xs
xsm
sm
md
lg

SCB ชี้ ศก.ไทย Q3/69 ทรงตัว ธุรกิจโตกระจุก มอง กนง.คง ดบ.ยาวถึงสิ้นปี 70

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



SCB EIC ชี้ เศรษฐกิจไทย Q3/69 ทรงตัว ธุรกิจโตกระจุก จับตาน้ำท่วม-เอลนีโญ-น้ำมันแพง กดดันระยะข้างหน้า ทั้งนี้ หาก GDP ถูกปรับสูงขึ้น ก็ไม่ได้เปลี่ยนภาพเศรษฐกิจจริงที่ยังฟื้นตัวกระจุกในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล ขณะที่ภาคส่วนอื่นไม่ได้ขยายตัวสอดคล้องกัน จึงอาจยิ่งสะท้อนภาพเศรษฐกิจ K-shaped ชัดเจนขึ้น มอง กนง.คงดอกเบี้ยยาวถึงสิ้นปี 70

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) มองเศรษฐกิจไทยทรงตัวในไตรมาส 3/69 แรงหนุนยังกระจุกตัว น้ำท่วมซ้ำเติมกำลังซื้อและอาจกระทบ GDP ปีนี้ราว 0.1pp.

*เศรษฐกิจไทย Q3/69 ทรงตัว แรงหนุนส่งผ่านไม่ทั่วถึง

SCB EIC ระบุว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ค่อนข้างทรงตัว โดยมีแรงหนุนจากการลงทุน การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล รวมถึงมาตรการช่วยค่าครองชีพของภาครัฐ แต่การฟื้นตัวยังกระจุกและส่งผ่านไปสู่ครัวเรือนและธุรกิจไม่ทั่วถึง ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางสร้างแรงกดดันผ่านราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศทยอยปรับสูงขึ้น ซ้ำเติมเงินเฟ้อและกำลังซื้อ

แม้หนี้ครัวเรือนต่อ GDP ลดลงเหลือ 85.2% ในไตรมาส 2/69 ต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปี แต่ไม่ได้สะท้อนว่าฐานะการเงินของครัวเรือนฟื้นตัวแล้ว เนื่องจากครัวเรือนยังเผชิญข้อจำกัดด้านสินเชื่อและสภาพคล่อง ขณะที่ตลาดแรงงานมีสัญญาณเปราะบางขึ้น สะท้อนจากอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 3 ทั้งในภาพรวม และโดยเฉพาะแรงงานอายุน้อยที่อัตราการว่างงานสูงกว่าภาพรวมกว่าเท่าตัว

*น้ำท่วมซ้ำเติมกำลังซื้อ กระทบ GDP ปีนี้ราว 0.1 pp.

SCB EIC ประเมินว่าน้ำท่วมช่วงปลายเดือน ก.ย. ต.ค. 69 กระทบ GDP ปีนี้ราว 0.1 pp. และอาจทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวบ้างในระยะสั้น โดยเฉพาะราคาอาหารสด ราคาผักบางชนิดปรับสูงขึ้นมากหลังเกิดน้ำท่วม สำหรับผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่เกิดขึ้นผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1) กำลังซื้อและการใช้จ่ายที่ลดลง 2) การหยุดชะงักของระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน และ 3) ความเสียหายต่อทรัพย์สิน สินค้าคงคลัง และสถานประกอบการ

*เปิดความเสี่ยงในระยะข้างหน้า

ในช่วงข้างหน้าเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญอีกหลายความเสี่ยง ได้แก่

1) แม้สถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลางคลี่คลายลงมาก แต่บางพื้นที่ใน 17 จังหวัดยังได้รับผลกระทบ (ข้อมูลจาก ปภ. 22 ต.ค. 2569) และต้องจับตาความเสี่ยงน้ำท่วมในภาคใต้ช่วงปลายปี

2) ความเสี่ยงจาก Super El Nino ที่อาจทำให้ไทยเจอภาวะร้อนและแล้งยืดเยื้อถึงกลางปี 2570 กระทบผลผลิตและรายได้เกษตร รวมถึงความเพียงพอของแหล่งน้ำ แต่ปริมาณน้ำในเขื่อนกักเก็บที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง

3) ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและมาตรการการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน และการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า เป็นความเสี่ยงภายนอกที่สำคัญ

4) ราคาน้ำมันในประเทศมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นต่อเนื่องตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เนื่องจากกองทุนน้ำมันลดการชดเชยลงจากภาระหนี้กองทุนน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงติดลบมากถึงราว 1 แสนล้านบาท (ข้อมูล 11 ต.ค. 2569) อาจกระทบค่าครองชีพและต้นทุนธุรกิจ

*เศรษฐกิจไทย สะท้อน K-shaped ชัดขึ้น

SCB EIC ระบุว่า หลังการทบทวนข้อมูลสำคัญ ทั้งจากข้อมูลดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ชุดใหม่ และข้อมูลดุลการชำระเงิน ทั้งดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ภาพกิจกรรมเศรษฐกิจไทยในอดีตสูงกว่าข้อมูลเดิม ซึ่งอาจนำไปสู่การทบทวน GDP ไทยในอดีต แต่ทิศทางและขนาดผลกระทบต่อ GDP ยังไม่แน่นอน

อย่างไรก็ดี หาก GDP ถูกปรับสูงขึ้น ก็ไม่ได้เปลี่ยนภาพเศรษฐกิจจริงที่ยังฟื้นตัวกระจุกในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล ขณะที่ภาคส่วนอื่นไม่ได้ขยายตัวสอดคล้องกัน จึงอาจยิ่งสะท้อนภาพเศรษฐกิจ K-shaped ชัดเจนขึ้น

*คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ถึงสิ้นปี 70

SCB EIC คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ถึงสิ้นปี 2570 แม้เศรษฐกิจไทยมีทิศทางปรับดีขึ้นในระยะข้างหน้า แต่แรงหนุนกระจุกตัวในบางภาคส่วน ขณะที่ครัวเรือนและธุรกิจ SMEs เผชิญภาระหนี้ ต้นทุนทางการเงิน และข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ ท่ามกลางตลาดแรงงานที่เปราะบาง มาตรการการเงินแบบตรงจุดเพื่อช่วยให้ SMEs และรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อจึงมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ด้านเสถียรภาพราคา SCB EIC ประเมินเงินเฟ้อในช่วงข้างหน้าจะมีแรงกดดันจากราคาพลังงาน การส่งผ่านต้นทุนไปยังสินค้าอื่น และราคาอาหารสดที่อาจสูงขึ้นจากน้ำท่วม เงินเฟ้อทั่วไปอาจเข้าใกล้หรือสูงกว่าขอบบนของกรอบเป้าหมาย 1-3% ชั่วคราวในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าก่อนทยอยชะลอลง ค่าเฉลี่ยทั้งปี 2570 จะยังอยู่ในกรอบได้