xs
xsm
sm
md
lg

บีโอไอชี้อุตฯวัสดุขั้นสูงมาแรง 3ปีแห่ลงทุนกว่า 2.3 หมื่นล.หนุนอิเล็กทรอนิกส์-แบตเตอรี่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



บีโอไอเผย 3 ปีที่ผ่านมา (2566 – ครึ่งปี 2569) มีกิจการผลิตวัสดุขั้นสูง และวัสดุนาโน รวมถึงเส้นใยฯยื่นขอส่งเสริม 35 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 23,500 ล้านบาท ชี้ “วัสดุขั้นสูง” เป็นฐานรากของผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต รองรับอุตฯอิเล็กทรอนิกส์ อีวี แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด ยกระดับไทยสู่ฐานการผลิตวัสดุและชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูง

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่าในช่วง3ปีนี้ (ปี 2566 -6เดือนแรกปี2569) มีโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตวัสดุขั้นสูง (Advanced Material) และวัสดุนาโน รวมถึงเส้นใยและแผ่นผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษมากถึง 35 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุนกว่า 23,500 ล้านบาท ครอบคลุมหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ตัวเก็บประจุเซรามิกหลายชั้น ฟิล์มแกรไฟต์สำหรับการจัดการความร้อน วัสดุและชิ้นส่วนเซรามิกสมรรถนะสูง วัสดุสำหรับแบตเตอรี่และเซลล์เชื้อเพลิง แม่เหล็กนีโอไดเมียมและชิ้นส่วนมอเตอร์ แผ่นผ้าใยแก้วและใยควอตซ์สำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) แผ่นผ้าและเส้นใยคุณภาพสูงสำหรับอุตฯยานยนต์ ตลอดจนวัสดุขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องการความแม่นยำสูง

วัสดุขั้นสูงรวมถึงวัสดุนาโน เส้นใยและแผ่นผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ เป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ทั้งด้านความแข็งแรง น้ำหนักเบา การนำและกระจายความร้อน การทนต่ออุณหภูมิและสารเคมี รวมถึงคุณสมบัติทางไฟฟ้าและพลังงาน ซึ่งเป็นฐานรากของผลิตภัณฑ์แห่งอนาคต และเป็นองค์ความรู้ที่ผู้ผลิตใช้ในการสร้างนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้ก้าวหน้าและแข่งขันได้ ทั้งในอุตฯอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด ดังนั้นการมีฐานการผลิตวัสดุขั้นสูงเหล่านี้ภายในประเทศจึงถือเป็นหัวใจของการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ยั่งยืน ลดการพึ่งพาการนำเข้า และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงขึ้น

สำหรับวัสดุขั้นสูงในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในการผลิตตัวเก็บประจุเซรามิกหลายชั้น หรือ Multilayer Ceramic Chip Capacitor (MLCC) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ใช้ในผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์หลายประเภท ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงเซิร์ฟเวอร์ AI ระดับสูงที่ต้องใช้ MLCC มากถึง 30,000 ตัวต่อเครื่อง ปัจจุบันไทยเป็นฐานการผลิตของบริษัทสำคัญ เช่น บริษัท มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิต MLCC รายใหญ่ที่สุดของโลก ครองส่วนแบ่งตลาดกว่าร้อยละ 35 และบริษัท เคียวเซร่า เอวีเอ็กซ์ คอมโพเนนส์ ผู้ผลิตตัวเก็บประจุแทนทาลัมอันดับ 1 ของโลก

นอกจากนี้ ยังมีบริษัท โจเนส เทค ได้ลงทุนผลิตฟิล์มชนิด Synthetic Graphite Film, Natural Graphite Film และชิ้นส่วนแกรไฟต์ตัดขึ้นรูป ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยนำและกระจายความร้อนในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่

ในกลุ่มเส้นใยและผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ มีโครงการผลิตวัสดุตั้งต้นสำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เช่น บริษัท ฟูลเทค ไฟเบอร์ กลาส ผู้ผลิตแผ่นผ้าใยแก้วจากไต้หวันสำหรับ PCB รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูงสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI, บริษัท พามิคา (ไทยแลนด์) ผลิตเส้นด้ายและแผ่นผ้าใยควอตซ์สำหรับอิเล็กทรอนิกส์ และบริษัท ไซแมกซ์ คอมโพสิท ผลิตแผ่นผ้าไฟเบอร์กลาสสำหรับอิเล็กทรอนิกส์ การลงทุนเหล่านี้ช่วยเสริมซัพพลายเชนต้นน้ำของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ PCB ในประเทศให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

สำหรับกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด มีการลงทุนในวัสดุสำคัญหลายประเภท เช่น บริษัท บีจีเอ็น ไทย ผลิตแผ่นอะลูมิเนียมและแผ่นทองแดงเคลือบคาร์บอน รวมถึงแผ่นฟอยล์เคลือบเซรามิกและคาร์บอนสำหรับระบบแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน บริษัท ฟินิส เวลเมนูเฟคเจอริ่ง ผลิตแม่เหล็กนีโอไดเมียมและชิ้นส่วนมอเตอร์ และบริษัท ซิ่นหยวน แกรไฟต์ ผลิต Expanded Graphite ซึ่งปรับโครงสร้างแกรไฟต์ให้นำไฟฟ้าได้ดี เหมาะสำหรับแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และแผ่น Bipolar Plate ซึ่งเป็นชิ้นส่วนหลักในการนำกระแสไฟฟ้าและเอื้อต่อปฏิกิริยาของเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน

นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในวัสดุนาโน โดยมีโครงการสำคัญ เช่น บริษัท โกลเดน อีเกร็ต ซีเมนต์ คาร์ไบด์ ผลิตผงทังสเตน ผงทังสเตนคาร์ไบด์ และผงโลหะผสม เพื่อนำไปผลิตเป็นแท่งซีเมนเต็ดคาร์ไบด์และชิ้นส่วนสำหรับเครื่องมือตัด รวมถึงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง และบริษัท โคร์สเทก แอดวานซ์ แมททีเรียลส์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ CoorsTek จากสหรัฐอเมริกา ที่เป็นผู้นำระดับโลกด้านเซรามิกวิศวกรรมขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อากาศยาน และอาวุธยุทโธปกรณ์ ได้ลงทุนผลิตวัสดุเซรามิกสำหรับเซนเซอร์ตรวจจับแรงดันในชิ้นส่วนยานยนต์ และลูกบอลซิลิคอนไนไตรด์สำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของตลับลูกปืนไฮบริดในรถยนต์ไฟฟ้าและกังหันลม

“โลกกำลังมุ่งสู่ผลิตภัณฑ์ที่เล็กลง เบาลง แต่มีความแข็งแรงและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ความต้องการวัสดุเฉพาะทางตั้งแต่วัสดุนาโนไปจนถึงเส้นใยสมรรถนะสูงจึงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูงจึงเป็นรากฐานของซัพพลายเชนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด” นายนฤตม์ กล่าว