xs
xsm
sm
md
lg

เกาะติดคำพูด "เควิน วอร์ช" ปธ.เฟด บนเวที IMF-World Bank กรุงเทพฯ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ได้เข้าร่วมการเสวนาเกี่ยวกับนโยบายการเงินและเศรษฐกิจ ร่วมกับคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในการประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในช่วงเช้าวันนี้ (16 ต.ค.)


ก่อนที่การเสวนาจะเริ่มขึ้น กอร์เกียวาได้กล่าวแนะนำเควิน วอร์ช ว่าเป็นผู้ที่มีประวัติการทำงานด้านการเงินอย่างยาวนานและน่าทึ่ง โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการกำหนดนโยบายมาตลอดทั้งชีวิต และใช้เวลาในการทำงานทั้งในด้านนโยบายการเงิน และการจัดทำนโยบายเศรษฐกิจ พร้อมทั้งชื่นชมประธานเฟดว่าสามารถมองประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่เพียงระบบการเงินเท่านั้น แต่รวมถึงชีวิตของผู้คน จากหลากหลายมุมมอง ทั้งในฐานะนักวิชาการ ในตลาดการเงิน และในภาครัฐ

นอกจากนี้ กอร์เกียวายังแนะนำผู้เข้าฟังเสวนาว่า ก่อนที่วอร์ชจะเข้ามารับตำแหน่งประธานเฟดนั้น เขาเคยเป็นนักวิชาการรับเชิญผู้ทรงเกียรติด้านเศรษฐศาสตร์ที่สถาบันฮูเวอร์ อีกทั้งเคยทำงานที่มอร์แกน สแตนลีย์ และเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช เกี่ยวกับประเด็นตลาดทุนและการธนาคาร

แต่ส่วนที่เธอชื่นชอบที่สุดในเส้นทางการทำงานของวอร์ชก็คือช่วงเวลาที่เขาเริ่มทำงานที่เฟด โดยเฉพาะในเวลาที่เขาเผชิญกับความท้าทายเมื่อครั้งที่เกิดวิกฤตการเงินโลก ซึ่งในเวลานั้น วอร์ชดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยวัยเพียง 35 ปี เขามีความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับตลาดการเงิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการนำเศรษฐกิจให้ผ่านช่วงเวลาที่ซับซ้อนที่สุดช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคใหม่

มองออกไปนอกหน้าต่าง มุมมอง ปธ.เฟดต่อเศรษฐกิจโลก

กอร์เกียวาเปิดฉากการเสวนาในประเด็นเศรษฐกิจ โดยตั้งคำถามว่าประธานเฟดมีความเห็นอย่างไรต่อเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ นอกจากนี้ เธอได้ขอให้วอร์ชให้คำแนะกับบรรดาผู้กำหนดนโยบายในการปรับตัวท่ามกลางช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนสูงเช่นนี้

วอร์ชกล่าวแสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า สิ่งที่เขาพยายามทำในขณะนี้คือการ มองออกไปนอกหน้าต่าง หรือการออกจากกรอบเดิม พร้อมกับกล่าวว่า ในแวดวงธุรกิจ เศรษฐกิจ และการกำหนดนโยบายนั้น เรามักจะโฟกัสไปที่อดีต ประวัติศาสตร์ และดูข้อมูล ซึ่งบางครั้งเราคิดว่าเป็นข้อมูลร่วมสมัย แต่จริง ๆ แล้วมันคือข้อมูลที่ล้าหลังและเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว

เราสามารถใช้เวลาและความสนใจไปที่อนาคต แน่นอนว่าเราอยากรู้ว่าปี 2570 และ 2571 จะเป็นอย่างไรบ้าง แต่ไม่มีใครในพวกเราที่เป็นนักพยากรณ์ที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้น สิ่งที่ผมพยายามทำในการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก็คือ การพยายามมองออกไปนอกหน้าต่างให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้

ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ เราเพิ่งทำแบบนั้นในการประชุมเดือนก.ย. และเราก็มาสรุปกันว่าเราเห็นอะไรในเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อสหรัฐฯ บ้าง ผมพูดอย่างกว้าง ๆ ก็คือในตอนนั้น เราเห็นว่าเศรษฐกิจโลกมีความสอดคล้องกับการคาดการณ์ของเราเป็นส่วนใหญ่ เราจะประชุมกันอีก 2 ครั้งในปีนี้ และนั่นจะเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้งเพื่อดูว่าเราเห็นอะไรบ้าง เกิดอะไรขึ้นบ้างกับผลผลิต การจ้างงาน และอัตราเงินเฟ้อ

เมินส่งสัญญาณดอกเบี้ย เน้นมุ่งดูแลเสถียรภาพด้านราคา

วอร์ชได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายของเฟดว่า เฟดพร้อมจะดูแลเสถียรภาพด้านราคา อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธที่จะส่งสัญญาณหรือคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้าสำหรับการประชุมที่เหลือตลอดปี 2569 พร้อมชี้ว่าข้อมูลเศรษฐกิจด้านผลผลิต การจ้างงาน และเงินเฟ้อ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงิน

เรามีจุดยืนที่ชัดเจนว่าเราจะรักษาเสถียรภาพด้านราคา และเราได้ลดการผ่อนคลายนโยบายการเงินลงไปบ้างแล้วเมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่แล้ว ผมจะไม่ตัดสินก่อนการประชุม ผมไม่เชื่อในการพูดตอนนี้ว่าผมอาจจะทำอะไรในการประชุมที่เหลือของปีนี้ วอร์ชกล่าว

ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าวอร์ชมีท่าทีระมัดระวังในการส่งสัญญาณทิศทางอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนได้ลดน้ำหนักในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 27-28 ต.ค.ลงสู่ระดับต่ำกว่า 15% จากระดับ 27% ก่อการแสดงความเห็นของวอร์ช

มั่นใจ AI เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ

กอร์เกียวาตั้งคำถามว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสหรัฐฯ เรียกว่า Super Intelligence หรือ SI นั้น มีผลกระทบอย่างไรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งวอร์ชตอบว่าการมาถึงของเทคโนโลยีใหม่นี้ น่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบมากที่สุดต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก ดังนั้น ในฐานะธนาคารกลาง เขาจึงต้องมองเรื่องนี้อย่างรอบคอบระมัดระวังและต้องมีความรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ วอร์ชมองว่า AI จะส่งผลกระทบต่อฝั่งอุปสงค์ของเศรษฐกิจก่อน แล้วจึงส่งผลต่อฝั่งอุปทาน ซึ่งท้ายที่สุดจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงภาคเศรษฐกิจจริง พร้อมช่วยเพิ่มความแม่นยำด้านข้อมูลและการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลาง นอกจากนี้ เขามีความเห็นว่า AI มีประโยชน์มหาศาลต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะยาวอย่างแน่นอน

แม้ผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงานในระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอน แต่วอร์ชระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเร่งลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ผ่านภาคเอกชน โดยที่เฟดไม่ได้เข้าไปแทรกแซงเพื่อเลือกผู้ชนะหรือผู้แพ้ในตลาด และเพื่อศึกษาพลวัตเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง เฟดก็ได้จัดตั้งทีมทำงานเฉพาะกิจเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับ FOMC ด้วย

ผมคิดว่านี่คือพัฒนาการที่น่าตื่นเต้น เป็นนวัตกรรมที่ผมคิดว่าอีกสักทศวรรษข้างหน้า เราจะมองย้อนกลับมาแล้วพูดว่า สิ่งนี้ส่งผลกระทบยิ่งใหญ่จริง ๆ ดังนั้น หน้าที่ของเราในฐานะผู้กำหนดนโยบายคือการรับมือกับมันด้วยความมุ่งมั่น มันเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับธนาคารกลาง เพราะพวกเราอยู่ในภารกิจที่ต้องพยายามกลั่นกรองข้อมูลจากทั่วทุกมุมโลกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เราได้ข้อมูลบางส่วนจากสถิติทางการในสหรัฐฯ ซึ่งก็มาจากสำนักสถิติแรงงาน สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ

ที่ผ่านมาเราพยายามสกัดข้อมูลด้วยโมเดลที่ล้าสมัยเพื่อหาว่าอะไรคือแนวโน้มเงินเฟ้อที่แท้จริง แต่อีกไม่นานข้อมูลล้าหลังเช่นนี้จะหมดไป เราจะมีข้อมูลทั้งหมดในโลกอยู่ที่ปลายนิ้วของธนาคารกลาง และเราจะสามารถใช้เครื่องมือวิเคราะห์ใหม่ ๆ มากลั่นกรองข้อมูลเหล่านั้นได้ ดังนั้น เมื่อเราได้รับข้อมูลใหม่ เราจะมีความมั่นใจมากขึ้นว่ามันบอกอะไรเรา ในขณะที่เรามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วตั้งคำถามว่า สิ่งนั้นคือของจริง หรือว่าเป็นข้อมูลที่ล้าหลังและมีเสียงรบกวนซึ่งเสี่ยงต่อการวัดผลคลาดเคลื่อนกันแน่?

ดังนั้น ผมคิดว่า AI จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำเนินนโยบายการเงินไปโดยสิ้นเชิง เรายังไม่รู้ว่าในอีก 12 หรือ 18 เดือนข้างหน้ามันจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานอย่างไร แต่ถ้าคุณเชื่อเหมือนที่ผมเชื่อ ซึ่งก็คือ AI จะทำให้เศรษฐกิจและประเทศที่นำมันไปใช้อย่างเกิดประโยชน์มีความสามารถในการผลิตสูงขึ้น ทำให้เรามีความมั่งคั่งมากขึ้น วอร์ชกล่าว

เปิดใจได้เรียนรู้อะไรในการทำหน้าที่ ปธ.เฟดตลอด 148 วัน

กอร์เกียวากล่าวว่า เมื่อนับดูแล้ว วันนี้คือวันที่ 148 ที่วอร์ชทำหน้าที่ประธานเฟด พร้อมกับตั้งคำถามว่าเขาได้ข้อสรุปอะไรบ้าง และมองไปในอนาคตอย่างไรบ้าง ซึ่งวอร์ชกล่าวว่า เขาดีใจที่เขาเคยทำงานที่เฟดมาก่อน หากเขาไม่ได้ทำงานที่เฟดมานานถึง 5 ปีครึ่งในตอนนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีความสำคัญและมีเดิมพันสูง เขาก็อาจจะลังเลมากกว่านี้ในการนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ หรือทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ ภายในองค์กรใหญ่อย่างเฟดที่มีพนักงานถึง 23,000 คน

วอร์ชกล่าวว่า เขาพยายามที่จะสร้าง บทใหม่ ให้กับเฟด โดยที่ยังคงรักษาสิ่งที่ดีที่สุดจากประเพณีดั้งเดิมของเฟดไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็ตระหนักด้วยว่านี่คือโลกใบใหม่แล้ว

ส่วนคำถามที่ว่าเขาได้เรียนรู้อะไรจากการทำหน้าที่ปธ.เฟดตลอด 148 วันจนถึงวันนี้ วอร์ชกล่าวว่า อย่างแรก เฟดมีบุคลากรที่มีความสามารถมาก ตอนแรกนั้น เขาเคยกังวลว่าการที่เขาออกจากองค์กรเฟดไปนานถึง 15 ปี คนเก่ง ๆ เหล่านี้จะย้ายออกไปหมดแล้วหรือไม่ แต่ความจริงคือยังมีบุคคลากรที่มีความสามารถจำนวนมากอยู่ที่นั่น และบุคคลากรเหล่านี้มีความมุ่งมั่นอย่างเหลือเชื่อต่อภารกิจของเฟด ซึ่งส่วนหนึ่งของภารกิจเหล่านั้นคือการดำเนินนโยบายให้ถูกต้อง แต่กุญแจสำคัญดอกหนึ่งที่จะทำให้ทำนโยบายได้ถูกต้องก็คือ การทำให้วัฒนธรรมองค์กรถูกต้องด้วย

วอร์ชยังเปิดเผยว่า เมื่อเขามองลึกลงไปในองค์กรเฟด เขาเห็นบรรดาอัจฉริยะที่กำลังทดลองไอเดียใหม่ ๆ และคอยท้าทายซึ่งกันและกัน สำหรับคนที่อยู่ข้างนอกเฟด อาจมองว่าพวกเราทุกคนกำลังอ่านตำราเล่มเดียวกัน แต่เบื้องหลังฉากนั้น มีบางสิ่งที่น่าประทับใจอย่างมากซ่อนอยู่ และนี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้