เปิดมุมมองภาคเอกชนสู่การบริหารงบประมาณประเทศ มุ่งเน้นประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากรและความคุ้มค่าของเม็ดเงิน
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายของวุฒิสภา มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายจักรพันธ์ ประจวบเหมาะ หรือ “ดร.อ้วน” เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการฯ จำนวน 1 คน ตามที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษองกต วรกี เป็นผู้เสนอ เพื่อสนับสนุนการทำงานและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณางบประมาณรายจ่ายของประเทศ
การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้นำประสบการณ์จากภาคธุรกิจเอกชนเข้ามาเสริมมุมมองในการพิจารณาประเด็นด้านงบประมาณ โดยเฉพาะแนวทางการบริหารจัดการเงิน การวางแผนใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการประเมินความคุ้มค่าของการใช้จ่ายให้สอดคล้องกับเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ต้องการ
นายจักรพันธ์ มีประสบการณ์ด้านการลงทุนและการบริหารธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงิน การจัดสรรงบประมาณ และการบริหารทรัพยากรเพื่อสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังเคยได้รับรางวัลด้านธุรกิจ ได้แก่ CEO Award และ Young Business Talent Award
ด้านการเรียนรู้เทคโนโลยี นายจักรพันธ์ยังมีผลงานการทดสอบในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Nvidia Academy โดยสามารถทำคะแนนได้เต็ม 100% ภายในเวลา 10 นาที
นอกเหนือจากประสบการณ์ทางธุรกิจ นายจักรพันธ์ยังเป็นผู้เขียนหนังสือด้านการเงินและแนวคิดการบริหารจัดการ ได้แก่ The Next Era และ Think Like A Fund ซึ่งถ่ายทอดแนวทางการวางแผนการเงิน การบริหารเงินทุน และการวิเคราะห์ภาพเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ
สำหรับบทบาทที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ในครั้งนี้ ประสบการณ์ดังกล่าวสามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณภาครัฐ ตั้งแต่การกำหนดลำดับความสำคัญของการใช้จ่าย การจัดสรรทรัพยากร ไปจนถึงการพิจารณาผลลัพธ์ที่ได้รับเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ใช้ไป โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนและประเทศจะได้รับเป็นสำคัญ
นายจักรพันธ์กล่าวว่า พร้อมนำความรู้และประสบการณ์จากการบริหารธุรกิจและการเงินภาคเอกชนมาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ โดยให้ความสำคัญกับหลักการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ การใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้ การมีส่วนร่วมในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์เป็นการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐ เพื่อประกอบการพิจารณาประเด็นด้านงบประมาณ โดยยังคงยึดข้อมูล ข้อเท็จจริง และประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก