xs
xsm
sm
md
lg

กรมพัฒน์ฯ ผนึกกรมที่ดิน ตรวจสอบนอมินีสกัดธุรกิจผิดกฎหมาย ปกป้องผลประโยชน์ชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผนึกกำลังกรมที่ดิน เดินหน้าป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างเข้มข้น บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล และการถือครองที่ดิน เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของธุรกิจกลุ่มเสี่ยง พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน มุ่งสาวถึงผู้กระทำผิดและผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ปิดช่องโหว่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางประกอบธุรกิจหรือถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และสร้างความเป็นธรรมให้แก่ภาคธุรกิจ

นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (19 ตุลาคม 2569) ได้เข้าร่วมการแถลงข่าว ‘เปิดปฏิบัติการปราบนอมินี บังคับจำหน่ายและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง ปกป้องผลประโยชน์ชาติ’ : Land Action ณ ทำเนียบรัฐบาล จัดโดยกรมที่ดิน ซึ่งได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานและมอบนโยบายการป้องกันและปราบปรามทุนเทา และใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางในการประกอบธุรกิจหรือถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว และย้ำเตือนให้หน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังตามภารกิจของตนเอง


อธิบดีกิตติวัฒน์ฯ กล่าวต่อว่า “กรมฯ ได้เร่งดำเนินการตามภารกิจป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีที่นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ทำหน้าที่เป็น ‘หน่วยนำวิถี’ ดำเนินการชี้เป้าการกระทำความผิดของชาวต่างชาติที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทนในการประกอบธุรกิจ หรือนอมินี ประกอบกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เน้นย้ำให้กรมฯ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อมุ่งตรวจสอบการประกอบธุรกิจของนิติบุคคลที่อาจมีพฤติการณ์ให้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกับการถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ดังนั้น ความร่วมมือกับกรมที่ดินในช่วงเวลาที่ผ่านมา ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งช่วยคลี่คลายปัญหาของธุรกิจนอมินีให้มีความคืบหน้าไปอย่างมาก จากการเชื่อมโยงข้อมูลการถือครองที่ดินของผู้ประกอบธุรกิจหรือบุคคลที่อาจมีพฤติการณ์ให้ความช่วยเหลือคนต่างด้าวเข้ามาทำธุรกิจแบบผิดกฎหมาย ซึ่งกรมฯ ได้ใช้ข้อมูลของกรมที่ดินนำมาวิเคราะห์เชิงลึกควบคู่กับข้อมูลด้านการจดทะเบียนนิติบุคคล โครงสร้างการถือหุ้นของกรมฯ จนสามารถนำมาประกอบการตรวจสอบความเชื่อมโยงและพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการใช้นอมินีได้ ซึ่งการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานราชการจะช่วยให้การตรวจสอบมีความแม่นยำและครอบคลุมมากขึ้น สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยง และนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“สำหรับแนวทางความร่วมมือที่จะเดินหน้าต่อไป ทั้งสองหน่วยงานจะให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น พร้อมนำข้อมูลมาวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และการถือครองที่ดิน ตลอดจนการลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่เป้าหมายที่มีความเสี่ยง โดยดำเนินการภายใต้อำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้สามารถติดตามพฤติการณ์ที่น่าสงสัยได้อย่างเป็นระบบ สืบค้นไปจนถึงผู้กระทำผิดและผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริง บังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดตามข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ จนนำไปสู่การสิ้นสุดของการเกิดใหม่ของธุรกิจนอมินีในประเทศไทย”

“ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเดินหน้าทำงานเชิงรุก พร้อมประสานความร่วมมือกับกรมที่ดินและหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ตอกย้ำการทำงานปราบปรามนอมินีที่เป็นหนึ่งเดียวกันของภาครัฐ นำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจังและต่อเนื่องเห็นผลเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินกิจการอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม มุ่งสร้างระบบธุรกิจไทยที่เข้มแข็ง ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนที่เข้ามาประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย” อธิบดีกิตติวัฒน์ฯ กล่าวทิ้งท้าย