บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ผู้นำอุตสาหกรรมสีและวัสดุก่อสร้างของไทย เปิดบ้าน ต้อนรับคณะผู้บริหารสถาบันการเรียนรู้ KH Academy นำโดย นายบูรพา สงวนวงศ์ ผู้ก่อตั้ง KH Academy พร้อมด้วยนิสิตนักศึกษาจากหลักสูตร Prep for Investment Analyst เตรียมความพร้อมด้านวิชาชีพนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ รุ่นที่ 6 เข้าเยี่ยมชมกิจการและเรียนรู้การดำเนินธุรกิจจากประสบการณ์จริง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารองค์กร การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน และแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจ
ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรีสุรศักดิ์ มั่นแดง ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชีถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับข้อมูลทางการเงิน แผนการดำเนินงาน และทิศทางการเติบโตของบริษัท เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้มุมมองการบริหารธุรกิจจากผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะการวิเคราะห์และประเมินศักยภาพของบริษัทในมุมมองของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์
ว่าที่ร้อยตรีสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า TOA มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่มีพัฒนาการด้านทักษะที่ดีขึ้น การเปิดบ้านต้อนรับนิสิตนักศึกษาในรูปแบบ Company Visit ถือเป็นโอกาสอันดีที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้สัมผัสประสบการณ์จริงและรับฟังความรู้จากหน่วยงานโดยตรง ซึ่งจะช่วยให้การนำความรู้ไปต่อยอดในอนาคตทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ในยุคปัจจุบันที่มีการนำเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาใช้อย่างแพร่หลาย หากเยาวชนรู้จักใช้ AI ให้ถูกและใช้ให้เป็น ก็จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดและพัฒนาทักษะตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"สำหรับน้องๆ ที่เตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานและการทำงานในสายอาชีพนี้ ต้องบอกก่อนว่าปัจจุบันตลาดมีความแข่งขันสูงมาก ดังนั้น นอกจากความรู้พื้นฐานที่ต้องมีแล้ว การเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ แบบน้ำไม่เต็มแก้ว พร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา มีทักษะการวิเคราะห์มีทัศนคติที่ดี และสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ก ถือเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับ TOA เราเปิดรับบุคลากรที่กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ และกล้าก้าวออกจากกรอบเดิม ๆ เพื่อสร้างอนาคตที่เติบโตร่วมกัน" ว่าที่ร้อยตรีสุรศักดิ์ กล่าวเสริม
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก นางสาววิภาดา นาคไพรัช ผู้อำนวยการสายงาน SHE & Quality Management and Sustainability ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการคลังสินค้า ตลอดจนแนวทางการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (Environment, Social and Governance) ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล สะท้อนแนวทางการบริหารองค์กรที่มุ่งสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
นางสาววิภาดา ได้ถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับความสำคัญของ ESG ต่อการวิเคราะห์ธุรกิจและการประเมินศักยภาพของบริษัทในระยะยาว โดยระบุว่า“สำหรับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์หรือนักลงทุนในยุคปัจจุบัน นอกเหนือจากความรู้พื้นฐานด้านการวิเคราะห์งบการเงินแล้ว มิติของความยั่งยืนหรือ ESG ถือเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กัน เนื่องจากกรอบ ESG ช่วยให้เห็นภาพรวมขององค์กรได้อย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของ ธรรมาภิบาล ที่เน้นความโปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมถึงการบริหารจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงต้นทุน ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และความเสี่ยงแฝงของธุรกิจในระยะยาว การมองการเติบโตของบริษัทจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวเลขทางการเงิน แต่ต้องมองถึงความรับผิดชอบและศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อส่งต่อคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายด้วย"
การเปิดบ้านต้อนรับคณะ KH Academy ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องเรียนเข้ากับการดำเนินธุรกิจจริง ให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจากองค์กรชั้นนำ พร้อมทำความเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อผลประกอบการ ทิศทางธุรกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาทักษะในวิชาชีพนักวิเคราะห์หลักทรัพย์
ทั้งนี้ หลักสูตร Prep for Investment Analyst รุ่นที่ 6 เป็นหนึ่งในหลักสูตรของ KH Academy ที่มุ่งเตรียมความพร้อมด้านวิชาชีพนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ให้แก่นิสิตนักศึกษา ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในตลาดทุน ควบคู่กับการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และศักยภาพในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนตลาดทุนไทยในอนาคต โดยความร่วมมือจากภาคเอกชนอย่าง TOA มีส่วนสำคัญในการเปิดมุมมองการเรียนรู้และเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้เข้าร่วมหลักสูตร
สำหรับสถาบัน KH Academy ทำงานร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชนผู้สนับสนุน ประกอบด้วย บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM, บริษัท ไพร์มสตรีท แอดไวเซอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG, บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ PSGC, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT