Tesla เปิดตัว Roadster เจเนอเรชันใหม่ หลังรอคอยมานานเกือบ 9 ปี มาพร้อมระบบสร้างแรงดูดใต้ท้องรถและชุดขับดันจาก SpaceX โดยรุ่นสูงสุดสามารถลอยตัวและหมุนกลางอากาศได้ แต่ยังไม่ผ่านการรับรองให้ใช้บนถนนสาธารณะ
กลับมาอีกครั้งหลังเผยโฉมต้นแบบในปี 2017
Tesla เปิดตัว Roadster รุ่นใหม่ที่ศูนย์ทดสอบของ SpaceX ในเมืองแมคเกรเกอร์ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา หลังเผยโฉมต้นแบบเจเนอเรชันที่สองครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017
เดิม Tesla วางแผนเริ่มผลิตรถในปี 2020 แต่กำหนดการถูกเลื่อนออกมาหลายครั้ง โดย Elon Musk ระบุล่าสุดว่า Roadster จะเข้าสู่การผลิตในปี 2028
เปิดตัวด้วยการขับกลับหัวและตีลังกากลางอากาศ
การสาธิตเริ่มจาก Roadster ขับในตำแหน่งกลับหัวบนทางลาดขนาดใหญ่ อาศัยแรงดูดจากพัดลมใต้ท้องรถยึดตัวรถเข้ากับพื้นผิว
จากนั้นรถพุ่งออกจากปลายทางลาด ใช้ชุดขับดันก๊าซเย็นหมุนตัวกลางอากาศก่อนลงจอดในตำแหน่งปกติ พร้อมสาธิตการกระโดดข้ามรถ Tesla หลายคันและหมุนตัวกลางอากาศอีกครั้ง
งานใช้เวลาไม่ถึง 30 นาทีและเน้นแสดงความสามารถของระบบแรงดูดกับชุดขับดันเป็นหลัก ส่วนราคา ขนาดแบตเตอรี่ และสเปกการผลิตฉบับสมบูรณ์ยังไม่มีการเปิดเผย
เปลี่ยนดีไซน์ใหม่ในแนวทาง Cyber
รูปลักษณ์ของ Roadster ถูกออกแบบใหม่จากต้นแบบปี 2017 โดยนำแนวทางของ Cybertruck และ Cybercab มาใช้ พร้อมรับแรงบันดาลใจจากเครื่องบิน SR-71 Blackbird และ F-35
ตัวรถใช้ไฟหน้าซ่อน แถบไฟท้ายยาวตลอดแนว และชิ้นส่วนอากาศพลศาสตร์ที่เก็บเรียบไปกับตัวถัง สี Ano White นำแนวคิดมาจากสารเคลือบสำหรับงานอวกาศ ส่วนกระจกสีทองออกแบบให้คล้ายกระบังหน้าหมวกนักบินอวกาศ
ภายในติดตั้งพวงมาลัยแบบ Yoke ทำงานร่วมกับระบบ Steer-by-Wire มีหน้าจอกลางและจอขนาดเล็กอีกสองจอด้านหน้าผู้ขับขี่ พร้อมใช้วัสดุน้ำหนักเบาอย่างแมกนีเซียม ไทเทเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์
ระบบแรงดูดช่วยให้รถขับกลับหัว
Roadster ติดตั้งพัดลมและระบบผนึกใต้ท้องรถเพื่อดูดอากาศออกจากด้านล่าง ทำให้เกิดแรงกดโดยไม่ต้องรอให้รถทำความเร็ว Tesla ระบุว่าระบบสามารถสร้างแรงดูดได้สูงสุด 2G และมากพอที่จะยึดรถให้อยู่ในตำแหน่งกลับหัวได้แม้รถหยุดนิ่ง
เมื่อเปิด Track Mode ตัวรถจะลดความสูงของช่วงล่าง พร้อมปรับปีก Active Aero เพื่อเลือกระหว่างการเพิ่มแรงกดหรือการลดแรงต้านอากาศ โดยชุดขับปีกใช้ระบบมอเตอร์ที่พัฒนาสำหรับหุ่นยนต์ Optimus
ชุดขับดันจาก SpaceX ช่วยให้ลอยกลางอากาศ
Roadster รุ่นที่สูงขึ้นจะเพิ่มชุดขับดันก๊าซเย็น ซึ่งพัฒนาร่วมกับ SpaceX เพื่อช่วยเพิ่มอัตราเร่งและควบคุมทิศทางขณะรถอยู่กลางอากาศ ระบบใช้หัวฉีด 10 จุดและก๊าซอัดประมาณ 250 กก. โดยรถสามารถเติมก๊าซกลับเข้าสู่ถังได้ด้วยตัวเอง
ความสามารถดังกล่าวเป็นการลอยตัวหรือเคลื่อนที่กลางอากาศในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ใช่การบินต่อเนื่องเหมือนอากาศยาน Tesla ยอมรับว่าการใช้ระบบนี้อาจไม่ถูกกฎหมายในทุกประเทศ
แบ่งเป็นสามรุ่นตามระดับสมรรถนะ
Tesla แบ่ง Roadster ออกเป็นสามรูปแบบ โดยเพิ่มระบบขับดันและความสามารถของรถขึ้นตามลำดับ
- Performance: รถสองที่นั่งสำหรับใช้งานบนถนน ติดตั้ง Active Aero และระบบสร้างแรงดูดใต้ท้องรถ อัตราเร่ง 0–96 กม./ชม. ต่ำกว่า 1.6 วินาที
- Thrust: รถสองที่นั่งสำหรับสนามแข่ง เพิ่มชุดขับดันก๊าซเย็นที่ด้านหลัง อัตราเร่ง 0–96 กม./ชม. ต่ำกว่า 0.9 วินาที ผลิตจำนวนจำกัด
- Rocket: รถหนึ่งที่นั่ง ติดตั้งชุดขับดันรอบตัวรถเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ในแนวตั้งและการหมุน อัตราเร่ง 0–96 กม./ชม. ต่ำกว่า 0.59 วินาที ความเร็วสูงสุดมากกว่า 370 กม./ชม. และจำหน่ายเฉพาะผู้ได้รับเชิญ
ตัวเลขสมรรถนะทั้งหมดเป็นข้อมูลจาก Tesla และยังไม่มีผลทดสอบอิสระยืนยัน ส่วนเว็บไซต์ของบริษัทระบุชัดว่า รุ่น Rocket ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้บนถนนสาธารณะ
ระยะทางลดลงจากต้นแบบเดิม
ข้อมูลที่ Tesla เผยแพร่หลังงานระบุว่า Roadster รุ่นใหม่วิ่งได้มากกว่า 300 ไมล์ หรือประมาณ 483 กม. ลดลงจากต้นแบบปี 2017 ที่เคยประกาศระยะทาง 620 ไมล์ หรือเกือบ 1,000 กม.
อย่างไรก็ตาม Tesla ยังไม่ได้เปิดเผยขนาดแบตเตอรี่ มาตรฐานที่ใช้วัดระยะทาง กำลังมอเตอร์ ระยะเวลาชาร์จ น้ำหนักรถ และรายละเอียดการผลิตของแต่ละรุ่นอย่างครบถ้วน
ยังไม่ประกาศราคาจำหน่ายจริง
Tesla ยังไม่เปิดเผยราคาของ Roadster ทั้งสามรุ่น แต่เปิดรับจองรุ่น Performance ด้วยเงินมัดจำ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.68 ล้านบาท ขณะที่รุ่น Thrust ต้องวางเงินมัดจำ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.38 ล้านบาท ส่วนรุ่น Rocket เปิดให้ซื้อเฉพาะผู้ได้รับเชิญ
เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเพียงค่าจอง ไม่ใช่ราคาจำหน่ายจริง ส่วนราคาเริ่มต้น 200,000 ดอลลาร์สหรัฐที่เคยประกาศในปี 2017 ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะนำมาใช้กับรถรุ่นใหม่นี้
หมายเหตุ: ราคาเงินบาทคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.52 บาท
เปิดรับจองในประเทศไทย
เว็บไซต์ Tesla ประเทศไทย เปิดรับจอง Roadster รุ่น Performance โดยชำระ 178,000 บาทในวันจอง และอีก 1,598,000 บาทภายใน 10 วัน รวมเงินจองทั้งหมด 1,776,000 บาท
รุ่น Thrust อีก 10 วัน จ่าย 8,695,000 บาทรวมค่าจอง 8,873,000 บาท
ซึ่งยังไม่ใช่ราคาจำหน่ายของรถ
Tesla ระบุว่าเงินมัดจำสามารถขอคืนได้เต็มจำนวน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่ประกาศราคาจำหน่าย สเปกสำหรับประเทศไทย และกำหนดส่งมอบอย่างเป็นทางการ
Roadster รุ่นใหม่แสดงให้เห็นการนำเทคโนโลยีของ Tesla และ SpaceX มารวมไว้ในรถคันเดียว ทั้งระบบสร้างแรงดูด Active Aero และชุดขับดันก๊าซเย็น อย่างไรก็ตาม ก่อนเริ่มผลิตในปี 2028 Tesla ยังต้องเปิดเผยราคา สเปกฉบับสมบูรณ์ ระยะทางตามมาตรฐานทดสอบ และขอบเขตการใช้งานระบบขับดันตามกฎหมายให้ชัดเจนกว่านี้
ที่มา: Tesla, Electrek, InsideEVs และ Reuters