xs
xsm
sm
md
lg

“ปลัดพาณิชย์”ถกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ติดตามการค้า เตรียมแผนดันส่งออก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“ปลัดพาณิชย์”ถกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ติดตามสถานการณ์การค้าข้าวไทย เจอปัจจัยท้าทาย ทั้งผลผลิตข้าวอินเดียเพิ่ม ข้าวปากีสถานออกสู่ตลาด ยอดส่งออกไปอิรักลดลง ทำการส่งออกข้าว 9 เดือน ปี 69 ทำได้ปริมาณ 4.99 ล้านตัน ลดลง 19.26% แต่ราคาขายดีขึ้นกว่าปีก่อน และได้ตลาดฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ที่สั่งซื้อเพิ่มมาทดแทน เตรียมแผนดันส่งออกปี 70 เบื้องต้นวางเป้า 7 ล้านตัน ก่อนเคาะสรุปกับภาคเอกชนอีกที

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย นำโดยนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และคณะผู้บริหารสมาคม ว่า ได้มีติดตามสถานการณ์การส่งออกข้าวของไทยในปี 2569 พบว่า เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยกดดัน ทั้งจากผลผลิตข้าวอินเดียที่มีปริมาณมากและมีสต็อกข้าวอยู่ในระดับสูง ช่วงปลายปีเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวปากีสถานออกสู่ตลาด ทำให้มีการแข่งขันรุนแรงขึ้น และการส่งออกข้าวไทยไปอิรักลดลงอย่างมากมาตั้งแต่ช่วงต้นปีจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง แม้จะมีการขนส่งข้าวไปอิรักผ่านทางตุรกีบ้าง แต่ปริมาณยังไม่มากนัก เนื่องจากมีต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น ทำให้กระทบต่อการส่งออกข้าวในภาพรวมของไทย

โดยในช่วง 9 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-ก.ย.) ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 4.99 ล้านตัน ลดลง 19.26% มูลค่า 2,962 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 94,912 ล้านบาท) ลดลง 16.84% แต่ราคาส่งออกข้าวไทยเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยราคาส่งออกข้าวขาว 5% เฉลี่ย ณ เดือน ก.ย.2569 อยู่ที่ตันละ 482 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 28.88% จากเดือน ก.ย.2568 ที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 374 ดอลลาร์สหรัฐ


อย่างไรก็ตาม แม้การส่งออกข้าวไทยจะมีแรงกดดันจากหลายปัจจัย แต่ยังมีตลาดฟิลิปปินส์และมาเลเซีย ที่นำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกับความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญและเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร จึงช่วยชดเชยตลาดอิรักได้ส่วนหนึ่ง

นอกจากนี้ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ได้แจ้งสถานการณ์การขาดแคลนแรงงานแบกขนสินค้า ณ ท่าเรือ จึงขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงพาณิชย์ช่วยประสานกระทรวงแรงงานในการจัดหาแรงงานที่สามารถทำงานในลักษณะนี้ได้ ซึ่งได้มีการประสานกระทรวงแรงงานในทันที เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานแบกขนสินค้าแล้ว

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ได้แจ้งแผนรุกตลาดเพื่อเร่งผลักดันการส่งออกข้าว โดยจะร่วมกับภาคเอกชนเดินทางไปพบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าข้าวของฟิลิปปินส์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการขอขยายกรอบเวลาการส่งออกตามใบอนุญาตและขอให้พิจารณานำเข้าข้าวจากไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ออกสู่ตลาด สอดคล้องกับความต้องการของตลาดฟิลิปปินส์ที่นิยมนำเข้าข้าวใหม่ และในช่วงต้นปี 2570 กรมยังมีแผนพบผู้นำเข้าสำคัญทั้งญี่ปุ่นและแอฟริกาใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาตลาดข้าวไทยด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพและการส่งมอบตามสัญญาที่ตรงตามกำหนดเวลา


ขณะเดียวกัน กรมมีแผนการจัดงานประชุมข้าวนานาชาติ เพื่อสนับสนุนการเจรจาธุรกิจการค้าระหว่างผู้ส่งออกข้าวไทยกับผู้นำเข้าข้าวจากนานาประเทศ การเร่งผลักดันการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ข้าวไทยและเชื่อมโยงตลาดระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้นำเข้าข้าวในงานแสดงสินค้านานาชาติ

ทั้งนี้ สถานการณ์การส่งออกข้าวไทยในปี 2570 คาดว่ายังคงเผชิญกับปัจจัยท้ายทายเช่นเดียวกันกับปี 2569 ในเบื้องต้นอาจยังคงเป้าหมายไว้ที่ 7 ล้านตัน โดยในช่วงปลายปี กรมจะหารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และภาคเอกชน เพื่อประเมินสถานการณ์เอลนีโญและความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อกำหนดคาดการณ์การส่งออกข้าวปี 2570 อีกครั้ง

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ปัญหาข้าวไทยขณะนี้ มีประเด็นด้านราคา ซึ่งสูงกว่าประเทศผู้ปลูกข้าวอื่น ๆ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนการเพาะปลูกข้าวของเกษตรกรชาวนาสูง ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่าประเทศอื่นมาก จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยดูแล ตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเฉพาะพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ และการปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูก ซึ่งจะช่วยเรื่องราคาที่สมเหตุสมผลสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้