เกือบ 3เดือนเต็มแล้วที่ตลาดหุ้นไทยจมปรักอยู่ในอาการป้อแป้ร่อแร่ ดัชนีฯซึมลงต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าในข่วงเวลาที่เหลืออีก2เดือนเศษของปีนี้ หุ้นจะซบเซายืดเยื้อและดัชนีฯมีโอกาสหลุดแนวรับระดับ1550จุด
ข่าวร้าย ปัจจัยลบยังคงกระหน่ำเข้ามาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะสงครามตะวันออกกลางที่ลุกลามขยายวง และศึกใหม่ที่ดุเดือดระหว่างกล่มฮูตีในเยเมนกับซาอุดิอารเบีย ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบทะยานทะลุ100ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง
นอกจากนั้นเงินเฟ้อสหรัฐยังพุ่งพรวด ทำให้เกิดความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยตามมา ขณะที่ตลาดหุ้นแนวแดกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทรุดหนักกว่า500 จุด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มชินส่วนทั่วโลก
หุ้นกลุ่มชิ้นส่วน เริ่มเกิดภาวะฟองสบู่แตกเล็กๆ โดยปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นย่านเอเชียที่มีหุ้นลุ่มเทคโนโลยีเป็นกลุ่มหลักนำตลาด ปรับคัวลงรุนแรงหลายเปอร์เซ็น
เมื่อตลาดหุ้นแนสแดกดิ่งลง จะส่งผลลบเชิงจิตวิทยา ทำให้เกิดการเทขายหุ้นเทคโนโลยี รวมทั้งหุ้นกลุ่มชินส่วนอีเคโทรนิคส์ของไทย
เปิดรับสัปดาห์ใหม่วันจันทร์นี้ ตลาดหุ้นย่านเอเชียอาจแดงฮาน จากผลกระทบราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ภาวะสงครามที่ไม่อาจคาดเดาสถานการณ์ได้ ภาวะฟองสบู่ของหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก และความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยที่จะกลับมาคุกคามนักลงทุน
หุ้นบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์(ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน)หรือDELTA ยืนประคองตัวมาพักใหญ่แล้ว อาจตกเป็นเป้าหมายในการเทขาย เช่นเดียวกับหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก และจะฉุดให้ดัชนีฯหัวทิ่มตาม นอกหนือจากหุ้นกลุ่มอื่นๆที่จะถูกเทขาย เพื่อลดความเสี่ยงจากผลกระทบปัจจัยภายนอก โดยไม่อาจคาดหวังแรงซื้อจากนักลงทุนต่างประเทศได้
เพราะครึ่งปีหลัง ต่างชาติเริ่มทยอยขายมากกว่าซื้อ และเมื่อวันศุกร์เทขายออกมาอีก2,111ล้านบาท ทำให้ยอดซื้อหุ้นสะสมนับจากต้นปีของต่างชาติเหลือเพียง15,038 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งมีความเป็นไปที่ต่างชาติจะลดน้ำหนักการลงทุนต่อไป จนปีนี้ นักลงทุนต่างชาติ อาจขายหุ้นติดต่อกันเป็นปีที่4 จาก7 เดือนแรกที่มียอดซื้อหุ้นสะสมสุทธิกว่า7.5หมื่นล้านบาท
โค้งสุดท้ายตลาดหุ้นปี2569 ไม่มีช่าวดีที่นักลงทุนรอคอย มีแต่ข่าวร้ายที่จะซ้ำเติมเข้ามา โอกาสที่หุ้นจะกลับสู่ขาขึ้นอีกสักรอบ ดูเหมือนประตูจะถูกปิดตายไปแล้ว
หุ้นระยะสั้นยังอยู่ในช่วงขาลง เพียงแต่จะลงไปลึกจนแตะดับ1500จุดหรือไม่เท่านั้น