BYD เปิดตัว Seagull เจเนอเรชัน 2 ในประเทศจีน ปรับตัวถังให้ใหญ่ขึ้น รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง เปลี่ยนเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมระบบ Flash Charging และ LiDAR ในรุ่นสูงสุด ราคาเริ่มต้น 65,900 หยวน หรือประมาณ 331,000 บาท
สำหรับคนไทย BYD Seagull รุ่นเดิมทำตลาดในชื่อ BYD ATTO 1 ส่วนรถเจเนอเรชันใหม่ในข่าวนี้ยังเป็นรุ่นที่เปิดตัวในประเทศจีน และยังไม่มีการประกาศแผนจำหน่ายในประเทศไทย
ราคาเริ่มต้นต่ำกว่ารุ่นเดิม
BYD เปิดตัว Seagull ใหม่ที่เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน โดยมีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้นต่ำกว่ารถรุ่นเดิม 4,000 หยวน หรือประมาณ 20,000 บาท
- Vitality: 65,900 หยวน หรือประมาณ 331,000 บาท
- Freedom: 72,900 หยวน หรือประมาณ 367,000 บาท
- Comfort: 75,900 หยวน หรือประมาณ 382,000 บาท
- Flying: 82,900 หยวน หรือประมาณ 417,000 บาท
- Smart: 99,900 หยวน หรือประมาณ 502,000 บาท
ลูกค้าที่นำรถเก่ามาแลกซื้อจะได้รับส่วนลดเพิ่มเติม 3,000 หยวน ทำให้ราคาอยู่ระหว่าง 62,900–96,900 หยวน หรือประมาณ 316,000–487,000 บาท
หมายเหตุ: ราคาเงินบาทคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 หยวน เท่ากับ 5.03 บาท ไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายในการจำหน่ายในประเทศไทย
ตัวถังใหญ่ขึ้น รองรับ 5 ที่นั่ง
Seagull เจเนอเรชัน 2 มีความยาว 4,205 มม. กว้าง 1,810 มม. สูง 1,570 มม. และระยะฐานล้อ 2,650 มม. เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ตัวรถยาวขึ้น 425 มม. และมีฐานล้อยาวขึ้น 150 มม.
ขนาดที่เพิ่มขึ้นทำให้ห้องโดยสารรองรับผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง จากเดิม 4 ที่นั่ง พร้อมเพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหน้า 94 ลิตร ส่วนพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขยายได้สูงสุด 1,380 ลิตรเมื่อพับเบาะ
รูปลักษณ์ยังใช้แนวคิด Marine Aesthetics แต่ปรับด้านหน้าใหม่ เพิ่มไฟหรี่รูปทรงคล้ายตรีศูล และมีสีตัวถังให้เลือก 6 สี ได้แก่ เขียว ชมพู ขาว ส้ม ฟ้า และเทา
เปลี่ยนเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง
โครงสร้างระบบขับเคลื่อนเปลี่ยนจากมอเตอร์หน้าและขับเคลื่อนล้อหน้า มาเป็น มอเตอร์หลังและขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อมเปลี่ยนช่วงล่างด้านหลังจากคานบิดเป็นอิสระแบบมัลติลิงก์ ช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมรถและความสบายในการเดินทาง
รุ่นวิ่ง 320 กม. ใช้มอเตอร์กำลัง 85 กิโลวัตต์ หรือ 114 แรงม้า ส่วนรุ่นวิ่ง 420 กม. เพิ่มเป็น 95 กิโลวัตต์ หรือ 127 แรงม้า ทั้งสองแบบให้แรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร และมีวงเลี้ยวแคบสุด 4.95 เมตร
แบตเตอรี่สองขนาด วิ่งสูงสุด 420 กม.
Seagull ใหม่ใช้แบตเตอรี่ Blade Battery เจเนอเรชัน 2 แบบ LFP มีให้เลือกสองขนาด โดยตัวเลขระยะทางเป็นไปตามมาตรฐาน CLTC ของจีน
- แบตเตอรี่ 30.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ 320 กม. ตามมาตรฐาน CLTC หรือประมาณ 259 กม. เมื่อเทียบเป็น WLTP
- แบตเตอรี่ 39.2 กิโลวัตต์-ชั่วโมง วิ่งได้ 420 กม. ตามมาตรฐาน CLTC หรือประมาณ 340 กม. เมื่อเทียบเป็น WLTP
BYD ระบุอัตราการใช้พลังงานที่ 9.0 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อ 100 กม. โดยรุ่น Vitality และ Freedom ใช้แบตเตอรี่ขนาดเล็ก ส่วนอีกสามรุ่นใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่
Flash Charging ชาร์จ 5 นาที
รุ่น Comfort, Flying และ Smart รองรับระบบ Flash Charging สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10–70% ภายใน 5 นาที เมื่อใช้งานกับสถานีชาร์จที่รองรับเทคโนโลยีนี้ ส่วนสองรุ่นเริ่มต้นยังไม่รองรับ Flash Charging
ลูกค้าที่ซื้อสามรุ่นดังกล่าวเพื่อใช้งานส่วนบุคคล จะได้รับสิทธิ์ชาร์จฟรีที่สถานี Flash Charging ของ BYD เป็นเวลา 1 ปีนับจากวันที่รับรถ ตามเงื่อนไขของบริษัท
ภายในเพิ่มจอ 15.6 นิ้วและเบาะนวด
ห้องโดยสารปรับมาใช้แผงคอนโซลแนวนอน ติดตั้งระบบ DiLink 150 และหน้าจอกลางขนาด 15.6 นิ้ว ซึ่งรองรับระบบปัญญาประดิษฐ์ DeepSeek พร้อมสีภายในให้เลือก 3 รูปแบบ
อุปกรณ์ภายในประกอบด้วยเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง เบาะผู้โดยสารหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ระบบอุ่นและระบายอากาศสำหรับเบาะหน้า รวมถึงระบบนวดหลายรูปแบบที่เบาะคนขับ
นอกจากนี้ยังมีแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย 50 วัตต์ ไฟสร้างบรรยากาศ 127 สี และระบบเสียงลำโพง 8 ตำแหน่ง
รุ่นสูงสุดเพิ่ม LiDAR และระบบช่วยขับขี่
รุ่น Smart ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ DiPilot 300 หรือ God’s Eye B ทำงานร่วมกับ LiDAR รองรับระบบช่วยนำทางบนถนนในเมืองและทางหลวง การตรวจจับสัญญาณไฟจราจรพร้อมแสดงเวลานับถอยหลัง และระบบหลบหลีกสิ่งกีดขวาง
ด้านความปลอดภัย ตัวถังใช้โครงสร้างนิรภัยแบบกรง มีถุงลมนิรภัยสูงสุด 6 จุด และระบบช่วยรักษาเสถียรภาพของรถเมื่อยางแตก อย่างไรก็ตาม ระบบทั้งหมดเป็นเพียงระบบช่วยเหลือ ผู้ขับยังต้องควบคุมรถและรับผิดชอบต่อการขับขี่ตลอดเวลา
Seagull รุ่นใหม่กับตลาดประเทศไทย
Seagull มีชื่อเรียกต่างกันตามแต่ละประเทศ เช่น Dolphin Surf, Dolphin Mini และ ATTO 1 โดยประเทศไทยทำตลาดรถรุ่นเดิมในชื่อ BYD ATTO 1 อย่างเป็นทางการ
ขณะนี้ BYD ยังไม่ได้เปิดเผยว่า Seagull เจเนอเรชัน 2 จะเข้ามาจำหน่ายในไทยเมื่อใด หรือจะใช้ชื่อ ATTO 1 ต่อไปหรือไม่ ดังนั้น ราคาและอุปกรณ์ของรถที่เปิดตัวในจีนยังไม่ใช่ข้อมูลสำหรับรถสเปกไทย
Seagull ใหม่จึงไม่ได้ปรับเพียงหน้าตาหรืออุปกรณ์ แต่ขยับขนาดตัวรถ เพิ่มที่นั่ง เปลี่ยนเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง และนำระบบชาร์จเร็วมาใช้กับรถราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง BYD ต้องการใช้กลับไปแข่งขันในตลาดรถไฟฟ้าขนาดเล็กของจีน หลังยอดขายช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 ลดลงจากปีก่อน
ที่มา: CarNewsChina, CnEVPost และ BYD Thailand