xs
xsm
sm
md
lg

“รมว.อุตฯ”รับหนังสือร้องเรียนจากม็อบปราจีนฯ ยันรง.ปล่อยน้ำมันรั่วไหลต้องรับผิดชอบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



“วราวุธ” รับหนังสือและรับฟังความเดือดร้อนจากคราบน้ำมันรั่วไหลจากชาวบ้านปราจีนบุรี ยันโรงงานกรีน เอนไวรอนเม้นท์ ฯ ต้องรับผิดชอบความเสียหาย พร้อมไล่บี้ตรวจสอบการเปิดรง.ถูกต้องตามกม.หรือไม่ ส่วนข้อเรียกร้องให้ปิดโรงงานขอยึดหลักตามกฎหมาย

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามแก้ไขปัญหาคราบน้ำมันรั่วไหลที่บริษัท กรีน เอนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี และพบปะกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม ที่ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 19 ต.ค.69ว่า ตนรับหนังสือและรับฟังความเดือดร้อนจากประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำสีรุ้ง โดยผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้มีการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ดูแลเกษตรกรชาวนาที่ได้รับความเสียหายจากคราบน้ำมันรั่วไหลด้วย

ในกรณีคราบน้ำมันจากนี้ต้องคิดให้ดีว่าจะหาวิธีแก้ไขและเยียวยาสถานการณ์อย่างไร และเมื่อถึงเวลาดำเนินการจริงๆ จะมีปัญหาอะไรเพิ่มเติมขึ้นมาอีกหรือไม่ ต้องเตรียมการไว้ในอนาคต เพราะบางครั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ได้เห็นในทันที บางครั้งจะค่อยๆ เห็นผลกระทบที่ตามมามากขึ้นเรื่อยๆ


“ปัญหาคราบน้ำมันที่เกิดขึ้น หลักฐานความเสียหายในเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะคราบน้ำมัน ตนได้กำชับโรงงานให้เร่งกำจัดคราบน้ำมันดังกล่าวโดยเร็ว และให้ติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นกับนาข้าว ยืนยันว่า ความเสียหายและความเดือดร้อนของประชาชน ทางบริษัทจะต้องเยียวยาและค่ากำจัดคราบน้ำมันด้วย”

นายวราวุธ กล่าวว่า ได้หารือกับนายก อบจ.ปราจีนบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะต้องวางมาตรการที่เข้มงวดสำหรับโรงงานเพื่อไม่ให้เกิดเหตุแบบนี้ในกรณีฝนตกหนักอีก ส่วนกรณีพื้นที่ไหนยังพบคราบน้ำมัน จะให้ทางอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ประสานกับกรมควบคุมมลพิษ ไปตรวจสอบตามพื้นที่ต่างๆ ที่ประชาชนร้องเรียนมา


นายวราวุธ กล่าวว่า กรณีโรงงานดังกล่าวจะต้องมีการตรวจสอบว่าขออนุญาตเปิดถูกต้องหรือไม่ ได้รับการอนุญาตอย่างไร มีการทำตามเงื่อนไขของกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ หากไม่ถูกต้อง จะบังคับใช้มาตรา 37 พ.ร.บ.โรงงานฯ หรือหากพบว่ามีการกระทำผิดจะใช้มาตรา 39 ยืนยันจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดแน่นอน ส่วนกรณีความเสียหายที่เกิดขึ้น ได้กำชับกับทางผู้ประกอบการให้รับผิดชอบแบบ 100%

ส่วนกรณีที่ชาวบ้านขอให้ปิดโรงงานนั้น ขอเรียนว่า จะต้องยึดกฎหมาย ไม่เช่นนั้นจะมีการฟ้องร้องกันไปมาภายหลัง ยืนยันว่าทุกอย่างยึดตามกฎหมาย จะทำอย่างเคร่งครัด ไม่มีใครมาวิ่งได้ ขอให้สบายใจ ทุกขั้นตอน กระทรวงอุตสาหกรรมจะยึดตามกฎหมาย ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจะต้องได้รับการแก้ไขและเยียวยา ส่วนจะต้องปิดโรงงานหรือไม่ ต้องดูกฎหมายก่อน

นายวราวุธ กล่าวว่า ทั้งนี้ ได้รับรายงานจาก สส.ในพื้นที่ว่า นอกจากพื้นที่ตรงนี้แล้ว ยังมีนิคมอุตสาหกรรมและสวนนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งตนจะให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบในทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสบายใจ ไม่ต้องโยนหรือโทษกันไปมา

ส่วนกรณีมีชาวบ้านบางส่วนเรียกร้องให้มีชะลอการออกใบอนุญาต 105/106 กับโรงไฟฟ้าขยะในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีว่า ตรงนี้ไม่ต้องห่วง ตั้งแต่ตนเข้ามาทำหน้าที่มีการชะลอการออกใบอนุมัติอนุญาตโรงงานประเภท 105 และ 106 และการพิจารณาในอนาคตจะต้องผ่านความเห็นชอบและความพึงพอใจจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ ส่วนเรื่องการตรวจสอบนอมินีนั้น เรามีกระบวนการของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ หากจับได้ว่ามีนอมินีที่ไหน เราจะดำเนินการปิดให้หมด ซึ่งตนและนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่เอาไว้แน่นอน