“สิริพงศ์” แจงสภาฯ แผนยกระดับขนส่ง “ลำลูกกา - ธัญบุรี” เล็งดึง อปท. ร่วมยื่นใบอนุญาตเดินรถ แก้ปัญหาเส้นทางไร้เอกชน ขับเคลื่อนระบบฟีดเดอร์ ขนส่งสายรอง ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเขียวต่อขยาย คูคต รอทบทวนปี 72 ตามแนวโน้มเมืองขยายตัว
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เป็นผู้แทนรัฐบาลในการตอบกระทู้ของสภาผู้แทนราษฎร เรื่องแนวทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่อำเภอลำลูกกา และอำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี กรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงคูคต - วงแหวนรอบนอก และโครงการรถโดยสารสายรอง (Feeder) เส้นทาง 2-4, 2-6 และ 2-7 ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมมุ่งมั่นยกระดับโครงข่ายคมนาคมในจังหวัดปทุมธานีอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเป็นบริการที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย ราคาเป็นธรรม และตอบโจทย์การเดินทางของชาวปทุมธานีอย่างแท้จริง
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อให้สอดคล้องกับการเจริญเติบโตของเมือง ภายใต้ผลการศึกษา “โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาแบบจำลองการคาดการณ์ความต้องการเดินทางด้วยระบบรางและการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะที่ 2 หรือ M-Map 2” ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบแผนการศึกษานี้เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย (ช่วงคูคต - วงแหวนรอบนอก) กระทรวงคมนาคมได้ใช้หลักเกณฑ์การวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของโครงการอย่างโปร่งใส โดยประเมินจาก 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ นโยบายด้านการวางแผน ความพร้อมโครงการ ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์/การเงิน/สังคม ความยากง่ายในการดำเนินงาน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ผลการประเมินพบว่าโครงการนี้ได้ 53.43 คะแนน จาก 100 คะแนน ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม B (เส้นทางมีศักยภาพ) ซึ่งมีกำหนดทบทวนความเหมาะสมของโครงการอีกครั้งภายหลังปี 2572
อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ พร้อมที่จะทบทวนข้อมูลก่อนกำหนด หากพื้นที่ดังกล่าวมีการเติบโตของประชากร การใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือมีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจนสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วน
ในส่วนของการขับเคลื่อนโครงการรถโดยสารสายรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ลำลูกกาและธัญบุรีเข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนหลัก กรมการขนส่งทางรางได้บรรจุแผนการพัฒนาโครงการ Feeder กลุ่ม C จำนวน 27 เส้นทาง ไว้ในแผน M-Map 2 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งรวมถึงเส้นทางสำคัญ 3 สาย ได้แก่ สาย 2-4 (คลอง 3 - คูคต) สาย 2-6 (รังสิต - ธัญบุรี) และสาย 2-7 (คลอง 7 - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต)
โดยกระทรวงฯ ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พิจารณาดำเนินการตามแผน ขณะที่ ขบ. มีเส้นทางรถโดยสารประจำทางที่เดินรถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 เส้นทางดังกล่าวอยู่แล้ว และสามารถรองรับการเดินทางของประชาชนได้อย่างเหมาะสมและเพียงพอ
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงฯ มีนโยบายมุ่งยกระดับระบบขนส่งสาธารณะให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงได้ง่าย สะดวก ปลอดภัย และราคาเป็นธรรม โดยปัจจุบันมีรถโดยสารประจำทาง 4 เส้นทางหลักที่ให้บริการเชื่อมต่อชุมชนในพื้นที่ลำลูกกาและธัญบุรี เข้าสู่สถานีรถไฟฟ้าคูคต (สายสีเขียว) 4 เส้นทาง
ได้แก่ สาย 1-25 (ลำลูกกา - บางเขน) สาย ต.117 (มหาวิทยาลัยรามคำแหง - ลำลูกกา) สาย 374 (สะพานใหม่ - บ้านสร้าง) และสาย 6250 (สำนักทะเบียนกรมการปกครอง - รังสิต)
ทั้งนี้ เพื่อให้การตอบสนองความต้องการของประชาชนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขบ. โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดปทุมธานี อยู่ระหว่างเตรียมแผนลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูลจริงทั้งปริมาณผู้ใช้บริการ ช่วงเวลาการเดินทาง เส้นทางทับซ้อน ความหนาแน่นของชุมชน และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อนำมาวิเคราะห์และเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกประจำจังหวัดปทุมธานีอย่างรอบคอบ ควบคู่ไปกับการเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางเสริมเพิ่มเติม คือ เส้นทางสถานีรถไฟฟ้าคูคต - หมู่บ้านพฤกษา 20 เพื่อเพิ่มทางเลือกและยกระดับการเดินทางไร้รอยต่อให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
สำหรับกระบวนการสรรหาผู้ประกอบการเดินรถ เมื่อมีการกำหนดเส้นทางใหม่ กระทรวงฯ มีขั้นตอนเปิดรับคำขอเป็นการทั่วไปเพื่อคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพสูงสุดทั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ภาคเอกชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 64 (พ.ศ. 2567) ออกตามความใน พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567) มีการกระจายอำนาจให้ อปท. สามารถยื่นขอใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางได้โดยตรง เพื่อเข้ามาพัฒนาและบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่ของตนเอง โดยเฉพาะเส้นทางที่ไม่มีเอกชนรายใดสนใจยื่นความจำนง
ที่ผ่านมา สำนักงานขนส่งจังหวัดปทุมธานีได้ลงพื้นที่เชิงรุกเพื่อประชาสัมพันธ์แนะแนวทางข้อกฎหมายและขั้นตอนแก่ อปท. อย่างต่อเนื่อง เช่น เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ได้เข้าพบผู้บริหารเทศบาลเมืองท่าโขลง เพื่อให้คำแนะนำและหลักเกณฑ์การขอรับใบอนุญาต รวมถึงแนวทางการสนับสนุนการเดินรถโดยสารประจำทาง ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (อบจ.ปทุมธานี) ก็สามารถยื่นขอรับใบอนุญาตเพื่อร่วมขับเคลื่อนการให้บริการขนส่งสาธารณะในจังหวัดปทุมธานีให้มีประสิทธิภาพสูงสุดร่วมกันได้เช่นเดียวกัน
ยืนยันกระทรวงคมนาคมวางแนวทางการยกระดับการเดินทางของประชาชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีอย่างเป็นระบบ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมุ่งเน้นการบูรณาการระบบคมนาคมหลักร่วมกับระบบราง และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถยื่นขอใบอนุญาตเดินรถได้เอง เพื่อแก้ไขปัญหาเส้นทางที่ไม่มีเอกชนเดินรถ ช่วยให้ระบบขนส่งมวลชนเข้าถึงระดับชุมชนได้อย่างสะดวก ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน