รมว.คลัง จ่อทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง หลังตัวเลขขาดดุลดีกว่าคาด-รายได้โต มั่นใจเสถียรภาพคลังไทยแกร่งกว่าฝรั่งเศส ส่วนตัวเลขหนี้สาธารณะของไทยจะขยับขึ้นสูงกว่าเพดานที่ 70% ของจีดีพี ในปีงบประมาณ 2571 อาจจะดีขึ้นกว่าที่ประเมินแล้ว ซึ่งมาจากหลายเหตุผล
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า จะให้มีการทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง ปีงบประมาณ 2570-2573 (Medium Term Fiscal Framework : MTFF) ใหม่ทั้งหมด โดยจะเอาตัวเลขล่าสุดที่เกี่ยวข้องมาทบทวน หลังจากพบว่า ตัวเลขการขาดดุลงบประมาณ ปี 2569 ออกมาอยู่ที่ 3.4% ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในแผนที่ 4.4% ค่อนข้างมาก ขณะที่ภาพรวมการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2569 ที่ได้รับรายงานล่าสุดก็ออกมาสูงกว่าประมาณการ
ทั้งนี้ ในเดือน พ.ย. 2569 จะมีการนัดหารือกับสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามวงรอบอยู่แล้ว เกี่ยวกับแนวทางในการทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง เพราะจากตัวเลขฐานะการคลังล่าสุดของประเทศไทยที่ออกมา ทำให้มีความเป็นไปได้มากกว่าไทยจะสามารถเข้าสู่เป้าหมายในการลดการขาดดุลงบประมาณให้เหลือไม่เกิน 3% ต่อจีดีพี ได้เร็วกว่าคาดการณ์ในปีงบประมาณ 2572
เสถียรภาพการคลังของไทยในปัจจุบันอยู่ในจุดที่ค่อนข้างดี โดยจากการไปประชุมรัฐมนตรีคลังเอเปค (APEC FMM) ครั้งที่ 33 ที่ฮ่องกง หลายประเทศต่างพูดและให้ความสำคัญว่า เสถียรภาพทางเศรษฐกิจจะเป็นปราการที่สำคัญของแต่ละประเทศ ทุกคนพูดเหมือนกันหมด โดยเฉพาะในช่วงที่โลกผันผวน รัฐบาลแต่ละแห่งต้องคำนึงถึงเสถียรภาพเศรษฐกิจเอาไว้ก่อน ซึ่งวันนี้จะเห็นชัดเจนว่าสถานการณ์ของประเทศไทยดีกว่าฝรั่งเศสอย่างมาก นายเอกนิติ ระบุ
นายเอกนิติ ระบุถึงกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้ออกมาประเมินว่าตัวเลขหนี้สาธารณะของไทยจะขยับขึ้นสูงกว่าเพดานที่ 70% ของจีดีพี ในปีงบประมาณ 2571 ว่า วันนี้อาจจะดีขึ้นกว่าที่ประเมินแล้ว ซึ่งมาจากหลายเหตุผล ได้แก่
1. การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณ 2569 ที่ทำได้สูงกว่าเป้าหมาย หลัก ๆ เป็นผลมาจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวดีขึ้น เนื่องจากมูลค่าและราคาสินค้าที่สูงขึ้น
2. แผนการคลังระยะปานกลางที่น่าจะดีกว่าที่คาดการณ์ โดยมองว่าปัจจัยเหล่านี้ช่วยทำให้ภาคการคลังของไทยปรับตัวดีขึ้นกว่าที่คาด