กรมศุลกากรขานรับนโยบายรัฐบาลเร่งปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย ตรวจพบรองเท้าและกระเป๋าละเมิดเครื่องหมายการค้าในตู้คอนเทนเนอร์นำเข้าจากจีน ณ ท่าเรือกรุงเทพ รวม 4,865 ชิ้น แบ่งเป็นรองเท้า 4,515 คู่ และกระเป๋า 350 ใบ ซึ่งไม่ได้สำแดงในใบขนสินค้า ประเมินหากหลุดรอดเข้าสู่ตลาดอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 44.4 ล้านบาท เตรียมดำเนินการตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายเครื่องหมายการค้า
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการป้องกันและปราบปรามการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องเศรษฐกิจและประโยชน์ของประเทศ
ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเข้าและส่งออก เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมาย รวมถึงสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา คุ้มครองผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจ โดยสุจริต
ตามนโยบายดังกล่าว นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร จึงให้เข้มงวดในการตรวจสินค้านำเข้า และส่งออกทางเรือ โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า เพื่อป้องกันมิให้เข้าสู่ตลาดภายในประเทศ นายธนกฤต ลิ้นทอง ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ ได้ตรวจสอบสินค้าตามใบขนสินค้าขาเข้า ซึ่งสำแดงสินค้าจำนวน 6 รายการ ต้นทางจากประเทศจีน ณ ท่าเรือกรุงเทพ จำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ พบสินค้าที่ไม่ได้สำแดง เป็น รองเท้า จำนวน 4,515 คู่ และกระเป๋า จำนวน 350 ใบ เป็นสินค้าที่มีการละเมิดเครื่องหมายการค้า หากหลุดรอดเข้าไปในประเทศ อาจก่อให้เกิดมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจรวมกว่า 44.4 ล้านบาท
การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติ
เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้สินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออก ห้ามนำเข้า และห้ามนำผ่านราชอาณาจักร พ.ศ. 2565