xs
xsm
sm
md
lg

ธปท.ชี้ค้าปลีก ก.ย. แผ่ว 94% รอโปรโมชั่น ลุ้นทั้งปีแตะ 4.38 ล้านล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ผู้จัดการรายวัน - ธปท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกเดือนกันยายน 2569 ลดลงทุกภูมิภาค หลังยอดขายสาขาเดิมและความถี่ใช้บริการชะลอตัว ขณะที่ผลสำรวจสะท้อนผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย โดย 94% รอซื้อสินค้าในช่วงโปรโมชัน ด้านสมาคมผู้ค้าปลีกไทยคาดตลาดปีนี้แตะ 4.38 ล้านล้านบาท โต 3% แต่การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก (Retailer Sentiment Index: RSI) เดือนกันยายน 2569 โดยระบุว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงครึ่งหลังปี 2569 สะท้อนความระมัดระวังในการจับจ่ายอย่างชัดเจน ผู้ประกอบการที่ตอบแบบสำรวจ 94% ระบุว่าผู้บริโภครอซื้อสินค้าในช่วงโปรโมชันหรือส่วนลดก่อนตัดสินใจซื้อ ขณะที่ 82% ระบุว่าผู้บริโภคเลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็น และ 76% หันไปซื้อสินค้าผ่านช่องทางที่มีราคาถูกกว่า เช่น ช่องทางออนไลน์

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการ 58% ระบุว่าผู้บริโภคหันไปเลือกซื้อแบรนด์อื่นที่ราคาถูกลง ส่วน 39% เลือกซื้อแบรนด์เดิมแต่ลดขนาดสินค้า สะท้อนแรงกดดันต่อการรักษาฐานลูกค้าและการบริหารราคาในตลาดค้าปลีก ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ 58% ระบุว่าจำนวนสินค้าที่ผู้บริโภคซื้อต่อครั้งลดลง ส่วนมูลค่าการใช้จ่ายต่อบิลนั้น 48% ระบุว่าลดลง 24% ระบุว่าไม่เปลี่ยนแปลง และ 27% ระบุว่าเพิ่มขึ้น

ตลาดค้าปลีกปี 69 แตะ 4.38 ล้านล้าน โต 3%

ด้านนายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ประเมินเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ว่า ตลาดค้าปลีกไทยปีนี้มีมูลค่าประมาณ 4.38 ล้านล้านบาท เติบโต 3% จากปีก่อน ซึ่งมีมูลค่าราว 4.25 ล้านล้านบาท คิดเป็นมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นประมาณ 127,500 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและธุรกิจรายย่อยเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนสูง สภาพคล่องตึงตัว ภาระหนี้ และการแข่งขันจากสินค้านำเข้าราคาถูก

สำหรับหมวดสินค้าที่มีแรงซื้อรองรับ ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ส่วนตัว ตลอดจนสินค้าสุขภาพและความงาม ขณะที่เสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และสินค้ามูลค่าสูงยังเผชิญพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ระมัดระวัง ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า แม้มูลค่าตลาดค้าปลีกจะเติบโต แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มยังฟื้นตัวไม่เท่ากัน โดยพฤติกรรมการรอส่วนลด ลดปริมาณซื้อ และเปลี่ยนไปเลือกสินค้าราคาถูกลง ยังคงเป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการ


โค้งท้ายลุ้นแรงส่งเทศกาล รับมือผู้บริโภคระวังใช้จ่าย

ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2569 ผู้ประกอบการคาดหวังว่า เทศกาลจับจ่ายปลายปี มาตรการส่งเสริมการใช้จ่าย และการจัดโปรโมชันต่อเนื่องจะช่วยกระตุ้นยอดขาย โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ส่วนตัว สินค้าสุขภาพและความงาม รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น อย่างไรก็ตาม แรงส่งดังกล่าวอาจไม่กระจายตัวเท่ากันทุกกลุ่มสินค้า เนื่องจากผู้บริโภคยังมีแนวโน้มเปรียบเทียบราคา รอส่วนลด และจำกัดการซื้อสินค้ามูลค่าสูง ขณะที่ครัวเรือนที่มีภาระหนี้สูงยังเผชิญข้อจำกัดในการจัดสรรเงินเพื่อการบริโภค

น้ำท่วมซ้ำเติมค้าปลีก เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจ 0.1%


ขณะเดียวกัน สถานการณ์อุทกภัยในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมเป็นอีกปัจจัยเสี่ยงต่อธุรกิจค้าปลีก โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ รายงานเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่า ร้านค้าปลีกค้าส่งและร้านสะดวกซื้อได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 353 สาขา ในจำนวนนี้กลับมาเปิดให้บริการแล้ว 324 สาขา เหลือปิดชั่วคราว 29 สาขา จากเครือข่ายทั้งหมด 23,668 สาขา พร้อมระบุว่าสินค้าในศูนย์กระจายสินค้ารายใหญ่ยังมีเพียงพอ และระบบกระจายสินค้าเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ผลกระทบต่อตลาดค้าปลีกจึงมีทั้งด้านลบและโอกาสฟื้นตัว โดยในช่วงน้ำท่วม การเดินทางที่ไม่สะดวก การปิดสาขาชั่วคราว และข้อจำกัดด้านการขนส่งอาจทำให้ยอดขายบางพื้นที่ลดลง ขณะที่หลังน้ำลด ความต้องการสินค้าจำเป็น วัสดุซ่อมแซมบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าทดแทน และบริการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยมีโอกาสเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในสินค้าบางหมวดอาจไม่ได้หมายถึงกำลังซื้อโดยรวมฟื้นตัว เพราะครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบยังต้องจัดสรรเงินเพื่อซ่อมแซมบ้านและทดแทนทรัพย์สินที่เสียหาย ทำให้การใช้จ่ายในสินค้าที่ไม่จำเป็นอาจถูกเลื่อนออกไป

นอกจากนี้ ทาง SCB EIC ได้เประเมินเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ว่า น้ำท่วมในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมอาจฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยประมาณ 0.1% พร้อมสร้างแรงกดดันต่อรายได้และสภาพคล่องของครัวเรือนและธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางอยู่แล้วจากต้นทุนและกำลังซื้อภายในประเทศ

เมื่อพิจารณาร่วมกันทั้งข้อมูล RSI และสถานการณ์น้ำท่วม ช่วงปลายปีจึงไม่ใช่เพียงการผลักดันยอดขาย แต่เป็นการทำตลาดให้สอดคล้องกับกำลังซื้อที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่ม ผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารโปรโมชันให้ตรงกับความต้องการ ควบคุมต้นทุนและสต๊อกสินค้า พร้อมรักษาความพร้อมของระบบกระจายสินค้าในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ขณะที่การใช้จ่ายช่วงเทศกาลปลายปีจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามว่าจะช่วยชดเชยแรงกดดันจากกำลังซื้อที่เปราะบางและความเสียหายจากอุทกภัยได้มากน้อยเพียงใด.