สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ขับเคลื่อนโครงการ “Thai SMEs New Opportunity Gateways” สร้างโอกาสใหม่ เชื่อม SME ไทยสู่ตลาดโลก มุ่งขยายโอกาสทางการค้าสู่ตลาดต่างประเทศ ทั้งในเอเชีย อาเซียน ตะวันออกกลาง และยุโรป พร้อมเปิดเส้นทางการค้าใน 4 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ หางโจว กวางโจว ฉงชิ่ง และเซินเจิ้น เพื่อผลักดันศักยภาพสินค้าไทยสู่เวทีโลก
ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว) เปิดเผยว่า โครงการ “Thai SMEs New Opportunity Gateways” สร้างโอกาสใหม่ เชื่อม SME ไทยสู่ตลาดโลก มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยให้สามารถสร้างโอกาสใหม่ในตลาดโลก พร้อมเสริมสร้างความแข็งแกร่งผ่านการเข้าถึงเครือข่ายพันธมิตร การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการขยายช่องทางตัวแทนจำหน่าย โดยในระยะแรกเริ่มต้นที่ 4 เมืองหลักเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจและยกระดับศักยภาพสินค้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ
โครงการดังกล่าวดำเนินงานโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการพัฒนาและจัดอบรมผู้ประกอบการ SME โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดจีน 2 ราย ได้แก่ บริษัท ดิจิลิ้งก์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจีน และ Alibaba Group กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซชั้นนำของจีน เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้รับประโยชน์สูงสุดใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
•สร้างกลไกสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ประเทศไทยและสินค้าไทยสู่ตลาดสากล
•ขยายโอกาสทางการค้าสู่ตลาดเป้าหมายใหม่ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และลดผลกระทบจากความผันผวนของนโยบายการค้าโลก
•สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้า ตัวแทนจำหน่าย และผู้ซื้อรายสำคัญในประเทศจีน
เปิดโอกาสทางการค้าใน 4 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีน
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) มีความพร้อมในการเปิดเส้นทางใหม่ให้ SME ไทยก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการสร้างพันธมิตร การจับคู่เจรจาทางธุรกิจ และเชื่อมโยงตัวแทนจำหน่ายใน 4 เมืองเศรษฐกิจสำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีน ดังนี้
•หางโจว เปิดโอกาสให้ SME ไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการส่งออกเข้าร่วมโครงการ โดยครอบคลุมกลุ่มความงามและเวลเนสที่ผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มไลฟ์สไตล์และสุขภาพ ได้แก่ อาหารเสริม อาหารฟังก์ชัน เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เสื้อผ้า เครื่องประดับ งานออกแบบ งานหัตถกรรม และอาหารสัตว์เลี้ยง ตลอดจนกลุ่มธุรกิจคอนเทนต์และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อาทิ ครีเอเตอร์ KOL ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ซีรีส์ และ T-POP ซึ่งขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์ KOL และเทรนด์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย โดยโครงการจะคัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 150 กิจการ เพื่อเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม และอีก 55 กิจการ เพื่อนำสินค้าเข้าร่วมจัดแสดงภายในงาน
•กวางโจว เปิดโอกาสให้ SME ไทยในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปและอาหารแช่แข็ง อาทิ ขนมไทย เครื่องปรุง และวัตถุดิบสำหรับร้านอาหาร รวมถึงกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ได้แก่ ซูเปอร์ฟู้ด เครื่องดื่มฟังก์ชัน สมุนไพรไทย ผลิตภัณฑ์สปา และสินค้าที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมโครงการ โดยโครงการจะคัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 150 กิจการ เพื่อเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม และอีก 55 กิจการ เพื่อนำสินค้าเข้าร่วมจัดแสดงภายในงาน
•ฉงชิ่ง เปิดโอกาสให้ SME ไทยในกลุ่มสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุ อาหารเสริม และการท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ กลุ่มสินค้าเชิงวัฒนธรรม ตลอดจนผลิตภัณฑ์เพื่อการผ่อนคลายและสุขภาพ อาทิ ผลิตภัณฑ์สปา อโรมา สมุนไพร และชาสมุนไพร รวมถึงสินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ เข้าร่วมโครงการ โดยโครงการจะคัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 100 กิจการ เพื่อเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม และอีก 50 กิจการ เพื่อนำสินค้าเข้าร่วมจัดแสดงภายในงาน
•เซินเจิ้น เปิดโอกาสให้ SME ไทยในกลุ่มแฟชั่นและเครื่องประดับ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซอฟต์แวร์ เกม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และไลฟ์สไตล์เทค รวมถึงกลุ่มครีเอเตอร์ ดิจิทัลคอนเทนต์ ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) และคอนเทนต์สร้างสรรค์ เข้าร่วมโครงการ โดยโครงการจะคัดเลือกผู้ประกอบการจำนวน 150 กิจการ เพื่อเดินทางเข้าร่วมกิจกรรม และอีก 40 กิจการ เพื่อนำสินค้าเข้าร่วมจัดแสดงภายในงาน
เปิดรับ SME ไทยร่วมโครงการ Thai SMEs New Opportunity Gatewaysโครงการเปิดรับผู้ประกอบการ SME ไทยเข้าร่วมโครงการ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะดังนี้
ระยะที่ 1: เปิดรับสมัครผู้ประกอบการ
เปิดรับสมัครผู้ประกอบการทั่วประเทศระหว่างวันที่ 1–26 ตุลาคม 2569 ผ่านระบบออนไลน์ที่ https://forms.gle/Fik1UkNbNSqhiq9U6 จากนั้นจะคัดเลือกผู้ประกอบการที่ผ่านเกณฑ์เข้าสู่กระบวนการอบรม
ระยะที่ 2: ประกาศผลและอบรมเชิงปฏิบัติการขั้นสูง
ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมแคมป์อบรมเชิงปฏิบัติการขั้นสูง ระยะเวลา 12 ชั่วโมงเต็ม (2 วัน 1 คืน) ในวันที่ 30–31 ตุลาคม 2569
ระยะที่ 3: จัดกิจกรรม Roadshow และการจับคู่เจรจาธุรกิจในประเทศจีน
ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เดินทางเข้าร่วมกิจกรรม Roadshow และการจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2569
โครงการจะพิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1. ความพร้อมของนิติบุคคลและผลิตภัณฑ์
2. มาตรฐานสินค้าและความพร้อมด้านการส่งออกที่สอดคล้องกับกฎระเบียบของประเทศปลายทาง
3. ความเป็นนวัตกรรมหรือศักยภาพของสินค้าในกลุ่มตลาดใหม่ที่มีโอกาสเติบโตสูง อาทิ เวลเนส สปา สมุนไพร เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บริการด้านสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
ทั้งนี้ โครงการตั้งเป้าสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยที่มีศักยภาพ มีมาตรฐานรองรับการส่งออก และมีความพร้อมเข้าร่วมกิจกรรมเจรจาธุรกิจในประเทศจีน ไม่น้อยกว่า 700 กิจการ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่ม Onsite จำนวนไม่น้อยกว่า 550 กิจการ ซึ่งเดินทางเข้าร่วมงานในประเทศจีน และกลุ่ม Showcase ซึ่งโครงการจะนำสินค้าไปจัดแสดงในพื้นที่พิเศษ พร้อมจัดทำ Tent Card ที่ระบุข้อมูลสินค้าและ QR Code โดยมีเจ้าหน้าที่โครงการให้ข้อมูลและประสานงานคำสั่งซื้อกับผู้ซื้อในพื้นที่
นอกจากนี้ โครงการยังมีกิจกรรม B2B Fair การจับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) และกิจกรรมศึกษาดูงานภาคธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสในการต่อยอดการค้าและสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม