“เสนา” รุกตลาดลงทุน ปั้น “RentNex Invest” รูปแบบซื้อเพื่อปล่อยเช่า ชูจุดเด่น “เห็นห้องจริง เห็นค่าเช่า และเห็นผลตอบแทนก่อนลงทุน” ด้วยห้องชุดที่มีผู้เช่าอยู่แล้ว พร้อมข้อมูลประกอบการตัดสินใจ รับประกันรายได้ค่าเช่า 3 ปี และบริการบริหารจัดการการเช่าพร้อมดูแลซ่อมบำรุงห้องชุดตามเงื่อนไขโครงการ ช่วยลดความเสี่ยงจากห้องว่างและภาระการดูแลทรัพย์สิน ตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างรายได้จากอสังหาฯ
ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ และการบริหารต้นทุนทางการเงินของบริษัทจากภาระดอกเบี้ยเงินกู้ และหุ้นกู้ เสนาฯจึงพัฒนาโมเดล “RentNex Invest” เพื่อสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์ที่มีอยู่และขับเคลื่อนธุรกิจ ควบคู่กับการตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ต้องการเป็นเจ้าของอสังหาฯเพื่อปล่อยเช่า โดยนำรายได้ค่าเช่ามาช่วยลดภาระค่าผ่อนชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมเห็นภาพผลตอบแทนและกระแสเงินสดได้ชัดเจน ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจลงทุน ถือเป็นการนำแนวคิด Buy to Let หรือการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การลงทุนและการสร้างรายได้ระยะยาว
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ RentNex Invest เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การตลาดอีกรูปแบบหนึ่ง ที่อยู่ระหว่างการทดลอง เป็นการปรับรูปแบบธุรกิจจากการขายสินทรัพย์ สู่การนำเสนอทางเลือกลงทุนที่มีระบบบริหารจัดการและกลไกลดความเสี่ยงรองรับ ที่มีแนวโน้มได้รับความสนใจมากขึ้น จากการทำตลาดในช่วงที่ผ่านมา ที่มีการจองไปแล้ว 20-30 ยูนิต จากรูปแบบที่เน้นการขายที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่า ผู้ซื้อมีเงื่อนไขละเอียดต่อการตัดสินใจค่อนข้างมาก ทำให้การขายอสังหาฯมีการชะลอตัว ดังนั้นการจับตลาดผู้บริโภคที่เน้นการเช่ามากขึ้น จึงเป็นโอกาสของการทำตลาดได้มากกว่า เพราะการตัดสินใจเช่าของผู้บริโภคมีรายละเอียดที่น้อยกว่า ทำให้อัตราการขยายตัวของการเช่ามีทิศทางที่เพิ่มขึ้น
สำหรับโมเดลนี้ เป็นการเปลี่ยนข้อจำกัดของการลงทุนปล่อยเช่าแบบเดิม ซึ่งผู้ลงทุนต้องบริหาร หาผู้เช่าเอง รับความเสี่ยงจากห้องว่าง และเผชิญความไม่แน่นอนของรายได้ค่าเช่า ให้กลายเป็นรูปแบบการลงทุนที่มีผู้เช่าจริง และมีระบบบริหารจัดการรองรับ โดยเสนารับประกัน กระแสรายรับค่าเช่า เป็น ระยะเวลา 36 เดือน พร้อมดูแลการซ่อมบำรุงห้องชุดในช่วง 3 ปีแรก ช่วยลดความกังวลของนักลงทุนในช่วงเริ่มต้นที่สามารถไปผ่อนชำธนาคาร ได้ทุกเดือนโดยไม่ขาดช่วง และเพิ่มความต่อเนื่องของกระแสเงินสดได้อีกทางหนึ่ง
นอกจากการรับประกันรายรับในช่วง 3 ปีแรกแล้ว เสนายังวางแนวทางให้สอดคล้องกับวงจรสินเชื่อที่อยู่อาศัย ที่เมื่อครบ 3 ปีแล้วสามารถรีไฟแนนซ์ได้ โดยมองว่าช่วงเวลาดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนประเมินความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด และพิจารณาทางเลือกด้านสินเชื่อในระยะต่อไป เมื่อครบกำหนดรับประกัน รายได้ค่าเช่าจะเป็นไปตามกลไกตลาด โดยบริษัทยังมีบริการบริหารจัดการทรัพย์สินและช่วยหาผู้เช่าผ่านบริษัทในเครือ เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับโครงการที่ใช้ทำตลาดในโมเดลนี้ กว่า 20 โครงการ บริษัทมุ่งเน้นห้องชุดที่มีผู้เช่าอยู่แล้วทำเลมีศักยภาพ และสามารถสร้างผลตอบแทนจากค่าเช่าได้จริง โดยมีข้อมูลตัวอย่างห้องชุดราคา 1.1 ล้านบาท มีค่าเช่าเดือนละ 8,200 บาท หรือคิดเป็น Gross Rental Yield ประมาณ 8.9% ต่อปี ขณะที่ภาพรวมยูนิตที่ปิดการขายได้ในช่วงทดลองดำเนินงาน มีผลตอบแทนค่าเช่าประมาณ 7–8.5% ต่อปี ทั้งนี้ ผลตอบแทนจริงขึ้นอยู่กับราคาซื้อ ค่าใช้จ่ายในการถือครอง เงื่อนไขสินเชื่อ และสถานการณ์ตลาดเช่าในแต่ละทำเล
อย่างไรก็ตามบริษัทจะเดินหน้าทดลองรูปแบบการขายที่เน้นนำเสนอข้อมูลการลงทุน ทำเล ศักยภาพการปล่อยเช่า และการมีผู้เช่าจริง เพื่อให้ลูกค้าสามารถประเมินความคุ้มค่าจากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ แม้ไม่ได้เข้าชมห้องชุดที่มีผู้เช่าอาศัยอยู่ พร้อมขยายการนำเสนอผลิตภัณฑ์ RentNex ในทุกโครงการ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่เผชิญข้อจำกัดด้านสินเชื่อ โดยยังคงให้ความสำคัญกับความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ต่อความต้องการและความสามารถในการชำระเงินของแต่ละราย
ในระยะต่อไป บริษัทจะพัฒนาโมเดล RentNex Invest อย่างต่อเนื่อง โดยติดตามผลตอบรับของลูกค้า ประสิทธิภาพการทำตลาด และอัตราการปิดการขายในแต่ละหน่วยธุรกิจ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะทีมขายและนำข้อมูลจริงมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ในฐานะสินทรัพย์สร้างรายได้ พร้อมเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าคงเหลือและเสริมความยืดหยุ่นให้ธุรกิจท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย
สำหรับห้องชุดที่นำมาพัฒนาเป็น “RentNex Invest” กว่า 20 โครงการนั้น ส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนหรืออัตราการเช่าที่ค่อนข้างสูง และอัตราผลตอบแทนที่ลูกค้าได้รับ 7-8% นั้นขึ้นอยู่กับทำเล โดยทำเลที่ให้ผลตอบแทนหรืออัตราค่าเช่าดีและมีลูกค้าต่อเนื่อง เป็นทำเลใกล้นิคมอุตสาหกรรม และทำเลที่ติดรถไฟฟ้า ตัวอย่าง เช่น ทำเลรังสิต ,บางนา ค่าเช่าจะอยู่ที่ 6,000 บาท ส่วนทำเลที่น่าสนใจคือ พระราม 9 และรามอินทราค่าเช่าจะอยู่ที่ 10,000–11,000 บาท เป็นต้น
“เราต้องการทำโมเดลนี้เพื่อเป็นโมเดลใหม่ในการเพิ่มสภาพคล่องให้กับบริษัท ด้วยการเปลี่ยน สต๊อกห้องคงเหลือเป็นห้องเช่าเพื่อสร้างกระแสเงินสด เราต้องนำสินทรัพย์มาแปลงเป็นเงินสด เพราะหากถือสินทรัพย์ในมือมากไปทำให้กระแสเงินสดตึงตัวได้ โดยจากการทดลองในช่วงที่ผ่านมาพบว่า นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นคนไทย โดย 50% ซื้อด้วยเงินสด และที่เหลือกู้กับสถาบันการเงิน การที่นักลงทุนให้ความสนใจ เนื่องจากมองว่าข้อดีของการลงทุนแบบนี้นักลงทุนได้เห็นห้องจริง และมองว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างดี เพราะคนรุ่นใหม่นิยมเช่ามากกว่าซื้อทำให้หาผู้เช่าได้ง่าย”
“เสนาฯต้องการสร้าง ‘ทางเลือกสู่การมีบ้านในทุกจังหวะชีวิต’ ตั้งแต่การเช่า การลองอยู่ การเตรียมความพร้อมซื้อ การซื้อเป็นเจ้าของ ไปจนถึงการลงทุน โดย RentNex Invest เข้ามาเติมเต็มทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการมีอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้จากค่าเช่า ควบคู่กับการเพิ่มโอกาสใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์และสร้างกระแสเงินสดให้ธุรกิจ สะท้อนการขยายบทบาทของ SENA จากผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย สู่แพลตฟอร์มโซลูชันด้านที่อยู่อาศัย (Housing Solution Platform) ที่เชื่อมผู้อยู่อาศัยและผู้ลงทุนไว้ใน Residential Ecosystem เดียวกันของ SENA เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่เหมาะกับเป้าหมายและความพร้อมในแต่ละช่วงชีวิต”