตก่อน ลูกจะไม่ได้รับเงินประกันจากเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากผู้ถูกเอาประกันคือคนละคนกัน

ถ้าพ่อมีภรรยาจดทะเบียนสมรส ลูกยังเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้หรือไม่?

ได้ แม้พ่อจะมีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ลูกก็สามารถเป็นผู้รับผลประโยชน์จากกรมธรรม์ประกันชีวิตของพ่อได้ 100% โดยภรรยาไม่ได้มีสิทธิแบ่งเงินประกันโดยอัตโนมัติเพียงเพราะเป็นคู่สมรส

ตัวอย่างเช่น ลูกซื้อประกันชีวิตให้พ่อ ทุนประกัน 10 ล้านบาท และระบุชื่อลูกเป็นผู้รับผลประโยชน์เพียงคนเดียว เมื่อพ่อเสียชีวิต ลูกย่อมมีสิทธิได้รับเงินประกันตามกรมธรรม์ แม้พ่อจะมีภรรยาจดทะเบียนสมรสอยู่ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกสิทธิรับเงินประกันชีวิตออกจากสิทธิรับมรดก เพราะเป็นคนละเรื่องกัน หากกรมธรรม์ระบุผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลโดยเฉพาะ เงินประกันโดยหลักจะจ่ายให้บุคคลนั้น ไม่ใช่นำมาแบ่งให้ทายาททุกคนตามสัดส่วนมรดก

ทั้งนี้ หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของกรมธรรม์ การใช้เงินสินสมรสชำระเบี้ยประกัน หรือสิทธิของเจ้าหนี้ อาจต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

สุดท้ายเรื่องนี้ลูกซื้อประกันชีวิตให้พ่อ โดยกำหนดให้ตัวเองเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้จริง แม้พ่อจะมีภรรยาจดทะเบียนสมรสอยู่ก็ตาม แต่ต้องแยกให้ชัดว่าใครเป็นผู้ถูกเอาประกันชีวิต และใครเป็นผู้รับผลประโยชน์ เพราะสิทธิในการได้รับเงินประกันเมื่อเสียชีวิตขึ้นอยู่กับบุคคลที่ถูกเอาประกันและข้อกำหนดในกรมธรรม์ ไม่ใช่ใครเป็นคนจ่ายเบี้ยประกัน